ข่าวผิด-ข่าวปลอม-ข่าวลวง-ข่าวเท็จ! ปฏิบัติการข่าวสารกับภูมิรัฐศาสตร์โลก

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข
ข่าวผิด-ข่าวปลอม-ข่าวลวง-ข่าวเท็จ!
ปฏิบัติการข่าวสารกับภูมิรัฐศาสตร์โลก
“สงครามการเมืองในตัวเองมีความเก่าแก่เท่ากับการแข่งขันระหว่างรัฐมหาอำนาจในระหว่างสงครามเพโลพอนนิเซียน เอเธนส์กับสปาร์ตา ต่างก็มุ่งกระทำให้เกิดความแตกแยกภายในกับฝ่ายตรงข้ามเสมอ”
Hal Brands
The Twilight Struggle (2022)
หนึ่งในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐมหาอำนาจในเวทีโลกปัจจุบันคือ การแข่งขันทางด้านสารสนเทศ ซึ่งในช่วงต้นของยุคหลังสงครามเย็นอาจมีนัยถึงการทำ “สงครามข่าวสาร” (Information Warfare) อันเป็นผลจาก “การปฏิวัติด้านสารสนเทศ” (Information Revolution) ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบริบทของการใช้ข่าวสารเป็นเครื่องมือทั้งทางการเมืองและการทหาร
แต่ในอีกด้านของการใช้ข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องมือ ต้องถือเป็น “ด้านมืด” ของโลกยุคข่าวสาร คือ การสร้าง “ข่าวปลอม” (disinformation) เพื่อเผยแพร่ในสังคมเป้าหมาย อันจะส่งผลให้เกิดการสร้างอิทธิพลทางความคิดต่อผู้คนในสังคมนั้นๆ หรือทำให้กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจผิด เข้าใจไขว้เขวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นประโยชน์ในทางการเมืองโดยตรงกับรัฐผู้ปล่อยข่าว จนอาจกล่าวได้ว่าการสร้างข่าวปลอมได้กลายมาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการต่อสู้ของรัฐมหาอำนาจใหญ่ในการเมืองโลก
ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า ข่าวปลอมคือ “ด้านมืด” ที่สังคมต้องเผชิญในโลกสมัยใหม่ที่ท่วมไปด้วยข่าวสาร และเป็นด้านมืดที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะโลกในยุคปัจจุบัน ข่าวสารเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากบนหน้าจอของ “ผู้รับสาร” และหลายครั้งที่ผู้คนในสังคมไม่สามารถแยกได้ระหว่าง “ข่าวจริง-ข่าวปลอม”
ภาวะเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของข่าวปลอมเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และหลายครั้งที่เราจะพบว่า คนเชื่อข่าวดังกล่าวได้ง่าย เพราะไม่มีการตรวจสอบ ในทำนองเดียวกันก็ตรวจสอบได้ยาก เพราะข่าวดังกล่าวแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง จนทำให้คนที่รับสารเชื่อว่าข้อมูลที่ได้เป็นข่าวจริง
โลกของข่าวปลอม!
สําหรับรัฐมหาอำนาจที่ต้องยอมรับว่ามีความเก่งในการใช้ข้อมูลข่าวสารใน “สงครามการเมือง” หรือเป็นการทำสงครามผ่าน “เครื่องมือข่าวสาร” คือรัฐมหาอำนาจตะวันออกที่เป็นสังคมนิยมเดิม เพราะกระบวนการทำงานโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง มักถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมืองในยุคสงครามเย็น ดังนั้น มรดกจากยุคสงครามเย็นจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งของจีนและรัสเซียในการเมืองโลกยุคปัจจุบัน ทั้งยังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญอีกส่วนเพื่อใช้ในการแทรกแซงกิจการภายในของรัฐเป้าหมายอีกด้วย
ฉะนั้น หากเราตามข่าวการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาในปี 2016 และปัจจุบันในปี 2024 แล้ว เราจะเห็นถึงข้อมูลเรื่องหนึ่งคือ การแทรกแซงการเลือกตั้งดังกล่าวของรัสเซีย ซึ่งถ้าติดตามการสร้าง “กลยุทธ์ข่าวสารปลอม” ที่เกิดในการเมืองอเมริกันในปี 2015-2016 แล้ว ก็คาดเดาได้ว่ารัสเซียก็คงใช้กลยุทธ์เดิมในปี 2024 อย่างแน่นอน ซึ่งทำเนียบขาวและหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐได้ออกมาเตือนในเรื่องนี้
สำหรับการแทรกแซงที่ผ่านมานั้น รัสเซียได้ใช้ 5 ช่องทางหลักในการสร้างข่าวปลอม ได้แก่
1) ผ่านสื่อที่เป็นเครือข่ายของรัฐบาลรัสเซีย
2) ผ่านสถานีโทรทัศน์ระหว่างประเทศคือ “RT”
3) ผ่านสถานีวิทยุและเว็บไซต์ “Sputnik”
4) ใช้ bots ในการปั่นและสร้างกระแสของข้อมูลปลอม
และ 5) การสร้างและเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดด้วยข้อมูลปลอมสำหรับปัญหาที่เกิด และเผยแพร่อย่างซ้ำๆ ในโลกออนไลน์
ปฏิบัติการข่าวสารทั้ง 5 ส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการผลิตข้อมูลที่เน้นอย่างมากให้เห็นถึงด้านลบ หรือกล่าวถึงแต่ส่วนที่มีปัญหาของระบบประชาธิปไตยอเมริกัน การดำเนินการด้านข่าวสารของรัสเซียเช่นนี้ นำไปสู่การยึดโดเมนสำหรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของรัสเซียในอเมริกา และทำให้เกิดการแซงก์ชั่นบุคคลสัญชาติรัสเซียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ Margarita Simonyan ที่เป็นบรรณาธิการใหญ่ของสำนักข่าว RT
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อหาผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ RT คือ Kostiantyn Kalashnikov และ Elena Afanasyena ในคดีการฟอกเงิน ด้วยการจ้างวาน “นักสร้างคอนเทนต์” (content creators) ชาวอเมริกันในการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลปลอม หรือเป็นข้อมูลในแบบที่สนับสนุนรัสเซียในสังคมสหรัฐ ซึ่งการเผยแพร่ข่าวปลอมเช่นนี้ ย่อมทำให้คนในสังคมอเมริกันขาดความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเมืองของตน หรือข่าวสารเหล่านี้ยังทำให้คนเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลได้อีกด้วย
ในอีกด้าน อาจเป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านการสนับสนุนของรัฐบาลอเมริกันในสงครามยูเครน หรือต่อต้านนโยบายด้านความมั่นคงของสหรัฐ เป็นต้น ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องปกติในความพยายามของรัฐบาลมอสโกในการสร้างอิทธิพลทางความคิดต่อ “ผู้รับสาร” จากสื่อของรัสเซีย และในทางกลับกันก็คือ การสร้างให้เกิดความนิยมชมชอบรัสเซีย โดยเฉพาะตัวผู้นำรัสเซียด้วย และการดำเนินการด้านข่าวสารเช่นนี้ อาจกล่าวในอีกทางหนึ่งได้ว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลรัสเซียดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในยุคสงครามเย็น ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ “กลยุทธ์ข่าวสารปลอม” จะถูกนำกลับมาปรับใช้อีกครั้งสำหรับการแข่งขันในศตวรรษที่ 21
สภาวะเช่นนี้อาจกล่าวสรุปได้ว่า สงครามข่าวสารชุดใหญ่ในการเมืองยุคปัจจุบัน เป็นการกระทำที่ผ่านกระบวนการสร้างข่าวปลอม และการประกอบสร้างข้อมูลในแบบทฤษฎีสมคบคิด เพื่อให้คนในสังคมเป้าหมายมีความเห็นคล้อยไปในทิศทางเดียวกับข่าวปลอมนั้น
ปฏิบัติการข่าวสาร
ในกระบวนการสร้างข่าวปลอมเพื่อกระทำต่อสังคมเป้าหมายนั้น รัสเซียมีวิธีการพื้นฐาน 5 ประการ ได้แก่
1) การสร้างอิทธิพลความคิดในระดับท้องถิ่น
การสร้างข้อมูลปลอมผ่านผู้ผลิตรายการในท้องถิ่นของประเทศเป้าหมายนั้น เป็นวิธีการในเบื้องต้น ดังจะเห็นได้จากการที่กระทรวงยุติธรรมอเมริกัน ตั้งข้อหาลูกจ้างของ RT ที่จ่ายเงินเป็นจำนวนเกือบ 10 ล้านเหรียญอเมริกัน ให้แก่บริษัทผู้ผลิตข่าวที่รัฐเทนเนสซี เพื่อผลิตข่าวที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซีย หรือเป็นข้อมูลที่สนองตอบต่อผลประโยชน์ของรัสเซีย และการกระทำเช่นนี้จะไม่มีการเปิดเผยแหล่งที่มาของเงินเป็นอันขาดว่ามาจากรัสเซีย หรือมีความเกี่ยวข้องกับรัสเซียในทางหนึ่งทางใด
ข้อมูลที่ผลิตขึ้นจะนำออกเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนผู้รับฟังมีความคุ้นชินกับข่าวปลอมดังกล่าว โดยไม่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ข้อมูลเหล่านี้มีความเป็นจริงหรือไม่
2) การสร้างข่าวปลอมในโลกโซเชียล
การผลิตข่าวปลอมผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ฝ่ายรัสเซียใช้กระทำกับสังคมเป้าหมาย เช่น การหยิบประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของปฏิบัติการด้านข่าวสารของรัสเซีย มานำเสนอในสังคมอเมริกัน หรือทำการผลิตข่าวปลอมในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับกระจายข่าวออกสู่สังคมและผู้รับสารในวงกว้างด้วยบริษัทผลิตข่าวในระบบอินเตอร์เน็ต ที่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากรัสเซีย เช่นตัวอย่างของ The Internet Research Agency เป็นต้น และปฏิบัติการดังกล่าวมักไม่มีการปกปิดการเชื่อมต่อกับเครือข่ายของ RT กับกลุ่มหรือองค์กรผลิตข่าวอื่นๆ ซึ่งทำให้สามารถติดตามร่องรอยของปฏิบัติการด้านข่าวสารของรัสเซียในเรื่องนี้ได้ง่าย
3) กระพือข่าวลือ-เติมเชื้อไฟข่าวปลอม
ยุทธวิธีด้านการข่าวที่ใช้ได้ผลเสมอคือ ใช้การกระพือข่าวเพื่อให้ข่าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการนำเอาประเด็นสำคัญที่สังคมอเมริกันมีความเป็นห่วง มีความกังวล หรือมีความหวาดกลัวมาใช้เป็นหัวข้อของการสร้างข่าวปลอม ซึ่งจะพบว่าปฏิบัติการด้านสื่อ (media operations) ของรัสเซียสามารถดำเนินการในเรื่องนี้อย่างได้ผล หรือเป็นเสมือนการเติมเชื้อไฟของความกลัวและความกังวลใส่เข้าไปไม่หยุด
นอกจากนี้ ยังใช้วิธีของการสร้างข่าวที่อิงอยู่กับแหล่งข้อมูลในท้องถิ่น เพื่อทำให้ข่าวปลอมที่สร้างขึ้นมีความน่าเชื่อถือ ในทำนองเดียวกัน การอิงกับข้อมูลท้องถิ่นเช่นนี้จะทำให้ผู้รับสารเกิดความสนใจที่จะติดตาม เพราะเป็นเรื่องที่มีความคุ้นเคยอยู่แต่เดิม และยังสร้างความต่อเนื่องของเรื่อง ด้วยการผสมข้อมูลจริงบางส่วนเข้ากับข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้น จนทำให้ผู้รับสารต้องติดตามเรื่องราวทั้งหมด ไม่ใช่การหยิบเฉพาะส่วนที่สนใจเท่านั้น และผลที่ตามมาคือ การเริ่มต้นเสพข่าวที่รัสเซียประดิษฐ์ขึ้น และจะเริ่มเสพอย่างต่อเนื่อง
4) ยืนกรานปฏิเสธ
หนึ่งในสิ่งที่รัสเซียนำมาใช้เป็นวิธีการหลักอยู่เสมอในทุกกรณีที่ปฏิบัติการเกิดปัญหาคือ “ยุทธวิธียืนกรานปฏิเสธ” หรือใช้วิธีแบบ “ยืนกระต่ายขาเดียว” ที่ไม่ยอมรับการกระทำผิดของตน เช่น เมื่อมีการลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัสเซียที่ลี้ภัยมาอยู่ที่อังกฤษด้วยการวางยาพิษ (The Novichok Poisonings Case, Salisbury) จนเป้าหมายเสียชีวิต ซึ่งโดยข้อมูลและหลักฐานในคดีมีความชัดเจนว่า เป็นการดำเนินการของสายลับรัสเซีย
แต่สื่อของรัสเซียจะสร้างกระแสข่าวในแบบ “ปฏิเสธอย่างเดียว” ด้วยการสร้างทฤษฎีสมคบคิดว่า การลอบสังหารเป็นฝีมือของสายลับอังกฤษและสายลับอเมริกัน และตามมาด้วยการสร้างวาทกรรมตอบโต้ว่า การกล่าวหาเป็นผลจาก “โรคเกลียดกลัวรัสเซีย” (Russophobia) ซึ่งเป็นคำที่สถานทูตรัสเซียในโลกตะวันตกมักจะใช้ตอบเพื่อบิดเบือนความจริง เมื่อพบว่าเหตุร้ายนั้นเกิดจากการกระทำของรัสเซีย
ตัวอย่างการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในยูเครน เช่น ที่หลบภัยพลเรือน โรงพยาบาล ที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า รัสเซียจะยืนกรานด้วยข้อมูลปลอมว่า เป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหาร ทั้งที่ภาพในสื่อสากลที่เป็นกลางหลายสำนักล้วนยืนยันว่า เป็นการโจมตีเป้าหมายพลเรือนก็ตาม
5) สร้างเรื่องตลกเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
หากพิจารณาถึงการแก้ตัวในการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น สื่อหรือผู้แทนรัสเซียฉลาดที่จะทำให้เรื่องนั้นๆ กลายเป็นเรื่องตลก หรือเป็นการใช้ “มุขตลก” เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกป้องตัวเอง หรือเพื่อกลบเกลื่อนการทำความผิดของตน ซึ่งรัสเซียมักใช้วิธีการนี้อยู่บ่อยครั้ง
ดังจะเห็นได้จากกรณีข้อกล่าวหาของรัฐบาลอเมริกันที่มีต่อบรรณาธิการใหญ่ของ RT และสิ่งที่เครือข่ายของ RT ใช้ตอบโต้แบบติดตลกคือ รัฐบาลสหรัฐต่างหากที่เป็น “ผู้ปล่อยข่าวที่น่าตกใจ” เช่นนี้ เพื่อมุ่งกระทำต่อ “ผู้ทรงอำนาจแห่ง RT” กล่าวคือ สื่อรัสเซียพยายามสร้างให้ข้อกล่าวหานี้ดูเป็นเรื่องตลกไปเลย
ปฏิบัติการทั้ง 5 วิธีนี้ เป็นรูปแบบของสงครามข่าวสารของรัสเซียในการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจ และเป็นวิธีการที่ “นักเรียนนิเทศศาสตร์” จะไม่ถูกสอนให้ทำอย่างเด็ดขาด!
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
