bg-single

พิพิธภัณฑสถานสร้างชาติ (6)

27.02.2025

พื้นที่ระหว่างบรรทัด | ชาตรี ประกิตนนทการ

 

พิพิธภัณฑสถานสร้างชาติ (6)

 

ในปี พ.ศ.2486 แม้ประเทศไทยจะอยู่ในสภาพถูกญี่ปุ่นรุกราน ถูกครอบงำทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ภายใต้บรรยากาศของสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่หากมองเฉพาะในปริมณฑลทางการเมืองภายใน ณ ขณะนั้น ถือเป็นช่วงที่คณะราษฎรในปีก จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำลังมีอำนาจนำทางสังคมการเมืองไทยมากที่สุด รัฐบาลบริหารราชการโน้มเอียงไปทางทหารนิยมที่เอื้อให้กับ จอมพล ป.ในการกำหนดนโยบายต่างๆ อย่างเต็มที่

เกิดการปฏิรูปวัฒนธรรมไทยครั้งใหญ่ผ่าน “รัฐนิยม” หลายฉบับ กรมศิลปากรในฐานะเครื่องมือทางวัฒนธรรมมีบทบาทนำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการเขียนตำราประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปฏิรูปภาษาไทย การก่อสร้างอนุสาวรีย์และอาคารชิ้นสำคัญ ตลอดจนสร้างสรรค์ละครปลุกใจแนวเชื้อชาตินิยม

ไปจนถึงการก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรอย่างเป็นทางการในปี 2486 เพื่อเป็นแหล่งผลิตศิลปินให้แก่รัฐ

ในสภาวการณ์ดังกล่าว ดูเสมือนว่ากลไกทางวัฒนธรรมกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อ “สร้าง” และ “ตีความ” วัฒนธรรมไทยใหม่ที่ทั้งพยายามตัดขาดออกจากระบอบเก่า พร้อมไปกับการตอบสนองอุดมการณ์ของการปฏิวัติ 2475 และลัทธิเชื่อผู้นำไปในเวลาเดียวกัน

แต่ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่แสนคึกคักนี้ โครงเรื่องและรูปแบบการจัดแสดงภายใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กลับอยู่ในสภาวะของความไม่เปลี่ยนแปลง

ปกหนังสือ วัธนธัมไทย เรื่อง ของไนพิพิธภันทแห่งชาติ ตีพิมพ์ปี 2486

หนังสือ “วัธนธัมไทย เรื่อง ของไนพิพิธภันทแห่งชาติ” ตีพิมพ์ปี 2486 ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือชุด “วัธนธัมไทย” ที่เนื้อหาส่วนใหญ่ของหนังสือชุดนี้จะแสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติ 2475 และหลังการปฏิรูปวัฒนธรรมครั้งใหญ่ในยุค จอมพล ป.

แต่ในกรณีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หนังสือเล่มนี้กลับยกข้อความเกือบทั้งหมดของหนังสือนำชมพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และหนังสือโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร โดย ยอร์ช เซเดส์ มาพิมพ์ซ้ำ (เปลี่ยนสำนวนแค่ในบางส่วน) โดยที่ไม่มีการอธิบายหรือตีความหมายใหม่ให้แก่สิ่งของจัดแสดงใดๆ ทั้งสิ้น

ในบทความตอนที่ผ่านมา ผมชี้ให้เห็นแล้วว่า หลังการปฏิวัติ 2475 ไม่มีการปรับเปลี่ยนการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งแม้จะน่าแปลกใจ แต่ในด้านหนึ่งก็พอเข้าใจได้ เพราะเพิ่งมีการปรับการจัดแสดงครั้งใหญ่ไปในปี 2469

แต่ภายใต้การจัดแสดงแบบเดิมที่พอเข้าใจ แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจที่สุดคือ รัฐบาลในระบอบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ จอมพล ป.มีอำนาจนำสูงหลัง พ.ศ.2483 การอธิบายความหมายของวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่สะท้อนผ่านหนังสือ “วัธนธัมไทย เรื่อง ของไนพิพิธภันทแห่งชาติ” กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้เพียงเล็กน้อย

จะเข้าใจประเด็นนี้ เราต้องเข้าใจพลังของพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ก่อนนะครับ

การจัดแสดงวัตถุสิ่งของในพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งในโลก ไม่เคยเป็นเรื่องของการให้ความรู้โดดๆ เพียงอย่างเดียว แต่จะแฝงซ่อนค่านิยม ความเชื่อ อุดมการณ์ ฯลฯ (ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ) อยู่ในการจัดแสดงเสมอ

ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุเมื่อถูกนำมาตั้งในพิพิธภัณฑ์ ตัวมันได้หลุดลอยออกจากบริบทแรกเริ่มทางความหมายเรียบร้อยอย่างเกือบจะสิ้นเชิง แม้การจัดแสดงจะพยายามเรียกคืนหรือย้อนกลับไปสู่บริบทดั้งเดิมมากน้อยแค่ไหนก็ไม่มีวันสำเร็จ และจะต้องถูกแทรกความหมายใหม่ที่สัมพันธ์กับบริบทใหม่ ณ ห้วงเวลาของการจัดแสดงนั้นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อตัวมันถูกนำมาตั้งในพิพิธภัณฑ์ ตำแหน่งแห่งที่ของมัน เช่น อยู่ในกลุ่มไหนหรือหมวดไหนตามแนวคิดการจัดแสดงของภัณฑารักษ์ (และของรัฐ), วิธีการติดตั้ง เช่น ควรสูงหรือต่ำแค่ไหน แสงควรส่องไปตรงไหนของวัตถุ ฯลฯ ไปจนถึงคำอธิบายประกอบตัววัตถุว่าจะเล่าไปแบบไหน ความสำคัญคืออะไร ความหมายเป็นอย่างไร ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็นปฏิบัติการในการ “ประกอบสร้างความหมาย” ให้แก่วัตถุจัดแสดงทั้งสิ้น

เมื่อผู้ชมเดินเข้าชมวัตถุจัดแสดงที่ถูกแฝงฝังนัยยะทางความหมายอย่างแนบเนียนผ่านเทคนิคการจัดแสดงต่างๆ ที่กำลังกล่าวอ้างว่าเป็นการนำเสนอความจริงแท้ของวัตถุชิ้นนั้นๆ อย่างเป็นกลางและปราศจากอุดมการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้ชมโดยส่วนใหญ่ก็จะได้รับความหมายแฝงเหล่านั้นซึมแทรกเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว

 

ชิ้นส่วนประดับตกแต่งปราสาทหินอันยิ่งใหญ่ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ สามารถสร้างความรู้สึกให้แก่ผู้ชมได้ในฐานะของวัตถุพยานที่แสดงถึงฝีมือช่างอันน่าทึ่งของคนโบราณ พระบารมีอันล้นพ้นของกษัตริย์ และพลังของศาสนาที่ผลักดันให้มนุษย์สามารถสร้างสิ่งอัศจรรย์เหล่านี้

ขณะเดียวกัน วัตถุชิ้นเดียวกัน ภายใต้การจัดแสดงอีกรูปแบบก็สามารถนำพาผู้ชมให้รู้สึกไปพร้อมกันถึงการกดขี่ขูดรีดแรงงานของระบอบศักดินาที่บีบคั้นผู้คนให้มาสร้างปราสาท มองเห็นน้ำตาและความยากลำบากของผู้คนเป็นจำนวนมากที่ต้องเสียไปเพื่อแลกกับศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยม ไปจนถึงมองเห็นอีกด้านของศาสนาที่มิได้ปลดปล่อยผู้คนจากทุกข์เพียงอย่างเดียว แต่อาจกลายเป็นเครื่องมือในการฉุดรั้งหน่วงเหนี่ยวผู้คนให้ต้องทนทุกข์มากขึ้นแทน

ผู้ชมจะเกิดความรู้สึกต่อชิ้นส่วนปราสาทหินไปแบบใด (มิได้มีแค่ตัวอย่างสองแบบที่ยกมานะครับ ความหมายอาจเกิดขึ้นได้เป็นสิบเป็นร้อยความหมายที่แตกต่างกัน) ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับการจัดแสดง ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจนอำนาจต่างๆ ที่แวดล้อมการจัดแสดง

ปฏิบัติการทางความหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีพลังในการก่อรูปความคิดและจิตสำนึกของผู้คนในระดับที่ไม่แตกต่างเลยจากสื่อประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็น งานเขียนประวัติศาสตร์ ละครประวัติศาสตร์ การสร้างอนุสาวรีย์ ฯลฯ

 

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ จอมพล ป. และเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ทำงานด้านนี้กลับละเลยที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงนัยยะทางความหมายในส่วนนี้ ซึ่งในมุมมองผม เป็นพื้นที่สำคัญที่มีศักยภาพในการส่ง “สาร” ในมิติทางอุดมการณ์ได้อย่างมีพลังมากที่สุด

หากมองในเชิงการเมืองวัฒนธรรม นี่คือความผิดพลาดสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของคณะราษฎรที่ไม่ยอมเข้าไปเปลี่ยนแปลงการจัดแสดง ตลอดจนปรับคำอธิบายสิ่งของจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

และการเลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลงนี้ มีส่วนไม่มากก็น้อยต่อความพ่ายแพ้ในเชิงอุดมการณ์ให้กับพลังอนุรักษนิยมหลากหลายกลุ่มในเวลาต่อมา

 

ความตื่นตัวในงานด้านพิพิธภัณฑ์ดูเสมือนว่าจะเริ่มกลับมาอีกครั้งหลัง พ.ศ.2500 เป็นต้นมา

เพียงแค่ราว 10 ปีระหว่าง พ.ศ.2500-2509 พบว่า มีการเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในภูมิภาคมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พ.ศ.2500, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อยุธยา พ.ศ.2504, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน จ.เชียงราย พ.ศ.2504, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จ.สุโขทัย พ.ศ.2507 และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พ.ศ.2509

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดแสดง “นิทรรศการศิลปกรรมไทย” ในปี พ.ศ.2503 ที่จัดร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับมหาวิทยาลัยอินเดียน่า (Indiana University) สหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของการจัดแสดงนิทรรศการของไทย

ในนิทรรศการครั้งนั้น มีจำนวนศิลปวัตถุชิ้นเอกของไทยนำไปจัดแสดงมากถึง 339 ชิ้น ใช้เวลาจัดแสดง 2 ปี (พ.ศ.2503-2505) ตามพิพิธภัณฑ์ 8 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้นนิทรรศการถูกย้ายไปจัดแสดงในประเทศอื่นทั้งในยุโรปและเอเชียต่ออีกมากถึง 10 ประเทศ ใช้เวลาประมาณ 4 ปี และสิ้นสุดลงใน พ.ศ.2508 รวมเป็นระยะเวลาจัดแสดงนิทรรศการชุดนี้ยาวนานถึง 6 ปี

การคัดเลือกศิลปวัตถุทำโดยคณะกรรมการร่วมระหว่างกรมศิลปากรกับ ธีโอดอร์ โบวี่ (Theodore Bowie) ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอินเดียนา, ภัณฑารักษ์ฝ่ายศิลปะตะวันออกของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองบอสตัน และ เอ บี กริสโวลด์ โดยแบ่งเป็นศิลปะทวารวดี 29 ชิ้น, เทวรูปรุ่นเก่า 3 ชิ้น, ศรีวิชัย 7 ชิ้น, ลพบุรี 52 ชิ้น, เชียงแสน 27 ชิ้น, สุโขทัย 40 ชิ้น, อู่ทอง 5 ชิ้น, อยุธยา 69 ชิ้น, นครศรีธรรมราช 1 ชิ้น, รัตนโกสินทร์ 101 ชิ้น และ ของที่ขุดค้นพบจากการสร้างเขื่อนภูมิพล 5 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 339 ชิ้น

ภายในงานยังมีการจัดทำสูจิบัตรที่ประกอบไปด้วยเนื้อหา 3 ส่วนคือ ประวัติศาสตร์ศิลปะไทยเขียนโดย เอ บี กริสโวลด์, ความงามของศิลปไทย โดย ศิลป์ พีระศรี และส่วนคำบรรยายศิลปวัตถุแต่ละชิ้นโดย ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล

“นิทรรศการศิลปกรรมไทย” แม้จะถูกจัดแสดงในต่างประเทศ แต่ผลกระทบของมันมีมหาศาลต่อรูปแบบการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะส่งอิทธิพลอย่างมากต่อการปรับปรุงการจัดแสดงครั้งใหญ่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปี พ.ศ.2510

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.