bg-single

เมื่ออินโดนีเซียจัดตั้ง ‘กระทรวงวัฒนธรรม’ พร้อมวางพันธกิจ ‘ระดับโลก’

30.03.2025

“ฟัดลี ซอน” รมว.วัฒนธรรมคนแรกของประเทศอินโดนีเซีย กำลังออกเดินสายเพื่อประกาศถึงพันธกิจของ “กระทรวงวัฒนธรรม” ที่เพิ่งได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองอินโดนีเซีย (ก่อนหน้านี้ มักถูกรวมอยู่ใน “กระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม” หรือ “กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม”)

โดย รมว.วัฒนธรรม อินโดนีเซีย เพิ่งให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อต่างประเทศอย่าง “วาไรตี้” ระหว่างเข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์ “ฮ่องกง ฟิล์มมาร์ต” ว่า กระทรวงวัฒนธรรมที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ นั้นดำเนินไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปี 1945 ซึ่งระบุว่า

รัฐจะต้องส่งเสริมให้วัฒนธรรมแห่งชาติของอินโดนีเซียมีที่ทางในอารยธรรมโลก ผ่านการรับประกันการมีเสรีภาพที่จะอนุรักษ์และพัฒนาคุณค่าของวัฒนธรรมชุดต่างๆ ซึ่งดำรงอยู่ภายในสังคม

นี่นำมาสู่พันธกิจหลักสามประการของกระทรวงวัฒนธรรม อินโดนีเซีย ได้แก่ หนึ่ง การพิทักษ์รักษาและฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรม, สอง การดำเนินนโยบายการทูตเชิงวัฒนธรรม และ สาม การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม ด้วยนวัตกรรมด้านดิจิตอล

ภาพยนตร์เรื่อง “Vengeance Is Mine, All Others Pay Cash” (2021) โดย “เอ็ดวิน” ซึ่งได้รับรางวัลเสือดาวทองคำ (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) จากเทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

พันธกิจข้อสามนี่เองที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินโดนีเซีย ซึ่ง “ฟัดลี ซอน” ระบุว่า “กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด” ผ่านตัวเลขการผลิตภาพยนตร์มากกว่า 200 เรื่อง ซึ่งเข้าถึงคนดูเกิน 80 ล้านคน เมื่อปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องท้าทายของอุตสาหกรรมหนังอินโดนีเซียในสายตาของ รมว.วัฒนธรรมผู้นี้ คือ การขาดแคลนนักเขียนบทที่มีฝีมือ

ดังนั้น ทางกระทรวงจึงกำลังเร่งแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการจัดทำกิจกรรมมาสเตอร์คลาสกับนักเขียนบทมืออาชีพ, โครงการฝึกอบรมคนเขียนบทภาพยนตร์, การประกวดการเขียนบทในระดับนักเรียนนักศึกษา และการสร้างความร่วมมือกับบุคลากรในอุตสาหกรรม

ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งหวังจะสงวนรักษาลีลาการเล่าเรื่องอันรุ่มรวยตามธรรมเนียมวัฒนธรรมของอินโดนีเซียเอาไว้ แล้วผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์อินโดนีเซียมีศักยภาพเป็นผู้แข่งขันที่มีศักยภาพในสนามเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรมระดับโลก

ภาพยนตร์เรื่อง “KKN di Desa Penari” (2022) โดย “อาวี ซูร์ยาดี” หนังท้องถิ่นที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมภาพยนตร์อินโดนีเซีย

ในสภาวะปัจจุบัน หลายคนมองว่านี่คือยุค “ขาขึ้น” ของภาพยนตร์จากประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งเพราะการที่หนังจากประเทศนี้มักได้รับคัดเลือกให้เข้าฉาย และได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติใหญ่ๆ ระดับโลก

ขณะที่ตลาดภาพยนตร์ภายในประเทศอินโดนีเซียเองก็มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ด้วยจำนวนประชากรที่มากถึง 283 ล้านคน แถมยังมีแนวโน้มว่า ผลงานหนังท้องถิ่นเริ่มมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

รัฐบาลอินโดนีเซียยังออกนโยบายกระตุ้นให้ผู้ผลิตภาพยนตร์ในประเทศมีโอกาสได้ร่วมงานกับทีมงานต่างชาติ ผ่านการให้ทุนสนับสนุนจำนวน 13 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 400 ล้านบาท) แก่โปรเจ็กต์ร่วมทุนระหว่างผู้สร้างหนังท้องถิ่นกับผู้ผลิตจากต่างประเทศที่น่าสนใจ

นอกจากนั้น ยังมีมาตรการจูงใจกองถ่ายหนังต่างชาติ โดยเฉพาะการปรับปรุงให้กระบวนการอนุญาต-อนุมัติขั้นตอนการถ่ายทำต่างๆ สามารถทำได้ง่ายและสั้นกระชับขึ้น

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองว่า อินโดนีเซียจะได้ประโยชน์มหาศาลจากการแลกเปลี่ยนกระบวนการทำงานกับบุคลากรต่างชาติ ส่วนกองถ่ายของชาวต่างประเทศก็จะช่วยโปรโมตวัฒนธรรม, การท่องเที่ยว, สภาพภูมิประเทศ และคุณค่าทางวัฒนธรรมของอินโดนีเซียไปพร้อมๆ กัน

ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรม อินโดนีเซีย ยังได้รื้อฟื้นศูนย์วัฒนธรรมประจำจังหวัดต่างๆ ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์” สำหรับการทำงานศิลปวัฒนธรรมในแขนงต่างๆ •

ข้อมูลจาก https://variety.com/2025/film/news/indonesia-cultural-blueprint-film-industry-growth-1236344633/

 

| คนมองหนัง

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’