หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
ถึงวันนี้ วันที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี จนกระทั่ง “AI” คล้ายจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้คนได้อย่างไร้ขีดจำกัด งานหลายอย่างซึ่งเคยต้องใช้คนจริงๆ ทำ ไม่จำเป็นอีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่งานสร้างสรรค์ งานที่ต้องใช้ทักษะ ความพยายามรวมทั้ง “พรสวรรค์” ของคน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมนึกถึงครั้งที่ผมเริ่มต้นทำงาน วันที่ผมบอกกับใครๆ ว่า “จะไปเป็นช่างภาพสัตว์ป่า”
เพื่อนบางคนหัวเราะ บางคนเฉยๆ มีบางคนพูดด้วยความหวังดีว่า “มึงก็อดตายน่ะสิ”
คำเตือนไม่ได้ทำให้ผมล้มเลิกความตั้งใจ อาจเป็นเพราะไฟแห่งความต้องการทำมันรุนแรง ความฝันโลดแล่น มองเห็นภาพตัวเองรอนแรมอยู่ในป่า พร้อมกล้อง, เลนส์, รถคู่ใจ เห็นภาพสัตว์ป่านานาชนิด และเรื่องเล่าบนกระดาษได้รับการเผยแพร่ไปทั่ว
เป็นความฝันเจิดจ้า สวยงาม ที่ยังไม่รู้ว่าในโลกของความเป็นจริง ระหว่างความฝันและความจริง มันสวนทางกันเสมอ
ตอนเด็กๆ ผมมีโอกาสตามผู้ใหญ่เข้าดง ผมได้รับการบอกเล่าถึงความเถื่อน, ดุร้ายของสัตว์ป่า พวกมันมีค่าตอนไร้ชีวิต เพื่อนำมาเป็นอาหาร ถือปืนในมือ ล่าสัตว์เป็นกีฬาลูกผู้ชาย
ความรู้สึกเช่นนี้เปลี่ยนไปเมื่อผมเข้าดง โดยถือกล้องในมือ
ผมมีโอกาสได้รู้จัก เห็นชีวิตจริงๆ ของพวกมัน รับรู้ถึงความสำคัญของการมีสัตว์ป่า รู้ถึงความมีสิทธิ์เท่าเทียมกับคนในการอาศัยบนโลกใบนี้
ผมบอกเล่าเรื่องราว ภารกิจ หน้าที่อันสำคัญของพวกมัน ผ่านทางบทความและภาพถ่าย
ถ่ายภาพสัตว์ป่าและเขียนหนังสือ สิ่งที่ทำคืออาชีพ
และหากมันทำให้ใครสักคนรู้จัก และเข้าใจสัตว์ป่าดีขึ้นบ้าง อาจนับได้ว่าเป็นภารกิจอันได้ผล
ข้อดีของงานที่ทำคือได้เดินทาง ผมไปเกือบทุกผืนป่าอนุรักษ์ในประเทศนี้ เดินทางมากเข้าทำให้รู้ว่า ในป่าไม่ได้มีเฉพาะสัตว์ป่า แต่มีคนอีกมากมาย คนผู้ซึ่งใช้ป่าเป็นคล้าย “สวนหลังบ้าน” หาเลี้ยงครอบครัว
หลายครั้งผมพบซากสัตว์ป่าถูกฆ่า บางครั้งการฆ่าเกิดขึ้นต่อหน้า
ผมเคยร่วมกับคนงานหน่วยพิทักษ์ป่า จับผู้ต้องหาชายชราส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมของกลางเป็นซากค่างแว่นถิ่นเหนือตัวหนึ่ง
ผมเห็นเฉพาะดวงตาเบิกโพลงของค่าง
โดยไม่มองแววตารันทดของชายชราด้วยซ้ำ
ผ่านวันเวลามาพอสมควร ผมเริ่มยอมรับว่า การเดินไปบนเส้นทางสายนี้ไม่ง่ายนัก
การได้พบเห็น ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคน
ทำให้ผมไม่ได้มองเห็นเฉพาะดวงตาเบิกโพลงเจ็บปวดของสัตว์ป่า
ผมเริ่มเข้าใจแววตารันทดของคน
วันหนึ่ง ผมพบกับเพื่อนที่เคยเตือนด้วยความหวังดี และบอกเขาว่า ผมอาจจะอดตาย ไม่ใช่เพราะขายงานไม่ได้
แต่เป็นเพราะในป่าจะไม่มีสัตว์ให้ถ่ายแล้ว
เอาเข้าจริง แม้ไม่ง่าย แต่ผมไม่ถึงกับ “อดตาย” หรอก วันเวลาในป่ารวมทั้งบทเรียนต่างๆ จากสัตว์ป่าสอนให้ผมเรียนรู้และยอมรับวิถีซึ่งต้องปรับตัว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง และต่างไปจากที่ผมบอกเพื่อนว่า ในป่าจะไม่มีสัตว์ให้ถ่ายแล้ว ถึงวันนี้ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว สัตว์ป่ามีจำนวนประชากรมากขึ้น พบเจอสัตว์ป่าได้ง่าย
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คนจะพบและถ่ายรูปเสือในพื้นที่อุทยาน เสือโคร่งออกมาวนเวียนแถวชายป่า
คนมากมายไปเฝ้ารอถ่ายรูป สัตว์ที่อยู่ในสถานภาพลึกลับอย่างสมเสร็จ เข้ามาเดินในหมู่บ้าน
เช่นเดียวกับช้าง, กระทิง ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน ร้านค้า

ประชากรสัตว์ป่าเพิ่มจำนวนมาก หลายแห่งเพิ่มอย่างขาดความสมดุล
ปัญหาที่เหล่าสัตว์ป่ากำลังเผชิญไม่ใช่การถูกล่าเอาตัวโดยตรงอย่างเดียว หลายชนิดติดอยู่ในเกาะ
ช้าง, กระทิง อยู่ในสภาวะอันไม่ต่างจากการอยู่ในสงครามกับคน
แน่นอนว่าเป็นปัญหาซึ่งใหญ่ อีกทั้งต้องการการแก้ไขอย่างจริงจังด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง การแก้ไขเพียงปลายเหตุยิ่งทำให้ปัญหาขยายใหญ่ขึ้น
และมันควรต้องเป็นหนึ่งในนโยบายประเทศของรัฐบาล
หมดยุคที่เรียกว่า “ภาพสัตว์ป่าหายาก” แล้ว ทุกๆ วันมีภาพสัตว์ป่าจำนวนมากส่งให้คนดูถึงมือซึ่งพร้อมจะเลื่อนผ่าน
เทคโนโลยีกล้องพัฒนาไปไกล ความเร็วชัตเตอร์ อีกทั้งถ่ายต่อเนื่องทำให้จับภาพสัตว์หรือนกในท่าทางที่ไม่เคยเห็น
เราเห็นว่านกกินปลามีดวงตาอันได้รับการออกแบบมาอย่างพิเศษอย่างไร
กล้องดักถ่ายภาพทำให้เห็นสัตว์ป่าที่คิดว่ามันสาบสูญไปแล้ว บางชนิดเราไม่มีโอกาสได้เห็นตอนกลางวัน ไม่ว่าจะอยู่ในป่าห่างไกล เข้าถึงยากเพียงใด คนทำงานในป่าสามารถบันทึกภาพได้
ภาพสัตว์ป่าหาง่าย จนกระทั่งถึงวันที่ “ช่างภาพสัตว์ป่า” ไร้ความจำเป็น
ผมนึกถึงจุดเริ่มต้น โชคดีในวันนั้นผมไม่ลังเลที่จะทำตามความฝัน
ทำให้ผมพบกับสิ่งที่ดีที่สุด วันเวลาในป่า รวมทั้งบทเรียนต่างๆ ที่ได้รับจากสัตว์ป่า ช่วยให้ผมยอมรับ และเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดถาวร
การปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงสำคัญ
สัตว์บางชนิดปรับตัวได้ดี ปรับแบบเปลี่ยนสีเปลี่ยนรูปร่างจนไม่เหลือเค้าเดิม
บางชนิดก็ปรับตัวได้ไม่มาก เมื่อการล่าสัตว์ตัวโตทำไม่ได้แล้วเพราะความแกร่งลดลง มันเลือกไปอยู่ในที่กันดาร และล่าเหยื่อตัวเล็กๆ
แน่นอนว่า พวกนี้มันจะตายไปพร้อมกับลายเดิม ๆ ที่มี
ถึงวันที่ผมต้องกลับมาที่ “จุดเริ่มต้น” อีกครั้ง
ครั้งนี้เพื่อนที่จะช่วยงานไม่เตือนผมหรอกว่า จะอดตาย
เพราะมันคือ “AI” ไม่ได้มีหัวใจที่จะห่วงอะไรผม
