หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
นานหลายปีก่อนที่ผมจะได้ใช้เวลาอยู่บนดอยอินทนนท์กว่าสามปี เพื่อติดตามกวางผา รวมทั้งมีโอกาสร่วมอยู่ในทีมสื่อความหมาย ซึ่งนำทีมโดย ตั๋น มณีโต
บนดอยอินทนนท์ เป็นที่ซึ่งผมไปดูนกเสมอๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ผมพบกับผู้ชายคนหนึ่ง อันทำให้เรามีมิตรภาพที่ดีต่อกัน
วันแรกที่พบกัน สายฝนปรอยๆ หมอกปกคลุมผืนป่าหนาทึบ เลยหลักกิโลเมตรที่ 35 มาราว 100 เมตร ข้างทางด้านซ้ายมือ ผู้ชายชาวต่างชาติในชุดเสื้อกันฝนรุ่มร่าม ที่คอคล้องกล้องดูนก เขาโบกมือ ผมจอดข้างทาง
“ขึ้นดอยใช่ไหมครับ ขอไปด้วย”
ผมเอื้อมมือเปิดประตู เขาขึ้นมาบนรถ น้ำฝนหยดติ๋งๆ เสื้อฝนและหมวกเปียกชื้น เขาถอดหมวกเผยให้เห็นหน้าผากกว้าง และเส้นผมบางๆ เขายื่นมือให้จับ และแนะนำตัวเอง
“ผมชื่อ ไมเคิล ครับ มาจากแคนาดา เป็นอาสาสมัครช่วยงานที่นี่”
“ถอดหมวกเลยไม่หล่อแล้ว” เขาพูดลอยๆ ดวงตาสีฟ้ามีแววขบขันตัวเอง
“มาดูนกใช่ไหมครับ คุณกางเต็นท์อยู่ข้างๆ ที่ทำการใช่ไหม” ในช่วงฤดูฝนไม่มีคนขึ้นดอยนัก มีเพียงผมเต็นท์เดียว กางอยู่ในดงสน
วันนั้นคือ จุดเริ่มต้น ความเป็นเพื่อนของเรา ไมเคิลชำนาญเรื่องดูนก เขาพาผมซุ่มดูนกหลายตัวที่ยังไม่เคยเห็น
ดอยอินทนนท์เป็นแหล่งอาศัยสำคัญของนก ดอยครอบคลุมพื้นที่ป่าหลายสภาพ มีความสูงตั้งแต่ 300เมตรขึ้นไป จนถึง 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล
จากการสำรวจพบว่ามีนกกว่า 384 ชนิด ในจำนวนนี้อย่างน้อย 267 ชนิดเป็นนกประจำถิ่น
“บางชนิดเดินทางมาแล้วไม่กลับก็มีนะครับ ชอบอยู่ที่นี่ เหมือนผม” ไมเคิลพูดทำนองนี้บ่อย ทั้งที่เคยอยู่มาหลายป่า ไม่ว่าจะเป็นแถบมาเลเซีย หรือป่าบอร์เนียว
“ประเทศคุณโชคดี” เขาย้ำ “ประเทศไทยมีป่าหลายประเภท ความหลากหลายทางชีวภาพมีมาก เดี๋ยวงานทำศูนย์บริการเสร็จ ผมจะว่างราว 6 เดือน ขอสมัครเป็นคนแบกขาตั้งให้คุณนะ ขอตามไปดูนกให้ทั่วเลย” เราวางแผนจะดูนกให้ทั่วเมืองไทย
ไมเคิลช่างพูด ความรู้ รวมทั้งประสบการณ์มากมายของเขาทำให้ผมรู้เพิ่มขึ้นมาก
เรานั่งคุยกันหลังกินข้าว เขาเอื้อเฟื้อห้องเล็กๆ ในบ้านพักของเขาให้ผมพัก และเก็บอุปกรณ์บางส่วน บ่อยครั้งเราคุยเรื่องจริงจัง
“ประเทศคุณโชคดี” ไมเคิลมักเริ่มแบบนี้
“แต่น่าเสียดายที่คุณไม่ค่อยระวังหรือรักษาของที่คุณมีกันเลย” การรุกล้ำพื้นที่อุทยานเพื่อขยายพื้นที่เกษตร ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ใช้ยาพิษฆ่าแมลง เหล่านี้เป็นปัญหาที่ขยายใหญ่ขึ้น ดูคล้ายจะไม่สิ้นสุด
“ชีวิตคนยังต้องกินต้องอยู่นี่นา” ผมคุยกับเขา “เรื่องล่าสัตว์ก็เหมือนกัน เวลาท้องหิว เก้งตัวหนึ่งจะทำให้พวกเขาอิ่มทั้งบ้านเลยนะครับ” เดินทางมากขึ้นผมเห็นโลกแห่งความเป็นจริง
“ผมไม่เถียงหรอกว่า เอาเข้าจริงเรื่องปากท้องสำคัญกว่า” ถึงตอนนี้ไมเคิลจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่มันจำเป็นมากที่คุณต้องรู้ว่า นกและสัตว์ป่าอื่นๆ มีประโยชน์ต่อธรรมชาติอย่างไร” เสียงไมเคิลจริงจังมากขึ้น
“คุณฆ่านกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะมันสวย แต่เพราะนกช่วยกำจัดแมลง ช่วยนำพาเมล็ดพืชไปปลูก กรณีเดียวกัน คุณไม่ควรตัดต้นไม้ในป่าเพราะป่าไม่ได้เป็นแค่บ้านของสัตว์ ป่าจะไม่สมบูรณ์แน่ๆ ถ้าไม่มีสัตว์คอยดูแล” อีกเรื่องที่เขาเล่าให้ผมฟังเสมอคือ การปลูกฝังความรักธรรมชาติให้เด็กๆ ที่บ้านของเขา
“ในแคนาดา เราสอนเด็กๆ แบบที่ผมพูดไปนั่นแหละ ไม่สอนแค่ในห้องเรียน แต่เราจะพาเด็กๆ เข้าไปสอนในป่าด้วย สอนให้รู้จักสัตว์ป่า รู้ถึงบทบาทหน้าที่ของพวกมัน ให้รู้จักต้นไม้ เด็กๆ จะชอบดูนกเพราะเป็นงานอดิเรกที่ดี ได้ผ่อนคลาย และมีโอกาสอยู่ในธรรมชาติที่มีอากาศบริสุทธิ์ และแน่นอนว่า การดูนกแบบเข้าใจจริง จะทำให้เข้าใจธรรมชาติ รู้จักสิ่งแวดล้อม เด็กๆ จะรับรู้ว่า นกบอกปรากฏการณ์ในธรรมชาติได้หลายอย่าง รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย” ไมเคิลพูดยาว ก่อนหันมาทางผม และพูดต่อ
“คุณรู้ไหมว่า ในประเทศไทยมีชนิดนกที่พบมากกว่าชนิดที่พบในยุโรปทั้งทวีปเสียอีก” ประเทศในภูมิภาคเขตร้อนมีธรรมชาติอันหลากหลาย ไม่แปลกที่จะเป็นบ้านที่สมบูรณ์ของพืชพันธุ์และสัตว์
“น่าภูมิใจนะ” ผมไม่แน่ใจว่ามีน้ำเสียงของการประชดไหม
“แต่ก็อย่างที่เห็น คุณจะภูมิใจได้เหรอ เพราะดูเหมือนว่า ตอนนี้ป่า ภูเขา พื้นที่ชุ่มน้ำ ทะเล กำลังถูกทำลายลงไปทุกวัน และที่น่าตกใจคือ โครงการต่างๆ ที่รัฐทำนั่นแหละ ทำลายล้างอย่างมาก”
“คุณกำลังฆ่า ทำลายที่อาศัยของเพื่อนคุณให้หมดไป ผมหวังว่าจะมีวันหนึ่งที่เราเข้าใจอย่างแท้จริงถึงสิ่งที่เรามี”
ผมรับฟังเขาเงียบๆ ยอมจำนนในสิ่งที่เขาพูด
หลังอยู่บนดอยกว่าหนึ่งสัปดาห์ ผมแยกกับไมเคิล และนัดหมายกันว่าเดือนหน้าผมจะขึ้นมาถ่ายรูปนกกินปลีหางยาวเขียวให้เขาใช้ที่ศูนย์บริการ
“อย่าลืมมานะ งานผมอาจจะเสร็จเราจะไปดูนกด้วย”
ผมยื่นมือให้เขาจับ ก่อนหยิบหมวกให้เขา “ใส่หมวกเถอะ” ผมยิ้มๆ ไมเคิลหัวเราะ
“โชคดีครับ แล้วพบกัน”
จากกระจกมองหลัง ผมเห็นไมเคิลยืนมองรถเคลื่อนห่างออกมา สายหมอกหนาค่อยๆ กลืนร่างเขากระทั่งหายไปจากสายตา
นั่นเป็นภาพสุดท้ายที่ผมเห็นไมเคิล
หลังจากนั้น ราวสองสัปดาห์ เขาเข้านอนที่บ้านพัก และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ในช่วงที่ร่วมกับทีมสื่อความหมาย ทีมตระเวนไปทุกหมู่บ้าน รอบๆ และที่อยู่ด้านในดอย
เราใช้ข้อมูลที่ไมเคิลทำไว้ พวกเขาเปลี่ยนวิธีการ จากใช้เพียงกฎหมาย จับกุม ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนในหมู่บ้านรุนแรง งานของทีมสื่อความหมายช่วยให้เกิดความเข้าใจ หลายหมู่บ้านที่เคยไม่ต้อนรับ ยินดีให้ ตั๋น นำทีมเข้าไปหาได้
พวกเขาเล่าและนำเสนอรูปภาพให้คนในหมู่บ้านดู
เล่าถึงความสำคัญของความจำเป็นที่ต้องมีกวางผา รวมทั้งปัญหาที่พวกมันกำลังเผชิญ
การทำงานกับกวางผา พวกมันสอนบทเรียนที่ดีกับผม
แม้ว่าพวกมันจะมีชีวิตอยู่ในสภาพอันไม่ต่างจากการติดอยู่ในเกาะ แต่พวกมันยังคงดำเนินชีวิตไปตามวิถี
กวางผามักจะยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนหินริมหน้าผา รายล้อมด้วยอากาศเย็นยะเยือก
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับสันเขา ขอบฟ้าเป็นสีส้มจัด ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่พวกมันรู้ดีว่า วันพรุ่งนี้ แสงอบอุ่นของดวงอาทิตย์จะกลับมา
ความหวังในการมีชีวิตอยู่ไม่เคยจางหาย
รุ่งเช้า จากบนสันดอย ขณะแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องตามหน้าผา กวางผาจะใช้เวลานี้ยืนนิ่งบนชะง่อนหิน
ผมนึกถึงสิ่งที่เคยพูดคุยกับไมเคิล ผ่านมาหลายปี คล้ายกับว่าการทำลายล้างซึ่งมาในรูปแบบต่างๆ รุนแรงมากขึ้น
แม่น้ำไหลบ่าท่วมบ้านเรือน ปนเปื้อนสารพิษ
เทือกดอยไร้ต้นไม้ มีเพียงพื้นที่ปลูกข้าวโพด
ในเมืองพื้นที่ว่าง ที่สัตว์เล็กสัตว์น้อยได้พักพิง ถูกตีความเป็นพื้นที่รกร้าง ไร้ประโยชน์ต้องปรับปรุง
การขยายถนนที่เห็นต้นไม้อายุร่วมร้อยปีเป็นอุปสรรคต้องโค่นทิ้ง
ดูเหมือนเราจะพัฒนา กระทั่งมองเห็นแต่เพียงว่าธรรมชาติเป็นส่วนเกิน
ผมนึกถึงไมเคิล
นึกถึงเด็กๆ ที่ได้รับการปลูกฝังและเติบโตขึ้นมาอย่างเข้าใจ เคารพธรรมชาติ
ทุกครั้งที่มาดอยอินทนนท์ ผมนึกถึงไมเคิล
และนึกถึงความจริงว่า
ทุกสิ่งนั้น “พบเจอ จากไป กลายเป็นความทรงจำ”
ผมหวังว่า อีกไม่นาน สักวันหนึ่ง เราจะเป็นประเทศซึ่งคนเข้าใจรับรู้ถึงความสำคัญของชีวิตต่างๆ รับรู้ถึงสิ่งที่เรามี และหาหนทางอยู่ร่วมกันได้ ก่อนที่ทุกชีวิตจะเป็นแค่ความทรงจำ
กวางผา และสัตว์ป่า สอนให้ผมมีความหวัง
