เจาะลึก ‘ฮุนได SANTA FE Hybrid’ ‘เอสยูวี 6 ที่นั่ง’ ทางเรียบก็ดี-ทางลุยก็ได้
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
แม้ยอดขายรถยนต์นั่งของค่าย “ฮุนได” (Hyundai) ไม่ได้หวือหวามากนัก เพราะที่ได้รับความนิยมเป็นกลุ่มรถตู้ หรือรถครอบครัวมากกว่า
แต่กระนั้น ฮุนไดยังไม่ทิ้งเซ็กเมนต์นี้ โดยเฉพาะตลาดเอสยูวี ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในตลาดไทยและทั่วโลก
แน่นอนรวมถึงขุมพลังทางเลือกอย่างไฮบริด ที่มียอดขายพุ่งแรงไม่ต่างจากกลุ่มรถไฟฟ้า หรือ EV
จึงเมื่อถึงเวลาเหมาะสมตัดสินใจส่งเอสยูวีขนาดกลางเข้ามาแชร์ส่วนแบ่ง
กับรุ่น “SANTA FE Hybrid”
เป็นรุ่นนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เอง

ภายนอกออกแบบสวนทางกับเทรนด์ในขณะนี้ ด้วยรูปทรงแบบกล่องเน้นเหลี่ยมสัน ดูแข็งแกร่ง มากกว่าทรงมนๆ ที่กำลังฮิต
กระจังหน้าขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ทรง 3 มิติ เชื่อมกับไฟหน้าทรง “H-shaped” แบบ Full LED รูปตัว H มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ และระบบไฟ Welcome Light
เช่นเดียวกับไฟวิ่งตอนกลางวันแบบ Full LED เช่นกัน
กันชนหน้าตัดตรงมองเป็นรูปตัว “H” รับกันดีกับไฟหน้า
ต่ำลงมาเป็นช่องดักอากาศ ล่างสุดเป็น Skid plate หรือแผ่นกันกระแทก สีเงิน
เมื่อบวกกับฝากระโปรงหน้าทรงยกสูง ทำให้เพิ่มความคมเข้มสไตล์ออฟโรดมากขึ้น
ด้วยการออกแบบทรงกล่องทำให้แนวหลังคาราบเรียบ รวมกับโป่งซุ้มล้อทรงเหลี่ยม ทำให้ด้านข้างยิ่งดูบึกบึ้นมากขึ้น
ประตูทั้ง 2 ด้านติดตั้งชายล่างกันกระแทก
กระจกมองข้างปรับ/พับ ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
ไฟท้ายแบบ Signature H-shaped เช่นเดียวกับด้านหน้า
ฝาท้ายแนวตั้งเปิดได้กว้างเพิ่มความสะดวกในการใส่ของชิ้นใหญ่ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และฟังก์ชั่นเปิดโดยไม่ต้องใช้มือ
สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 235/60

ภายในออกแบบในคอนเซ็ปต์ “Modern Lounge” วัสดุตกแต่งภายในแบบหนังกลับ
พวงมาลัยหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
คันเกียร์ประจำการที่คอพวงมาลัยแบบ Shift-by-wire ช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณคอนโซลกลางมากขึ้น
แป้น Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์และการเบรก เพิ่มความสนุกในการขับขี่
มาตรวัด Full Digital LCD ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Head-Up Display
หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
ระบบเสียงพรีเมียมจาก Bose ลำโพง 6 ตำแหน่ง
มีสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ ECO / Sport / My Drive ปรับเปลี่ยนได้สะดวกขึ้น
ระบบกุญแจ Keyless Entry มีปุ่ม Push Start หรือจะสตาร์ตรถด้วยกุญแจรีโมตก็ได้เช่นกัน
ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย 2 ตำแหน่ง
ช่อง USB-C 6 ตำแหน่ง และ Power Outlet AC 220V

เบาะ 6 ที่นั่ง แบบ 2-2-2 หุ้มด้วยหนังแท้ ที่นั่งแถว 2 แบบ Captain Seat พร้อมที่วางแขนแยก และระบบปรับไฟฟ้าพร้อมปุ่มปรับเอนนอนด้วยระบบไฟฟ้า
ส่วนเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ Seat Ventilation และระบบอุ่น Heated Seat
ระบบปรับดันหลังเบาะนั่งคนขับ 4 ทิศทาง พร้อมบันทึกความจำ 2 ตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 64 เฉดสี
หลังคา Dual Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมม่านบังแดดเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าเช่นกัน
พื้นที่เก็บสัมภาระ ความจุ 726 ลิตร
ถ้าพับแถว 3 ขยายถึง 1,274 ลิตร

ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.6 T-GDi Hybrid เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า
กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,500 รอบ/นาที
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor (PMSM) กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 264 นิวตัน-เมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer ขนาด 1.49 kWh
รวมทั้ง 2 พลังให้กำลังรวม 235 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเคลมไว้ที่ 19.6 ก.ม./ลิตร
ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์
มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,900 x 4,830 x 1,770 ม.ม.
ฐานล้อ 2,815 ม.ม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 177 ม.ม.
จากบอดี้เห็นได้ว่าภายในกว้างขวางพอสมควร บวกกับระยะต่ำสุดถึงพื้นพอจะลุยเส้นทางออฟโรด หรือน้ำท่วมขังได้ประมาณหนึ่ง

ส่วนเรื่องออปชั่นความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่จัดมาเน้นๆ
ทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go
ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้า
ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ
ระบบหลีกเลี่ยงการชนขณะถอยจอด
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

ช่วยเตือนและควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา
ป้องกันการออกจากเลนเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
ระบบกล้องมองภาพมุมอับสายตาด้านข้าง ฯลฯ
ส่วนระบบมาตรฐานอื่นๆ มีมาครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ถุงลม 7 ตำแหน่ง
ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อเกิดการชนซ้ำซ้อน, ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ป้องกันล้อหมุนฟรี
ป้องกันรถส่ายจากส่วนพ่วงท้าย, ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ฯลฯ
ฮุนได “SANTA FE Hybrid” มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
Exclusive ราคา 1,599,000 บาท
Prestige ราคา 1,749,000 บาท
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
