bg-single

เบื้องหลังของ ‘สงคราม’ กับคุณค่าของ ‘สันติภาพ’

11.08.2025

เหยี่ยวถลาลม

เบื้องหลังของ ‘สงคราม’

กับคุณค่าของ ‘สันติภาพ’

7 สิงหาคม 2508 กับ 16 สิงหาคม 2488 สองวันที่มีความหมายตรงข้ามกัน

7 สิงหาคม 2508 เรียกกันว่า “วันเสียงปืนแตก” เกิดจากเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจกับกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยกับคนไทยที่ต่างความคิดต่างอุดมการณ์ต่อสู้กันด้วยอาวุธเป็นครั้งแรก เสียชีวิตฝ่ายละ 1 คน

จากนั้นก็รบกันเรื่อยมา สูญเสียทุกด้านราว 17 ปี จนถึงสิงหาคม ปี 2535 มีการปะทะกันครั้งสุดท้ายที่เทือกเขาตะนาวศรี ระหว่าง ตชด.กับกองกำลังของ “ธง แจ่มศรี” เลขาธิการ พคท.

สงครามระเบิดขึ้นดุเดือดพวยพุ่ง หรือจะยุติลงได้ก็โดยอาศัยสิ่งเดียวกัน นั่นคือ “ทัศนคติ”

นโยบาย 66/2523 ที่รัฐไทยประกาศเป็น “ทัศนคติ” ที่เอาชนะ “พคท.” ได้ด้วยสติปัญญา

สําหรับ “16 สิงหาคม 2488” นั้นเรียกว่า “วันสันติภาพ” ถ้าไม่มีวันนั้นไทยอาจกลายเป็นฝ่ายแพ้ในสงครามโลกและมหาอำนาจอาจเข้าควบคุมและกำหนดวิถีชีวิต

หลังจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีไทยประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ในเดือนมกราคม 2485 “ขบวนการเสรีไทย” ที่นำโดย ปรีดี พนมยงค์ ก็จับมือปฏิบัติการลับร่วมกับฝ่ายพันธมิตร จนถึงวันที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ “ไทย” ก็ประกาศให้คำประกาศสงครามของจอมพล ป.ก่อนหน้านั้นเป็น “โมฆะ” เพราะชัดแจ้งว่าขัดกับเจตจำนงของประชาชนและไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

“16 สิงหาคม 2488” เป็นวันประวัติศาสตร์ เป็น “วันสันติภาพ” ของไทย

แต่เชื่อหรือไม่ “สันติภาพ” เป็นคำที่เบาหวิว ไม่สำคัญ ไม่ได้รับความสนใจ!

เช่นเดียวกับ “66/2523” เป็นทัศนคติสำคัญที่ทำให้ “สงครามประชาชน” ยุติลงก็ไม่ได้รับการศึกษา ต่อยอด พัฒนาหรือนำไปประยุกต์ใช้เป็นประโยชน์กับกรณีความขัดแย้งทางความคิดอื่นๆ

สังคมไทยยังคงส่งเสริมและเชิดชูการใช้ความรุนแรงจัดการปัญหา ไม่เว้นแม้กระทั่งกับการเมือง

เมื่อมีการสู้รบระเบิดขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จึงไม่น่าแปลกใจที่ “ท่วงท่า” ของคนไทยจำนวนหนึ่งจะพลุ่งพล่านเดือดดาลจนถึงขั้นขาดสติ

ควรจะเข้าใจว่า ไฟสงครามครั้งนี้ถูกจุดขึ้นอย่างมี “เป้าหมาย” และเพ้อฝันเกินไป ถ้านักสันติวิธีจะบอกว่า ให้ไปชวนกัมพูชามาช่วยกันหาทางออกให้กับจุดร้อนๆ ให้เป็น “จุดเย็นๆ”

ถ้าหากผู้นำไม่เจ็บป่วย ด้วย “ผลประโยชน์” และ “อัตตา” กัมพูชาก็คง “ไม่อยากเย็น” !

ระหว่างตูมตามกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชาคราวนี้ มีโอกาสได้หยิบหนังสือเก่ามากๆ เล่มหนึ่งขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่

หนังสือมีอายุเกือบครึ่งศตวรรษ แต่ยังทันสมัย ชื่อว่า “เขาปล่อยให้ผู้ป่วยบริหารงานระดับชาติ” เขียนโดย นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช ได้รับรางวัลที่ 1 วรรณกรรมประเภทร้อยแก้ว ของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ ประจำปี พ.ศ.2522 ใช้ฉากส่วนใหญ่จากสงครามโลกที่สะท้อนผ่านการทูต การทหาร และการบริหารประเทศของบรรดาผู้นำชาติมหาอำนาจ ซึ่งประสบเคราะห์กรรมทางธรรมชาติจากสภาพร่างกายและจิตใจ

กระทั่งมีคำถามว่า การกระทำที่โหดร้ายทารุณ และการนำบ้านเมืองเข้าสู่สงครามนั้นเกิดจากอาการวิกลจริตของผู้นำ?

กรณีไทยกับกัมพูชารบกันที่ชายแดนนั้นจะมีสักกี่คนที่ “ตั้งสติ” และตั้งใจฟังถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ที่กล่าวว่า “ผมไม่อยากให้มีการปะทะ เพราะทหารตาย 1 นาย ไม่ใช่เรื่องสนุก ทหาร 1คน มีลูกมีเมีย มีพ่อแม่และคนที่อยู่ข้างหลังอีกหลายคน ถึงรบกันยังไงสุดท้ายก็ต้องมาเจรจากันอยู่ดี ไม่ใช่ยุคโบราณที่ตีเอาบ้านเอาเมือง”

ในหนังสือ “เขาปล่อยให้ผู้ป่วยบริหารงานระดับชาติ” ยังได้กล่าวถึงโรคที่ชื่อ Personality Disorders ว่าเป็นโรคที่ซ่อนรูปลักษณะอาการคนที่ดูเหมือนปกติ แท้จริงแล้วจะเป็นอย่างที่จิตแพทย์นิยามพฤติการณ์ของโรคว่า “วิกลจริตในที่สาธารณะ” หลงผิดในความเป็นใหญ่ สามารถก่อเรื่องราวที่อันตรายแก่มนุษยชาติได้

ไฟสงครามทุกครั้งเกิดจากการตัดสินใจของผู้ป่วย!

ตอนหนึ่งในหนังสือ “เขาปล่อยให้ผู้ป่วยบริหารงานระดับชาติ” ดีนรัสด์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาสมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ให้ความเห็นเอาไว้ชวนตระหนกว่า …ถ้าไปตรวจรายชื่อคนสำคัญนานาชาติจะพบรายชื่อยืดยาว ผู้นำที่มีโรคเบียดเบียนและอาจทำให้เหตุการณ์บ้านเมืองหรือโลกผันแปรไปในทางร้ายได้

“ความเจ็บป่วยของผู้นำในชาติเป็นเสมือนก้อนกรวดที่ฝังอยู่ในเครื่องยนต์กลไกของการปกครองหรือการทูตเลยทีเดียว”

ยิ่งไปกว่านั้น ในหนังสือเล่มเดียวกัน นายแพทย์วิลเลียม ซาแจนต์ จิตแพทย์ชื่อดังแห่งยุคของอังกฤษขณะนั้นยังได้กล่าวชนิดที่ร่ำไห้ก็ไม่ได้ หัวเราะก็ไม่ออกว่า “ผู้ที่กระเสือกกระสนจนได้ตำแหน่งสูงสุดของประเทศนั้น ปรากฏว่าบางคนมีสภาพจิตใจพิกลพิการ ไม่เช่นนั้นก็เป็นคนไม่เต็มเต็ง”

ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ยืนยันว่า ประธานาธิบดีรูสเวลต์ สหรัฐอเมริกา ปล่อยให้รัฐมนตรีคนหนึ่งนั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ยาวนานถึง 8 ปีทั้งที่ป่วยโรคจิต มีอาการป้ำๆ เป๋อๆ หวาดผวา ซึ่งเมื่อพ้นจากตำแหน่งก็เข้ารับการรักษาในแผนกโรคจิต โรงพยาบาลทหารเรือ และไม่นานต่อมาก็ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากชั้น 16 ของโรงพยาบาล

ป่วย จิตเสื่อม หลงผิด ติดยึดในตัวเอง ลุ่มหลงในอำนาจ หงุดหงิดติดนิสัย เล็กไม่ได้ จมไม่ลง เป็นภาวะที่ “ขัด” ต่อพื้นฐานชีวิตมนุษย์ที่มีจุดเริ่มต้น พัฒนาการ และเสื่อมไปตามเวลา

ถ้าจะเปรียบกับ “ชีวิต” คำว่า “สงคราม” คือความเจ็บป่วย วิกลจริต พลุกพล่าน ร่านรน จะนำมาซึ่งความสูญเสีย และจบลงที่หายนะ ตรงกันข้ามกับความสันติ สงบสุข มั่นคง

แต่ประวัติศาสตร์มนุษย์ บรรทัดเว้นบรรทัดก็เต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหง เหยียบย่ำและทำสงคราม

จิตมนุษย์ที่ฝักใฝ่ความรุนแรงนั้นเป็นจิตที่เจ็บป่วย ตรงกันข้ามกับจิตใจรักสันติ ที่จะมีความเบิกบานและเป็นสุข!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?