bg-single

เดินหน้าสู่ปีที่ 4 (26) มีแต่สงคราม ไม่มีสันติภาพ

20.08.2025

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข

เดินหน้าสู่ปีที่ 4 (26)

มีแต่สงคราม ไม่มีสันติภาพ

“ประวัติศาสตร์ไม่เคยพักเบรก และมักจะไม่ได้จบลงด้วยสุขนาฏกรรม… ยูเครนในศตวรรษที่ 21 คือประเทศที่สงครามได้หวนคืนสู่ยุโรปอีกครั้’หนึ่ง… [ดังนั้น] จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะบอกว่าการต่อสู้เพื่ออนาคตของยูเครนจะจบลงอย่างไร”

Karl Schlogel

Ukraine : A Nation on the Borderland (2022)

ทุกคนที่เรียนวิชาประวัติศาสตร์ทหาร จะเห็นปัญหาสำคัญที่เป็นข้อเตือนใจประการหนึ่งว่า “สร้างสันติภาพ ยากกว่าสร้างสงคราม” หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า การดำเนินการหลังจุดสิ้นสุดของสงคราม ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน

ในทุกสงครามที่เกิดขึ้นนั้น จุดสุดท้ายของสงครามไม่ใช่เพียงการได้รับชัยชนะเหนือกองทัพข้าศึก หากแต่ชัยชนะเช่นนี้ จะต้องนำไปสู่การกำหนดสันติภาพให้เป็นไปในแบบที่เราต้องการ ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่า สงครามนั้นเป็นการกระทำที่ตรงไปตรงมา เพราะวัตถุประสงค์ของสงครามคือ การบังคับด้วยกำลังให้ข้าศึกยอมปฏิบัติตามความปรารถนาของเรา

ดังนั้น การจะกระทำเช่นนี้ได้มี 2 หนทางปฏิบัติ คือ 1) การควบคุมทางกายภาพต่อขีดความสามารถทางทหารในการรบของข้าศึก และการควบคุมนี้กระทำด้วยการบังคับที่เป็นผลสืบเนื่องจากการทำลายกำลังรบข้าศึก ซึ่งผลจากการควบคุมนี้ จะบังคับให้ข้าศึกต้องยอมแพ้ หรือในความหมายคือ เลือกที่จะไม่รบต่อ เพราะหมดขีดความสามารถในการทำสงคราม หรือที่ในทางทหารเรียกสภาวะเช่นนี้ว่า “กองทัพข้าศึกหมดความริเริ่มในสงคราม”

2) แม้การทำสงครามจะเป็นเรื่องทางทหาร แต่ในการใช้กำลังนี้จะต้องพิจารณาถึงมิติทางการเมือง การดำเนินการในการตัดสินใจทั้งในระดับทางยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี ล้วนไม่สามารถแยกออกจากวัตถุประสงค์ทางการเมืองได้ และวัตถุประสงค์ทางการเมืองเช่นนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินการ “การสงคราม” (ใช้ในความหมายของ warfare)

การสงครามในความหมายเช่นนี้ จึงมีนัยถึงการใช้พลังอำนาจทางทหารเพื่อที่จะให้ได้รับผลตอบแทนทางการเมืองตามที่ต้องการ ฉะนั้น การกล่าวว่า “สร้างสันติภาพ ยากกว่าสร้างสงคราม” จึงมิได้มีความหมายว่า การทำสงครามเป็นเรื่องง่าย หากแต่มีนัยว่าการสร้างสันติภาพอาจจะเป็นภารกิจที่ยากกว่า และเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนทางการเมืองในอีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากในหลายกรณี เรามักจะพบว่า ความตกลงสันติภาพในยุคหลังสงคราม มีความเปราะบางจากปัจจัยทางการเมือง และสงครามที่สงบลง อาจกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่

ดังนั้น ในหนทางที่ 2 จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติสงคราม อันจะนำไปสู่การออกแบบสันติภาพในแบบที่รัฐผู้ชนะต้องการตามวัตถุประสงค์ทางการเมืองของฝ่ายตน ซึ่งวัตถุประสงค์นี้เป็นปัจจัยในการกำหนดทิศทางการสงครามตั้งแต่ต้น

สันติภาพยูเครน

หากพิจารณาจากมุมมองข้างต้น จะเห็นชัดว่าปัญหาสันติภาพยูเครนไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย ในด้านหนึ่ง รัฐคู่สงครามยังมีศักยภาพในการทำการรบต่อเนื่อง แม้ยูเครนจะต้องพึ่งพาการสนับสนุนด้านอาวุธจากฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะจากสหรัฐอย่างมากก็ตาม และเมื่อความช่วยเหลือจากสหรัฐลดลง ทางสหภาพยุโรปได้เข้ามาเป็นผู้แบกรับการสนับสนุนแทน เท่าๆ กับที่ทางรัสเซียยังมีพันธมิตรที่ใกล้ชิดอย่างอิหร่านและเกาหลีเหนือ คอยให้การสนับสนุนด้านอาวุธ

ถ้าเราหวังว่าสงครามจะสงบจากปัญหาข้อจำกัดทางทหารดังที่กล่าวแล้วนั้น เป็นอันว่าเลิกคิดได้เลย เพราะรัฐคู่สงครามยังรบกันต่อไปได้ ยังไม่ถึงทางตันจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรบต่อไปไม่ได้ และจำเป็นต้องยอมยุติการรบแต่อย่างใด

แต่ถ้าหวังว่าจะใช้วัตถุประสงค์ทางการเมืองเป็นเครื่องมือในการแสวงหาสันติภาพแล้ว ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพได้จริงเท่าใดนัก จนบางทีเราอาจต้องทดลองมองย้อนกลับไปสู่ความพยายามที่เกิดขึ้น เช่น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2022 ได้มีความพยายามที่จะเปิดการเจรจาสันติภาพที่ตุรกี พร้อมกับกรอบการเจรจาด้วยการออก “แถลงการณ์อิสตันบูล” (The Istanbul Communique) ที่มีข้อกำหนดว่า 1) ยูเครนจะเป็นกลางอย่างถาวร 2) ยูเครนจะไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของนาโต และ 3) การตอบรับในข้อ 1 และ 2 จะทำให้ยูเครนได้รับการค้ำประกันด้านความมั่นคง

อุปสรรคของสันติภาพ

แต่ในที่สุดแล้ว ก็ไม่มีฝ่ายใดยอมที่จะคุยในรายละเอียดเพื่อหาทางที่จะยุติสงคราม และสงครามก็ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าสงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องของคู่สงครามแต่เพียง 2 ฝ่ายเท่านั้น หากยังเกี่ยวโยงไปยังตัวแสดงอื่นๆ ดังนั้น การเจรจาสันติภาพยูเครนไม่มีทางที่จะดำรงความเป็นเวทีทวิภาคีได้แต่อย่างใด เช่น ความมั่นคงของยูเครนมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐอื่นๆ ในยุโรป ดังนั้น อุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่งจึงได้แก่ การที่ประเทศตะวันตกไม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่จะเป็นผู้ค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนในอนาคต ต้องยอมรับว่าเป็นอาการก้ำๆ กึ่งๆ ในเชิงท่าทีของรัฐยุโรป เพราะด้านหนึ่งก็ไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับปัญหาความมั่นคงของยูเครน ที่ในอีกด้านหนึ่งนั้น ผู้นำยุโรปทุกคนรู้ดีว่าปัญหานี้มีนัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรัสเซีย

นอกจากนี้ รัฐคู่สงครามยังมีความฝันอย่างมากว่า เขาจะเป็นฝ่ายชนะในสงครามครั้งนี้ สภาวะ “อภินิหารสนามรบ” จึงทำให้ผู้นำของรัฐที่เกี่ยวข้องเชื่อในชัยชนะของฝ่ายตน ความฝันเรื่องอภินิหารสนามรบเช่นนี้จึงทำให้รัฐคู่พิพาทมีความสนใจในเรื่องของการเจรจาน้อยลง

อีกทั้งการกำหนดประเด็นเรื่องสันติภาพยูเครนนั้น ควรจะต้องยอมรับความจริงในทางการเมืองว่า ในกรณีรัสเซียกับยูเครนนั้น ต่างมีความกลัวซึ่งกันและกันในอนาคตระยะยาว ดังจะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่การเปิดการเจรจาที่อิสตันบูลเป็นต้นมา ประเด็นหลักที่เป็นหัวข้อสำคัญของแต่ละฝ่ายคือ ความกังวลด้านความมั่นคงของตน ที่ต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมรับ

ประกอบกับยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า ในที่สุดแล้วจะจัดการเรื่องเช่นนี้อย่างไร ได้แก่ ปัญหาสถานะของดินแดนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 คือ ไครเมีย และดอนบาส ปัญหาการยกเลิกการแซงก์ชั่นรัสเซีย และปัญหาการฟื้นฟูสังคมยูเครนหลังสงคราม ซึ่งทั้ง 3 เรื่องอาจจะมีสถานะเป็นเรื่องรอง เพราะปัญหาพื้นฐานที่เป็นความต้องการของรัสเซียคือ 1) ยูเครนต้องประกาศอย่างชัดเจนที่จะไม่ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกของนาโตเป็นอันขาด 2) จะต้องไม่อนุญาตให้กองกำลังต่างชาติเข้ามาตั้งในดินแดนของยูเครน 3) จะต้องไม่อนุญาตให้มีการซ้อมรบของกำลังรบต่างชาติในพื้นที่ของยูเครน และ 4) ยอมรับเงื่อนไขการจำกัดกำลังอาวุธ/กำลังพลของกองทัพยูเครน

สําหรับความต้องการในเบื้องต้นของยูเครนคือ 1) ยูเครนต้องการการค้ำประกันด้านความมั่นคงจากฝ่ายตะวันตก 2) หากรัสเซียเปิดการโจมตียูเครน กำลังของฝ่ายตะวันตกสามารถเข้ามาในยูเครนได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอการตอบรับจากรัสเซีย และ 3) จะต้องไม่มีข้อจำกัดกำลังอาวุธ/กำลังพลของกองทัพยูเครน

ดังนี้แล้วจะเห็นได้ว่า กุญแจดอกสำคัญของปัญหาสันติภาพในยูเครนคือ ข้อพิจารณาด้านความมั่นคงของทั้ง 2 ฝ่ายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นข้อกังวลที่น่าจะไม่สามารถประนีประนอมกันได้ในทางการเมือง

ในอีกด้านหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าความกังวลที่สำคัญของยูเครนคือ 1) กองทัพยูเครนจะต้องมีขีดความสามารถในการป้องกันตนเองในทางทหาร ไม่ใช่อยู่ภายใต้การควบคุมทางทหาร และ 2) การค้ำประกันความมั่นคงของฝ่ายตะวันตก ซึ่งยูเครนถือว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างมากในฐานะของการเป็นอำนาจในการ “ป้องปราม” รัสเซีย ซึ่งข้อกังวลพื้นฐาน 2 ประการเช่นนี้ ไม่มีทางที่ผู้นำรัสเซียจะยอมรับได้เลย

ดังนั้น สำหรับยูเครนแล้ว หากไม่บรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองใน 2 ประการนี้แล้ว การลงนามสันติภาพจะไม่มีความหมายอะไร เพราะความตกลงสันติภาพเช่นนี้จะไม่สามารถป้องกันการบุกของรัสเซียได้แต่อย่างใด โดยเฉพาะการไม่มีการค้ำประกันด้านความมั่นคงจากฝ่ายตะวันตก จะทำให้ความตกลงนี้เป็นเพียง “เสือกระดาษ” ที่ไม่สามารถป้องปรามการคุกคามทางทหารของรัสเซียได้

ในทำนองเดียวกัน สำหรับรัสเซียแล้ว เราอาจอธิบายได้ว่า 1) การไม่ควบคุมยูเครนในทางการทหาร และปล่อยให้เกิดการพัฒนาทางทหารของกองทัพยูเครนแล้ว ยูเครนจะนำเอากองทัพยูเครนที่เข้มแข็งนั้น เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการปลดปล่อยที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย และ 2) รัสเซียมีความกังวลเสมอกับการเข้าเป็นสมาชิกของนาโต แม้รัสเซียจะทราบดีว่าการเป็นสมาชิกดังกล่าวอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น แต่รัสเซียเองก็ไม่มีความมั่นใจว่า การสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโตอาจจะประสบความสำเร็จในอนาคตได้ แม้ผู้นำสหรัฐในยุคทรัมป์จะออกมายืนยันว่า รัฐบาลจะไม่สนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครนก็ตาม แต่ผู้นำรัสเซียก็ไม่มั่นใจว่า หากเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลที่วอชิงตันแล้ว นโยบายดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ในอนาคต

การต่อรอง

มุมมองของยูเครนและรัสเซียดังที่กล่าวแล้วในข้างต้น ทำให้เห็นได้ชัดว่าปัญหาเช่นนี้ได้กลายเป็นอุปสรรคในเบื้องต้นสำหรับการเจรจาเรื่องสันติภาพไปโดยปริยาย การเน้นข้อเรียกร้องที่มุ่งจะเพิ่มความมั่นคงของฝ่ายตนเช่นนี้ ได้กลายเป็นปัจจัยในการกำหนดพฤติกรรมทางทหาร และอำนาจต่อรองทางการเมืองไปโดยปริยาย อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาด้วย หรือในอีกมุมหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า คณะผู้เจรจาจะต้องยอมรับความเป็นจริงของข้อกังวลด้านความมั่นคงของแต่ละฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงในอีกด้านก็คือ ไม่ว่ารัสเซียหรือยูเครนก็เลือกที่จะไม่ทิ้งประเด็นเรื่องดินแดนที่เป็นข้อพิพาทอย่างแน่นอน แม้ต่างฝ่ายต่างหวังที่จะเห็น “อภินิหารสนามรบ” แต่พวกเขาล้วนตระหนักดีในความเป็นจริงของสงครามว่า ปัจจัยสงครามเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าพื้นที่ใดจะอยู่ในควบคุมของฝ่ายใด กล่าวคือ อำนาจการครอบครองดินแดน เกิดจากอำนาจทางทหารในการรบของฝ่ายตน

แต่สิ่งที่พวกเขาทั้ง 2 ฝ่ายกังวลมากกว่านั้นในความเป็นจริงก็คือ อนาคตด้านความมั่นคงของตนที่เป็นผลลัพธ์จากสงครามนี้ต่างหาก!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’