bg-single

สมรสสร้างชาติ : การเร่งสร้างพลเมือง (1)

21.08.2025

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

สมรสสร้างชาติ

: การเร่งสร้างพลเมือง (1)

เมื่อครั้งรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม เดินหน้านโยบาย “สร้างชาติ” (2481) ในช่วงก่อนสงครามเพื่อให้ชาติไทยมีความเจริญก้าวหน้าโดยเริ่มต้นจากการสร้างหน่วยที่เล็กที่สุด คือ พลเมือง ครอบครัว ชุมชน ไปสู่ชาติในฐานะหน่วยทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุด ต่อมา รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขจัดวันสมรสแห่งชาติขึ้นเพื่อส่งเสริมการเพิ่มพลเมืองให้เป็นกำลังของชาติและแสดงความเป็นอารยะให้สากลประจักษ์

จาก “วันของแม่” สู่การสมรสสร้างครอบครัว

รัฐบาลสมัยประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยรัฐบาลจอมพล ป.ให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทางเพศด้วยการส่งเสริมและยกระดับสิทธิและเสรีภาพของสตรีไทยขึ้นอย่างกว้างขวาง เช่น การส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมให้สตรีเข้าร่วมการป้องกันประเทศ การตั้งยุวนารี กองทหารหญิง การปรับปรุงการแต่งกาย การตั้งองค์กรส่งเสริมการสมรส การคุ้มครองชีวิตสมรสให้สตรีไทย (นันทิรา ขำภิบาล, 2530)

ต่อมา รัฐบาลจึงสร้างวันของแม่และการสมรสแห่งชาติขึ้นเพื่อเชิดชูสตรีไทยอันเป็นส่วนหนึ่งการสร้างชาติ (นริศ จรัสจรรยาวงศ์, the101.world/plaek-phibulsongkharm-mothers-day/) ดังที่กระทรวงสาธารณสุขจัดให้มีงาน “วันของแม่” ขึ้นเมื่อ 10 มีนาคม 2486 ที่สวนอัมพร เพื่อส่งเสริมเกียรติของเหล่าหญิงไทยในฐานะแม่ผู้สร้างชาติ ผู้ให้กำเนิดบุตรผู้จะกลายเป็นพลเมืองของชาติต่อไป รวมทั้งการสร้างสถาบันครอบครัวด้วยการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการแจกจ่ายหนังสือชื่อว่า “คู่มือสมรส” ในคู่มือจอมพล ป.พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ร่วมกันเขียนคำนำกล่าวถึงความสําคัญของการสร้างชาติด้วยการสมรสว่า

“การส้างชาติ ย่อมหมายถึงการทำชาติไทยบนประเทสไทยไห้มีแต่การกินดีหยู่ดีทั่วกัน จะสำเหร็ดได้ก็ด้วยการทำ ด้วยกำลังนานาชนิดของชาติและของประเทสไทย มีกำลังคน, กำลังทรัพย์ เปนสิ่งสำคันอันแรก นอกนั้น ยังมีกำลังต่างๆ เกิดจากกำลังทั้งสองข้างบนนี้เปนอันมาก” (คู่มือสมรส, 2486, ก)

จอมพล ป. และท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม

ในคำนำของคู่มือสมรสให้ความสำคัญของการสมรสต่อไปอีกว่า “เราจะต้องอายกันทําไม ในการที่เราจะพูดคําว่า สมรส จนชินปากชินหู อย่างเราพูดคําว่า แม่ จนเคยชิน และเราพูดพร้อมด้วยยกมือขึ้นกราบไหว้ทั่วกัน แม่ เป็นคําหวาน ซาบซึ้งยิ่งกว่าคําใดในภาษาไทย และต่อไปนี้ คําว่า สมรส ก็จะกลายเป็นคําที่คู่ติดไปกับคําว่าแม่เสมอ การสมรสเป็นการสร้างกําลังคนให้แก่ชาติ ซึ่งเป็นกําลังสําคัญยิ่งตามที่ฉันกล่าวมาแล้วนั้น และในเวลาเดียวกัน การสมรส เป็นการสร้างแม่ให้แก่ชาติของเรา ชาติไทยจะปลอดภัยอยู่ที่เรามีกําลังคนมาก

และชาติไทย จะเป็นมหาอํานาจตามที่เราตั้งความมุ่งหมายไว้ทุกคนนั้น ก็อยู่ที่มีกําลังคนมาก คนคนเดียว สู้คน 2 คนไม่ได้ ทุกท่านทราบดีแล้ว คน 18 ล้านก็ย่อมสู้คน 100 ล้านคนไม่ได้ และชาติไทยมี 18 ล้านคน ก็ย่อมจะสร้างชาติไม่ได้ดี เท่าชาติไทย 100 ล้านคน และถ้าชาติไทยมีคนเลว 100 ล้านคน ก็จะสร้างชาติไทยได้ไม่ดี เท่าชาติไทยมีแต่คนดี 100 ล้านคนเป็นแน่นอน” (คู่มือสมรส, ก)

เนื้อหาภายในคู่มือสมรสนั้น มีสาระถึงความสำคัญของการสมรส การเตรียมตัวก่อนสมรส การครองชีพของคู่สมรส การสืบพันธุ์ อาการสําคัญในการมีครรภ์ วิธีคํานวณวันคลอดลูก อาการผิดปกติใน ระหว่างมีครรภ์

จากนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแม่และเด็ก การเลี้ยงเด็ก เช่น การเตรียมของใช้ของแม่และเด็ก การอาบน้ำ การนอน การเติบโตของทารก การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กําหนดระยะเวลาให้นม การหย่านมแม่ อาหารพิเศษของทารก อุปนิสัยของเด็ก นิสัยดีและเลวของเด็ก การสอนให้เด็กเชื่อฟัง การอบรมแบบต่างๆ การฝึกขับถ่าย การรักษาฟัน การออกกําลัง การป้องกันโรคติดต่อของเด็ก เป็นต้น

สุดท้ายแล้ว จอมพล ป. และท่านผู้หญิงลงท้ายคู่มือสมรสว่า “ฉันทั้งสองจึงหวังว่างานวันของแม่จะสำเหร็ดหย่างดียิ่ง และเปนที่สนไจของพี่น้องชาวไทยทั่วกัน และพร้อมที่จะเดินตามการนำอันดีของกะซวงการสาธารนสุขนี้ตลอดไป

ส่วนคู่มือสมรสเล่มที่จะแจกไนงานวันของแม่ ซึ่งบันจุไว้แต่สิ่งมีประโยชน์ไนการส้างกำลังคนดีไห้แก่ชาตินี้ ฉันเชื่อแน่นอนว่าจะเปนหนังสือวางไว้ทุกบ้าน และได้อ่านหาความรู้เปนประโยชน์แก่ผู้ได้รับแจกไป ชาติไทยก็จะได้รับส่วนแบ่งกุสลกัมนี้หย่างมาก เปนก้าวยาวอีกก้าวหนึ่งที่ชาติไทยเดินไปข้างหน้าสู่ที่หมายสุดท้ายของเราคือ มหาอานาจักรไทย สวัสดีแด่แม่ของไทยทุกท่าน” (คู่มือสมรส, ข)

ผู้เข้าประกวดในงานวันของแม่ครั้งแรก 10 มีนาคม 2486 เครดิตภาพ : นริศ จรัสจรรยาวงศ์

การสมรสสร้างชาติ

เมื่อชาติในระบอบประชาธิปไตยหมายถึงประชาชนทั้งมวล การสร้างชาติให้เข้มแข็งในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.ในทางหนึ่งคือ การเพิ่มพลเมืองให้มากขึ้น การสร้างสถาบันครอบครัวเพื่อส่งเสริมการมีบุตรจึงเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในครั้งนั้น

ต่อมา กระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งองค์การส่งเสริมการสมรสขึ้น เมื่อ 1 กันยายน 2485 เพื่อส่งเสริมการงานสมรสให้แก่พลเมือง ด้วยรัฐบาลเห็นถึงปัญหาจากจารีตประเพณีการแต่งงานของไทยโบราณขาดหลักประกันความมั่นคงให้กับฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงถูกฝ่ายชายเอาเปรียบ หลอกลวง ทอดทิ้งทำให้ “ดอกไม้ของชาติต้องร่วงโรยและเส้าหมองไปอย่างน่าเสียดาย” ในขณะที่ประเพณีสมรสของบางถิ่นยุ่งยากเป็นอุปสรรคขัดขวาง ขาดความพอดี ดังนั้น สภาวัฒนธรรมของชาติจึงวางแบบแผนในการแต่งงานขึ้นให้เป็นแบบเดียว (นันทิรา, 2531, 171-172)

การสังสรรค์ของชายหนุ่มหญิงสาวไปทัศนาจรชายทะเล ช่วง 2484

การสร้างครอบครัวคือการสร้างชาติ

เมื่อองค์การส่งเสริมการสมรสตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้คนไทยแต่งงานมีบุตร เพิ่มจำนวนประชากร สร้างความมั่นคงแก่ประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินนโยบายสร้างชาติ ในการประชุมครั้งหนึ่งขององค์การส่งเสริมการสมรสถกเถียงถึงอุปสรรคของการสมรสของคนไทยไว้ดังที่พุธิตา ขำบุญลือ สรุปไว้ว่า อุปสรรคสำคัญของการแต่งงานของคนไทยมี 3 ประการ ได้แก่ การเรียกสินสอดทองหมั้นเกินสมควร ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองในการแต่งงานสูง และชายหญิงขาดโอกาสที่จะพบปะสมาคม

องค์การส่งเสริมการสมรสจึงได้เสนอวิธีการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเงินซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ เช่น ให้เงินทุนอุดหนุนการสมรสหรือให้กู้ยืมเงินสำหรับนำไปจัดการสมรส รวมทั้งอำนวยความสะดวกทั้งก่อน ระหว่าง และหลังสมรส ในด้านการสู่ขอ การจดทะเบียน การตรวจโรค การให้ที่อยู่ชั่วคราวหรือถาวร

รวมทั้ง การวางมาตรฐานพิธีสมรสของคนไทยให้เหมาะสมและมัธยัสถ์ ดำเนินการจัดพิธีสมรสหมู่ เพื่อเป็นการประหยัด การเผยแพร่ข้อดีของการสมรส รวมทั้งประโยชน์ของการตรวจร่างกายก่อนสมรสเพื่อสุขภาพของคู่สมรสและบุตรที่จะเกิดมาเป็นพลเมืองของชาติที่สมบูรณ์

คู่บ่าวสาวกับพิธีการสมรสตามแบบแผนใหม่ที่รัฐบาลกำหนดขึ้น

ในปีรุ่งขึ้น (2486) องค์การส่งเสริมการสมรสจัดพิธีสมรสหมู่ของชาติในจังหวัดพระนครและธนบุรี ณ ทำเนียบสามัคคีชัย ตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2486 โดยมีบ่าวสาวเข้าร่วมพิธีจำนวน 73 คู่ และจอมพล ป. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีดังกล่าว นอกจากนี้ บุตรคนแรกของคู่สมรสหมู่ที่องค์การส่งเสริมการสมรสประกอบขึ้นยังมีสิทธิ์ได้รับทุนการศึกษาในระดับประถมศึกษาปีละ 80 บาท (ไม่เกิน 5 ปี) อีกด้วย

จากนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายการจัดตั้งองค์การส่งเสริมการสมรสส่วนภูมิภาคขึ้นในทุกจังหวัด โดยมีข้าหลวงประจำแต่ละจังหวัดเป็นประธาน เพื่อช่วยดำเนินการเร่งเพิ่มจำนวนประชากรของประเทศให้มากขึ้นตามนโยบายรัฐบาล และให้ทำการสมรสอย่างมีวัฒนธรรม โดยในวันที่ 7 มกราคม พุทธศักราช 2487 องค์การส่งเสริมการสมรสส่วนภูมิภาคได้จัดพิธีสมรสหมู่ของชาติทั่วทุกจังหวัดพร้อมกัน (เพจหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ในช่วงเวลานั้น รัฐบาลได้สร้างแบบแผนพิธีการสมรสแบบใหม่และจัดงานพิธีการสมรสอย่างยิ่งใหญ่ให้เป็นงานของชาติ มีพิธีนิมนต์พระสวดชยันโต หลั่งน้ำสังข์ จดทะเบียนสมรส ลงชื่อในสมุดอวยพรเพื่อเป็นหลักเป็นฐานและมีการเลี้ยงน้ำชาและอาหาร โดยรัฐบาลครั้งนั้นมีเป้าหมายที่จะเพิ่มประชากรใหม่ให้ไทยให้ถึง 100 ล้านคน (คู่มือสมรส, 2486, ข)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์