bg-single

นิยาม ความหมาย ‘สยาม’ สู่ยุคแห่ง ‘ทันสมัย’ มากับ เทวดา ‘เด็ก’

03.09.2025

บทความพิเศษ

นิยาม ความหมาย

‘สยาม’ สู่ยุคแห่ง ‘ทันสมัย’

มากับ เทวดา ‘เด็ก’

บทสรุปจากการศึกษาพัฒนาการทางสังคมทั้งของตะวันตกและของไทยแห่ง ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ทำให้กล้าฟันธงลงไปว่าเทียนวรรณน่าจะเป็น “คนไทยคนแรกๆ” ผู้นำเอาเทวดาฝรั่งมาเผยแพร่ในเมืองสยาม

เป็นบทสรุปจากฐานความเป็นจริงใดในทางความคิด

บทความ “ความก้าวหน้า” ในความคิดของเทียนวรรณ ในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนธันวาคม 2542 ยืนยัน

ยืนยันจากภาพหน้าปก “แมคคาซิน” ตุละวิภาคพจนกิจ ของเทียนวรรณที่ตีพิมพ์ใน พ.ศ.2443 อันตรงกับปี จ.ศ.1262 หรือปี ร.ศ.119 นั้นมีภาพ “เทวดา” เหาะอยู่ด้วย เป็นเทวดาเด็กตีปีกและเปลือยกายอยู่บนฟ้า

เทียนวรรณให้คำอธิบายไว้ดังต่อไปนี้

“ที่มีรูปเด็กมีปีก เอามือถือตาชั่งหิ้วอยู่นั้น คือ เทวดา แสดงความว่า เด็กย่อมมีความเจริญขึ้น ตามความเข้าใจของพวกที่ติดสมมุติ”

ในความเห็นของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ

“ผมคิดว่าเทวดาเด็กของเทียนวรรณนี้เป็นเทวดาคติฝรั่งแน่ ที่น่าสนใจคือการตีความของเทียนวรรณว่า เทวดาเป็น “เด็ก” ก็เพื่อจะให้หมายถึงความเจริญที่จะมีขึ้นในกาลต่อมา”

คำอธิบายนี้ในมุมของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ

“น่าจะมาจากความคิดและความต้องการของเทียนวรรณเอง ซึ่งในสมัยนั้นเขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในอันที่ต้องการให้ ‘สยามประเทศ’

จัดการบ้านเมืองแลปรับปรุงขนบธรรมเนียมให้ทันแก่สมัย”

เทวดาเด็ก ถือตาชั่ง

ตัวแทน ความก้าวหน้า

ในความเห็นของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ การใช้ภาพ “เด็ก” เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายของ “ความเจริญ-ก้าวหน้า” นับเป็นสิ่งใหม่ที่คติและธรรมเนียม ไม่ว่าทางศิลปะหรือทางศาสนาของสยามเก่าไม่เคยมีมาก่อน

แล้วแนวคิดเรื่อง “ความเจริญ-ก้าวหน้า” เอง ก็สงสัยจะไม่มีอยู่ในความคิดทางการเมืองและสังคมไทยโบราณมาก่อนจนกระทั่งในยุค “สมัยใหม่” ที่ว่านี้

จึงไม่แปลกที่เทียนวรรณเองต้องเขียนคำอธิบายภาพปกแมคคาซินของเขาเอาไว้ด้วยอย่างละเอียด เพราะผู้อ่านทั่วไปทั้งที่เป็นขุนนางข้าราชการและกระฎุมพีน้อยใหญ่คงไม่เข้าใจแน่ๆ ว่า

ทำไมเขาจึงวาดภาพปกพิลึกกึกกือออกมาอย่างนี้

นอกจาก “เทวดาเด็ก” จะหมายความถึงความเจริญแล้ว เทียนวรรณยังให้คำอธิบายอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากทีเดียวต่อการเข้าใจฐานะและปัญหาที่เขาเผชิญหน้าอยู่ในสมัยนั้น

เทียนวรรณบอกว่า

“ที่ให้เทวดาเด็กมีปีกถือตาชั่งหิ้วอยู่นั้นประสงค์จะแสดงว่า ถ้าใครออกท่าจะข่มเหงด้วยประการใดเทวดาจะได้พาหิ้วขึ้นให้สูงพ้นจากอำนาจคนพาลได้ เพราะฉะนั้น จึงมิให้ตั้งกับพื้น”

“เทวดาเด็ก” ของเทียนวรรณจึงยังต้องทำหน้าที่ “อภิบาลคนดี” อยู่อีกด้วยในระหว่างที่รอให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าขึ้นไป

นิยาม ความหมาย ตาชั่ง

คือ ความจริง คือ ความเท็จ

เห็นได้ว่าเขาไม่ได้ “สงสัย” ใน “อำนาจ” แม้จะเป็นของ “คนพาล” ก็ตามที แต่อาศัยหลบ หลีก หรืออาศัย “เทวดาเด็ก” ช่วยพาให้พ้นไปเท่านั้น

ดังนั้น ตาชั่งหรือเครื่องตวงในทัศนะของเทียนวรรณจึงไม่ใช่เรื่องของ “ความยุติธรรม” ดังที่พวกเราปัจจุบันนี้เข้าใจและใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเที่ยงตรง

ในความคิดของเทียนวรรณ ตาชั่งหรือตาชูเป็นเครื่องจำแนกแยกแยะคนดีหรือเลว แยกสิ่งของระหว่างหยาบกับละเอียด เป็นต้น

เทียนวรรณจึงอธิบายว่า

“เครื่องชั่งชี้หรือแบ่งออกซึ่งรูปแลนาม หรือสรรพสิ่ง เหตุผล กิจการและวัตถุให้เป็นส่วนๆ คือ ความจริงแลความเท็จ ความชั่วแลดี มีคุณแลโทษมากแลน้อย ละเอียดหรือหยาบช้า เปนต้น”

ความยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมกันหรืออภิสิทธิ์ในสังคมของคนที่มีฐานะและยศถาบรรดาศักดิ์นั้น ยังไม่เป็นปัญหาในสังคมในทัศนะของเทียนวรรณและของโลกคนสยามสมัยดังกล่าว

ถ้าพูดในภาษาปัจจุบัน เทียนวรรณสร้างบทบาททางการเมืองให้แก่ “เทวดาเด็ก” ของเขา

แต่ในภาษาของเทียนวรรณสมัยนั้นเขาไม่ได้ใช้คำว่า “การเมือง” เลยแม้แต่ครั้งเดียว อาจเป็นว่าคำนี้ยังไม่มีในภาษาไทยสมัยนั้นเพราะยังไม่มีบริบททางการเมืองสมัยใหม่หรือที่เราเรียกว่า “ประชาธิปไตย” เกิดขึ้น

วาทกรรมทางการเมืองแบบใหม่จึงยังไม่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ข้อความที่เขาพูดและมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับคำว่า “การเมือง” ได้แก่ ความที่ว่า “กิจการบ้านเมืองซึ่งเป็นข้าราชการต่ำสูง” ซึ่งเห็นชัดๆ ว่าการเมืองของท่านยังเป็นเรื่องของ “ข้าราชการระดับชั้นต่างๆ”

ท่านยังไม่อาจคิดถึงเรื่องการมีรัฐธรรมนูญ หรือการเมืองที่เป็นของราษฎร หรือการต่อสู้แข่งขันเลือกตั้งเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ปกครองแทนราษฎรแต่ประการใด

ก็แล้วความคิดเกี่ยวกับ “ความก้าวหน้า” แบบสมัยใหม่เข้ามาในกรุงสยามแต่เมื่อใด

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ยอมรับว่า “ก็ไม่ทราบแน่ชัดเหมือนกัน”

จุดตัด เส้นแบ่ง ยุคสมัย

สยาม “ใหม่” สยาม “เก่า”

ถ้าจะให้เดาคิดว่า น่าจะเข้ามาราวสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะดูจะเป็นช่วงที่ชนชั้นสูงในพระราชอาณาจักรได้ตระหนักถึงความจำเป็นของการเรียนรู้และรับเอาสิ่งใหม่ทั้งที่เป็นวิชาความรู้และที่เป็นวัตถุนำมาใช้สอยหรือบริโภคได้

“กระบวนการทำประเทศให้ทันสมัย” อันเป็นคำที่เชยของนักวิชาการใหม่-เริ่มมองเห็นชัดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

แม้จะยังจำกัดอยู่ที่กลุ่มเล็กๆ แต่ก็เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการของสยามเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจอย่างล้นพ้น

ในสมัยนั้นเองที่คนไทยจำนวนหนึ่งเริ่มรู้จักและมี “รสนิยม” (อันเป็นสิ่งใหม่ในโลกสมัยใหม่) ในการดำเนินชีวิตชาวกรุงที่ไม่ให้น่าเบื่อเกินไปนัก เช่น การขี่รถยนต์ และนั่งรถไฟ ไปจนถึงการสวมถุงเท้าไหม เสื้อลินิน

ไปกระทั่งการสวมหมวกสักหลาด ถึงกล้องถ่ายรูปและการถ่ายรูปในชุดสมัยใหม่ เป็นต้น

หนังสือพิมพ์รายต่างๆ และหนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มแบบที่เราคุ้นเคยกันอยู่ทุกวันนี้เริ่มตีพิมพ์ออกมาทั้งในภาษาไทยและต่างประเทศ ช่วยทำให้ “ไฮโซไซตี้” ในกรุงคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเยอะเลย

แม้ “กลุ่มสยามหนุ่ม” และหนังสือ “ดรุโณวาท” จะแรงและหนักไปบ้างตามประสาคนหนุ่มในสายตาของสยามแก่อย่าง “กลุ่มสมเด็จเจ้าพระยาฯ” แต่นั่นดูเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยใหม่เช่นเดียวกัน

เมื่อไรที่มีคนเรียกตัวเองว่า “คนรุ่นใหม่” หรือ “รุ่นหนุ่ม” อะไรทำนองนี้ละก็มันย่อมแน่นอนที่จะมีคนอีกกลุ่มที่ “เก่า” หรือ “แก่”

เมื่อนั้นก็คือความขัดแย้งระหว่างวัยและระหว่างแนวคิดของแต่ละรุ่นในสังคม

นิมิตหมาย จำเริญ พัฒนา

ภาพ แห่ง สยาม “ทันสมัย”

ในความเห็นของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เทียนวรรณก็เป็นคนรุ่นทันสมัยนั้นด้วยเช่นกัน ในบรรดาข้อเขียนเกือบร้อยข้อเมื่อท่านล่วงอายุมาถึง 64 ปี

หรือนับได้ 23,097 วันนี้

มีแนวคิดอันสำคัญเกี่ยวเนื่องกับการ “จะจัดบ้านเมืองแลเปลี่ยนแปลงแก้ไขขนบธรรมเนียมในประเทศให้ดีให้ทันแก่สมัย”

เทียนวรรณไม่ได้พูดว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็น “สมัยใหม่” เพราะท่านคงไม่ได้คิดว่าความเจริญเป็นของ “ใหม่” อะไรมากนัก

แต่ที่แน่ๆ คือความเจริญก้าวหน้าของสมัยนั้นเป็น “ของดี”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘ฟุตบอลศาสตร์’ ของ ‘ครูลูกหนังชาวสเปน’ | ปราปต์ บุนปาน
กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)