วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com
ว่าด้วยบททดสอบครั้งใหญ่ ธุรกิจครอบครัวเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสังคมไทย
“บุญรอดบริวเวอรี่” และ “เบียร์สิงห์” กับแผนการขยายฐานธุรกิจออกจากเมืองหลวงครั้งแรก สร้างเครือข่ายธุรกิจให้มีพลังครอบคลุมทั่วประเทศไทย อยู่ในจังหวะเวลาที่น่าตื่นเต้น
เชื่อว่า มาจากแรงกดดันในยุค อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อรัฐบาลดำเนินแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยครั้งใหญ่ รวมทั้งเปิดเสรีอุตสาหกรรมเบียร์ด้วย ตั้งแต่ปี 2534 มีการปรากฏขึ้นของ คู่แข่งรายใหม่ๆ
รายใหญ่ที่น่าเกรงขาม คือผู้นำผู้ครอบครองธุรกิจสุราไทยค่อนข้างเบ็ดเสร็จ ก้าวข้ามพรมแดนทันที เริ่มต้นด้วยการร่วมทุนกับต่างชาติ-Carlsberg เบียร์ชั้นนำของโลกแห่งเดนมาร์ก ตั้งโรงงาน (ปี 2534) และออกสู่ตลาดค่อนข้างรวดเร็ว (ปี 2536) พร้อมๆ กันนั้นสร้างเบียร์แบรนด์ไทย “เบียร์ช้าง” เป็นแผนคู่ขนานเข้าสู่ตลาด
มีคู่แข่งควรสนใจอีกรายด้วย คือ กลุ่มไทยประกันชีวิต นำโดย วานิช ไชยวรรณ
“นักธุรกิจไทยเพียงไม่กี่คนที่เหลืออยู่ ช่วงกว่าครึ่งศตวรรษสังคมธุรกิจไทย ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง” (อย่างที่ผมเคยว่าไว้) จากเครือข่ายธุรกิจประกัน ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจสำคัญของสังคมไทย ทั้งธนาคารไทย และธุรกิจเบียร์
กลุ่มไทยประกันชีวิต ร่วมมือกับตระกูลธุรกิจอิทธิพลอีกตระกูลหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในยุคสงครามเวียดนาม-ตระกูลสารสิน ร่วมทุนกับเครือข่ายธุรกิจเบียร์แห่งสิงคโปร์ (Asia Pacific Breweries หรือ APB) เมื่อปี 2536 มีบทบาทนำแบรนด์เบียร์ระดับโลกหลายแบรนด์เข้ามาเมืองไทย เปิดด้วย Heineken แห่งเนเธอร์แลนด์ เบียร์อันดับหนึ่งของยุโรป (ปี 2538)
ตามมาด้วย Tiger beer แห่งสิงคโปร์ (ปี 2547) ซึ่งรอโอกาสเข้าสู่ตลาดไทยนานกว่า 80 ปี เป็นต้น
แผนการบุญรอดบริวเวอรี่วางไว้ในจังหวะ ในปี 2535 เปิดเครือข่ายการผลิตใหม่ ทั้งที่ ปทุมธานี และ เชียงใหม่
“ที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี บนเนื้อที่ 127 ไร่ ปัจจุบันได้ผลิตเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม …ที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ บนที่ดินพื้นที่ 37 ไร่ ผลิตโซดา และน้ำดื่มบรรจุขวด โดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพภายใต้แบรนด์สิงห์” ข้อมูลทางการของบุญรอดบริวเวอรี่ว่าไว้ (https://plant.boonrawd.co.th/th)
ส่วนการสร้างเครือข่ายที่ขอนแก่น ถือเป็นแผนการตื่นเต้นยิ่งกว่า เผชิญหน้าโดยตรงกับเบียร์ไทยใหม่-“เบียร์ช้าง” ด้วยตั้งใจเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกกันว่า Fighting brand
“2537-บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ลีโอเบียร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 1,300 ล้านบาท เพื่อขยายการผลิตสู่ภูมิภาค และตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายในประเทศ” ข้อมูลอีกตอนกล่าว แต่แผนการข้างต้นมิได้บรรลุเป้าหมายโดยเร็วนัก
ในช่วงเวลานั้นบุญรอดบริวเวอรี่มีปัญหาภายในระดับหนึ่ง เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เปลี่ยนผ่านจากยุค ประจวบ ภิรมย์ภักดี สู่อีกยุค โดยความคาดหมาย ปิยะ ภิรมย์ภักดี บุตรคนโตซึ่งเป็น Brewmaster คนที่สองของไทย จะเข้ารับช่วงอย่างเต็มกำลัง แต่ดูจะไม่เป็นเช่นนั้น
“…เรื่องธุรกิจส่วนตัว จะทำอะไรก็ทำไปเถิด แต่อย่าทิ้งโรงเบียร์ เพราะเป็นมรดกที่ปู่สร้างไว้ พ่อทำโรงเบียร์เจริญเติบโตขึ้นมาแล้ว…” บางตอนซึ่งสำคัญ จากคำไว้อาลัยของ ปิยะ ภิรมย์ภักดี (หนังสือ “คิดถึงพ่อ” งานพระราชเพลิงศพ ประจวบ ภิรมย์ภักดี 2536)
อ้างถึงคำสั่งเสียวาระสุดท้าย ดูมีความหมายไม่น้อย
ที่จริงทศวรรษ 2530 เป็นช่วงเวลาที่ดีของบุญรอดบริวเวอรี่ ผู้ยึดครองตลาดเบียร์ค่อนข้างเบ็ดเสร็จ คนในตระกูลภิรมย์ภักดีถือเป็นผู้มีความมั่งคั่งมากทีเดียว หลายๆ คนเริ่มขยับขยาย สร้างอาณาจักรธุรกิจตนเองขึ้นด้วย โดยเฉพาะปิยะ ภิรมย์ภักดี และที่สำคัญธุรกิจหลักๆ ของเขาในเวลานั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ที่ควรอ้างถึงคือ การบุกเบิกธุรกิจไวน์ (ปี 2532) และสายการบิน (ปี 2533)
โครงการ PB Valley ในพื้นที่ราว 2,500ไร่ ได้ใช้เวลาทุ่มเทและเรียนรู้มากทีเดียว กว่าจะไปได้
“…การพัฒนาไวน์ที่เขาใหญ่ใช้เวลามากทีเดียว จากขั้นที่หนึ่งใช้เวลาถึง 10 ปีเต็ม (2532-2541) กว่าไวน์เขาใหญ่ของปิยะ ภิรมย์ภักดี จะผลิตขวดแรกออกมาจำหน่าย และในขั้นต่อมา ใช้เวลาอีก 8 ปี ในการเรียนรู้เรื่องคุณภาพและการตลาด กว่าจะได้รับการยอมรับ (ปี 2549 เริ่มได้รับรางวัลระดับโลก) คุณค่าสำคัญที่ปิยะ ภิรมย์ภักดี สร้างขึ้นมีมากกว่าที่คิด เป็นแรงกระตุ้นสร้างเครือข่ายผู้ผลิตไวน์เขาใหญ่ขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง ด้วยมีผู้ประกอบการที่สำคัญอีก 2 รายตามมา กลายเป็นเครือข่ายและวงจรการดำเนินการธุรกิจอย่างเป็นระบบ” (ผมเองเคยเสนอไว้ ปี 2542)
เช่นเดียวกัน อีกแผนการใหญ่ PB air สายการบินสัญชาติไทย ใช้เวลาเรียนรู้ ใช้เงินลงทุนไปมากทีเดียวในช่วงเวลานั้น
แต่น่าเสียดาย ได้หยุดกิจการไปในที่สุด (ปี 2552)
ไม่เพียงเท่านั้น ต้องมาเผชิญสถานการณ์สั่นไหว คาบเกี่ยววิกฤตการณ์เศรษฐกิจไทย แม้โดยรวม บุญรอดบริวเวอรี่เป็นธุรกิจครอบครัวหนึ่งในไม่กี่ราย ผ่านวิกฤตการณ์มาได้
แต่ “เบียร์สิงห์” แบรนด์ผู้นำเก่าแก่ ครองตลาดมายาวนาน ต้องสูญเสียฐานะผู้นำไปช่วงหนึ่ง (ปี 2538-2540) เป็นสัญญาณการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคการแข่งขันและต่อสู้อันเข้มข้น โดยเฉพาะกับ “เบียร์ช้าง” โดยกลุ่มธุรกิจซึ่งพกประสบการณ์การผูกขาดธุรกิจสุรามาประยุกต์ กับแผนการเชิงรุกอย่างเข้มข้นด้วยระบบการขายพ่วงอยู่ช่วงหนึ่ง
ที่สำคัญ บุญรอดบริวเวอรี่มีนักบริหาร มือการตลาดผู้เชี่ยวกรำ-สันติ ภิรมย์ภักดี บุตรอีกคนของประจวบ ภิรมย์ภักดี เขามีบทบาทมากขึ้นๆ เป็นลำดับ ยิ่งเมื่อพี่ชาย-ปิยะ ภิรมย์ภักดี ทุ่มเทสร้างอาณาจักรธุรกิจตนเอง และถอยห่างไปบางระดับ
แต่ทั้งนี้ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
“…2538 เริ่มการก่อสร้างโรงเบียร์ที่ขอนแก่น ซึ่งใช้เวลานาน 2 ปี และสามารถผลิตเบียร์ได้ถึง 2 แสนล้านลิตรต่อปี … 2541 เบียร์ลีโอ เบียร์ใหม่ล่าสุดออกสู่ตลาดในเดือนมิถุนายน… 2545 จัดระเบียบเครือข่ายการกระจายสินค้าใหม่สร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและผู้รับเหมารายย่อยรวมกว่า 12,000 รายทั่วประเทศ” ไทม์ไลน์ข้างต้นแสดงความเคลื่อนไหวสำคัญ
ไม่ช้าไม่นาน พิสูจน์ได้ว่าแผนการดังกล่าวได้ผล เบียร์ลีโอสร้างตลาดใหม่ กลายเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง เป็นแบรนด์เบียร์ไทยซึ่งเติบโตในเวลาอันสั้นอย่างน่าทึ่ง แผนการสร้างฐานการผลิตเพิ่มเติมจึงตามมา
“2550-บริษัท สิงห์ เบเวอเรช จำกัด ได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม บนพื้นที่ 414 ไร่ 2 งาน 19 ตารางวา ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท ดำเนินการประกอบธุรกิจการผลิตเครื่องดื่ม ภายใต้เครื่องหมายการค้าตราลีโอ ปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิต 925 ล้านลิตรต่อปี โดยเริ่มต้มเบียร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 และจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552”
(อ้างแล้ว-https://plant.boonrawd.co.th/th)
จากนั้นบุญรอดบริวเวอรี่จึงได้ก้าวอีกยุค เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจครั้งสำคัญ
“บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทในเครือที่สำคัญของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 เพื่อบริหารการดำเนินงานของบริษัทในเครือบุญรอดกว่า 150 บริษัท …
บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ได้จัดการเปลี่ยนแปลงบริษัทครั้งใหญ่เมื่อปี 2543 และได้ก่อตั้งบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ขึ้นในปีต่อมา โดยบริษัท บุญรอดฯ ปรับสภาพเป็นบริษัทโฮลดิ้ง มอบหมายให้การดำเนินธุรกิจประจำวันอยู่ภายใต้การดำเนินการของแต่ละบริษัท โดยรับนโยบายจากสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เป็นผลให้มีการเจริญเติบโตอย่างเร็ว ขยายธุรกิจไปในด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์…” ( www’sinhacorporation.com)
จากนี้ เรื่องราว บุญรอดบริวเวอรี่ จึงแตกต่างกว่าที่ผ่านมา
