bg-single

‘ภาวุธ’ เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ เปิดจักรวาลเงินพระ ทำอย่างไรพ้นภัยกลโกงวัด

02.09.2025

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

‘ภาวุธ’ เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ

เปิดจักรวาลเงินพระ

ทำอย่างไรพ้นภัยกลโกงวัด

ความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนากำลังถูกสั่นคลอนจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมและการใช้เงินบริจาควัดอย่างผิดวัตถุประสงค์ของพระสงฆ์บางรูป

“จีวร” ทั้งประเทศกำลังร้อน

คำถามที่สังคมสงสัยคือ ระบบที่ควรกำกับดูแลเรื่องเหล่านี้ ยังทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ หรือต้องใช้วิธีใดจัดการปัญหานี้ให้หมดไป

“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ แนะนำและเสนอไอเดียต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติผ่านเทคโนโลยี 3 ระบบหลัก ดังนี้

1.ระบบ Traffy Fondue แพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาโดย NECTEC มาใช้รายงานพฤติกรรมของพระ-วัด

2.ระบบบัญชีออนไลน์ วัดต้องเปิดเผยข้อมูลเงินบริจาค รายรับ-รายจ่ายผ่านระบบบัญชีเพื่อสร้างแรงกดดันเชิงสังคม

3.ระบบติดตามงบประมาณของวัด Dashboard เปิดเผยข้อมูล งบประมาณ และโครงการต่างๆ ให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้

ภาวุธบอกว่าทั้ง 3 ระบบนี้จะทำให้ชาวบ้านสามารถตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ ว่าถูกนำไปใช้กับอะไรบ้าง นอกจากนี้ เขายังเสนอให้หน่วยงานรัฐเฟ้นหา “สตาร์ตอัพไทย” เข้ามาช่วยดูแลสอดส่อง ทำให้วัดและพระไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการ “บริหารจัดการ” ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐานอย่างเว็บไซต์เพื่อเข้าถึงข่าวสาร กิจกรรมสวดมนต์ออนไลน์ ไปจนถึงช่องทางทำบุญ

ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า วัดในไทยมีมากกว่า 44,000 แห่ง และมีพระสงฆ์ไม่ต่ำกว่า 250,000 รูป ขณะที่ข้อมูลจากรายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติในประเทศไทย ปี 2565 ระบุว่า คนไทยร้อยละ 92.5 นับถือศาสนาพุทธ และยังถูกบรรจุเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้ไม่อาจปฏิเสธถึงความสำคัญและการยึดโยงต่อผู้คนในประเทศมากแค่ไหน

ภาวุธสะท้อนข้อเท็จจริงว่า ในอดีตไม่เคยมีใครมาตั้งคำถามว่าพระรูปนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร เฉกเช่นเดียวกับการตรวจสอบระบบบัญชี เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมี “ระบบกลาง” ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลพระสงฆ์ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทั้งวัดและชาวบ้าน

แอพพลิเคชั่นที่ง่ายที่สุดในการเริ่มดำเนินการคือ “ThaID” (ไทยดี) หรือบัตรประชาชนดิจิทัล โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ระบบยืนยันตัวตน แสดงข้อมูลได้ตั้งแต่ประวัติพื้นฐาน พฤติกรรม ประวัติอาชญากรรม ตลอดจนคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถหยิบมาใช้ได้ทันที เนื่องจากจะช่วยติดตามตัวตน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านการศึกษา วุฒิธรรม วุฒิเปรียญ หรือแม้แต่การโยกย้ายวัด ได้อย่างเรียลไทม์ แก้ปัญหา “ใบสุทธิ” ของพระสงฆ์ เช่นตัวอย่างของ “ทิดอลงกต” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ กรณีศึกษาที่กำลังเปลี่ยนเกมศรัทธาพระพุทธศาสนาไทย

“ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้เกิดการสวมสิทธิ์และใช้ข้อมูลผู้อื่นได้โดยไร้การตรวจสอบ แต่หากมีระบบกลางก็จะสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบวันบวช วัดต้นสังกัด และสถานะของพระรูปนั้นได้ทันที ซึ่งการมีอยู่ของมันก็จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในการศรัทธาให้กับพุทธศาสนิกชนได้อีกด้วย”

ในประเด็นเรื่อง “เงินบริจาค” ล่าสุด กรมสรรพากรได้จัดการเบื้องต้นไปแล้วด้วยระบบ e-Donation หลังจากนี้เงินทุกบาทที่โอนเข้าบัญชีวัด จะเชื่อมเข้ากับระบบ e-Donation ทำให้ข้อมูลการบริจาคถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบภาษีอัตโนมัติ โดยที่ผู้บริจาคไม่ต้องเก็บใบอนุโมทนาบัตรแบบเดิมอีกต่อไป

ตามการยกระดับการบริหารจัดการศาสนาให้สอดรับกับแนวทาง “รัฐบาลดิจิทัล” (Digital Government) ประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ยกเลิกการใช้ใบอนุโมทนาบัตรกระดาษสำหรับการหักลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเงินให้วัดหรือองค์กรสาธารณกุศล

คำถามก็คือ หลังจากเงินเข้าบัญชีวัดไปแล้วถูกจัดการต่ออย่างไร

ภาวุธเสนอให้วัดไทยใช้ “ระบบบัญชีออนไลน์” ให้เหมือนกับที่หน่วยงานรัฐและเอกชนใช้อยู่ในปัจจุบัน “อบจ. ลำพูน” ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เขาย้ำว่า เป็นองค์กรที่มีการพัฒนาระบบโครงการ, งบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง, รายรับ-รายจ่าย และผลการดำเนินงาน และมาตรการป้องกันการทุจริตได้ตลอดเวลา ต้นแบบที่เห็นควรนำมาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมทางศาสนา หรือโครงการปรับปรุง-พัฒนาวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า เงินบริจาคของเราถูกนำไปใช้อย่างที่ตั้งใจ

รัฐบาลยังมีเครื่องมือในการสนับสนุนให้เกิดความโปร่งใสอย่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ที่น่าจะหันมาร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างสมาคมไทยสตาร์ตอัพ (Thai Startup) หรือสมาคมโปรแกรมเมอร์ สร้างแพลตฟอร์มและพัฒนาระบบการใช้ให้เกิดขึ้นจริง

“ถ้ารัฐพร้อม ภาคเอกชนพร้อม ระบบนี้เริ่มต้นทดลองใช้ได้ทันที และขยายผลให้เป็นมาตรฐานต่อไปในอนาคต”

นอกจากความร่วมมือเพื่อความโปร่งใสแล้ว ยังมองว่ามันคือโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในการสร้างรายได้หรืออาชีพใหม่ๆ ภายใต้แนวคิด “วัดต้นแบบ” โดยอาจเริ่มจากภาครัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านกระบวนการ “ประชาพิจารณ์” ร่วมออกแบบระบบให้เหมาะสมกับบริบทของศาสนาไทยก็จะช่วยการสร้างความ “โปร่งใส” และ “โอกาสทางธุรกิจ” ได้มากยิ่งขึ้น

เมื่อตำรวจบุกจับหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ จ.สระบุรี และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล คนสนิท ด้วยข้อหาหลายกระทง ทั้งเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และคดีฟอกเงิน

มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการยักยอกไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ไม่นับรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกถือครองโดยคนใกล้ชิด ที่ดินกว่า 2 พันไร่ และอาคารสิ่งปลูกสร้างอีกหลายล้านบาท

ก่อนหน้านี้ คดียักยอกทรัพย์สินและเงินสด เกี่ยวกับพระและวัดดัง อุบัติขึ้นรัวๆ ต่อเนื่อง ตั้งแต่วัดไร่ขิง 300 ล้านบาท รวมทั้งวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ ส่งผลให้พระที่มีสมณศักดิ์สูงหลายสิบรูปต้องลาสิกขาบท และหนีคดีความ

แม้ข้อเสนอของ “ภาวุธ” จะยังไม่เข้าหู “สุชาติ ตันเจริญ” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยตรง แต่ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งการเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ 3 ระยะ

ตั้งแต่แก้ปัญหาต้นเหตุ เช่น การมั่วสีกา ซึ่งอาจมีมูลเหตุจากความประสงค์ต่อทรัพย์ด้วย จึงควรมีการตรวจสอบรายรับรายจ่ายของวัดและพระอย่างรัดกุม

ออกกฎหมายและข้อกำหนด โดยขณะนี้ได้ประสานให้มหาเถรสมาคมออกกฎระเบียบเพิ่มเติม อาทิ การห้ามวัดถือเงินสดเกิน 100,000 บาท หากเกินต้องนำฝากธนาคาร และต้องรายงานรายรับรายจ่ายต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทุกเดือน โดยสรุปรายงานปีละ 1 ครั้ง

ป้องปราม ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยในการกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ร่วมสอดส่องดูแลพฤติกรรมของพระสงฆ์ในชุมชน ผ่านเครือข่ายผู้นำหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่

ปัญหาการเงิน-การจัดการทรัพย์สินมหาศาล ที่เกิดขึ้นกับวัดและพระสงฆ์ ตั้งแต่ระดับเจ้าอาวาส ถึงระดับสมณศักดิ์สูง สะท้อนวิกฤตศรัทธา ที่ถึงเวลาต้องใช้เทคโนโลยีไล่ล่ากลโกงเงินร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายผ้าเหลือง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน