หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
ก่อนหน้าที่จะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่า เรียนรู้รับบทเรียนจากสัตว์ป่า ผมเข้าใจความหมายของคำว่า อิสรภาพ ในแบบหนึ่ง
วันเวลาในป่าบอกความหมายของ “อิสรภาพ” ในอีกรูปแบบ และมันทำให้ผมเข้าใจ
โดยเฉพาะในบ่ายวันหนึ่งที่ผมยืนอยู่ข้างซากละมั่งตัวหนึ่ง เป็นละมั่งตัวผู้โตเต็มวัย มันไม่ได้เกิดในป่าแห่งนี้หรอก เป็นละมั่งซึ่งเกิดในกรง และได้รับโอกาสให้มาใช้ชีวิตในป่า
ผมมองซากไร้วิญญาณพลางนึกถึงคำว่า อิสรภาพ ที่ว่ากันว่าอยู่อีกฟากหนึ่งของรั้ว เราต่างตกอยู่ภายในรั้ว อึดอัด ไร้เสรี ทุรนทุราย พยายามหาทางออกไปนอกรั้วที่กั้นขวางไว้
แต่ในนาทีนั้นผมเห็นความจริงอีกแบบหนึ่ง
ซากอยู่ติดลำห้วยที่ระดับน้ำกำลังขึ้นไหลแรงและขุ่นแดง น่าจะตายมาแล้วราวสองวัน แมลงวันเริ่มรุมตอม ซากมีรอยกัดกินช่วงท้อง จากร่องรอยเป็นฝีมือของนักล่า ลำดับที่สอง คือเสือดาว
ละมั่งมีปลอกคอติดสัญญาณวิทยุ มันเป็นละมั่งซึ่งอยู่ในโครงการทดลองปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่น พวกมันเกิดและเติบโตในกรง ดังนั้น การปล่อยจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง เริ่มจากเข้าไปอยู่ในกรงกว้าง ฝึกกินอาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติ มันอยู่ระหว่างการติดตามหลังจากฝึกฝนการใช้ชีวิตในป่ามาหลายเดือน
สัตว์ป่าซึ่งเติบโตในกรงนั้น พอจะปรับตัวเพื่อหาอาหารกินได้ แต่สิ่งที่มันขาดคือทักษะในการหลบหลีกสัตว์ผู้ล่า
แรกเริ่มออกจากกรง พวกมันจะรวมกลุ่มอยู่ไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์ป่า บริเวณที่สัตว์ผู้ล่าไม่เข้ามาใกล้ เจ้าหน้าที่ในโครงการหวังว่า ละมั่งรุ่นแรกคงยากลำบากกับการปรับตัวบ้าง แต่ในรุ่นลูกๆ จะมีทักษะในการใช้ชีวิตในป่าจริงๆ ได้ดีขึ้น
ที่นี่เป็นพื้นที่ซึ่งเคยมีละมั่งอาศัยอยู่ และสาบสูญไป การเพิ่มประชากรสัตว์ป่าหรือพยายามนำสัตว์ที่เคยมีอยู่กลับคืนมา ไม่ง่ายดาย
แต่การเริ่มต้นทำความเข้าใจว่า เมื่อป่าแห่งใด สัตว์ป่าบางชนิดที่เคยมีหายไปหรือเหลือเพียงจำนวนน้อย การเพิ่มจำนวนประชากรจำเป็น
ในขณะเดียวกัน หากสัตว์ป่าชนิดใดมีประชากรมากเกินกว่าแหล่งอาศัยจะรองรับ เพราะถูกล้อมด้วยชุมชน และพื้นที่ทำการเกษตร การต้องควบคุมปริมาณจำเป็น
แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีในการติดตามและเพื่อ “แทรกแซง” จัดการดูแลสัตว์ป่าซึ่งพบกับปัญหาเพราะความเจริญของโลกจะก้าวไปไกล
การฟื้นฟู ย่อมยากยิ่งกว่าการรักษาสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำไม่ได้
จะเพิ่มหรือลดจำนวนประชากรสัตว์ป่าไม่ง่าย การทำความเข้าใจในระหว่างคน ก็ยากเช่นกัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แต่การพยายามเริ่มต้น ก็คล้ายจะทำให้เห็นว่า วันพรุ่งนี้ของเหล่าสัตว์ป่าไม่มืดมิดนัก
ละมั่งที่ออกจากกรงแล้ว ชีวิตประจำวันโดยปกติ พวกมันจะเดินหากินอยู่อีกฝั่งของลำห้วย แต่ดูเหมือนละมั่งหนุ่มตัวนี้เดินข้ามฝั่งมาตั้งแต่ระดับน้ำยังไม่มาก ก่อนฝนตกหนัก มันข้ามฝั่งมาอาจเพราะความอยากรู้ หญ้าเขียวๆ อีกฝั่งห้วยทำให้อดใจไม่ไหว
หรืออาจคิดว่าตนกล้าแข็งพอจะอาศัยในป่ากว้างแล้ว
มันขาดช่วงเวลาสำคัญในชีวิตสัตว์ป่า นั่นคือช่วงเวลาราวสองปีที่จะได้รับการฝึกฝนทักษะในการใช้ชีวิตจากแม่ที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ทุกอย่างให้ เพราะแม่ก็ขาดทักษะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหารรวมทั้งการระวังภัยจากสัตว์ผู้ล่า
สัตว์ที่เกิดในกรงขาดประสบการณ์ การเรียนรู้ปรับตัวต้องใช้เวลาสักพัก
กระนั้นก็เถอะ สิ่งหนึ่งที่เหล่าสัตว์ซึ่งอยู่ในกรงปรารถนาคือ หลุดพ้นจากกรง
อิสรภาพย่อมเป็นสิ่งที่สัตว์ในกรงทุกตัวเฝ้าฝันถึง
เมื่อได้รับโอกาส หลายตัวดำรงชีวิตโดยไม่ไปไหนห่างจากคน หลายตัวเลือกเดินพ้นไปจากร่มเงานี้ บางตัวหลีกหนีไม่พ้นคมเขี้ยวนักล่า บางตัวหายไปในป่ากว้าง
อาจมีบ้างบางตัว ที่เดินเพลิดเพลิน เลยเข้าไปในป่าลึก
และเมื่อรู้ตัว ระยะทางก็ไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้ว

ผมเคยเชื่อว่า อิสรภาพ อยู่อีกฟากของรั้ว
หาทางออกไปจากรั้วกั้น การออกไปอยู่นอกรั้วดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าจะพยายาม
ในความพยายามนั้น ผมลืมไปว่า แท้จริงแล้ว รั้วนั่น
อาจเป็นรั้วที่ผมสร้างขึ้นมาเอง
ผมยืนมองร่างไร้วิญญาณของละมั่งหนุ่ม และนึกถึงคำว่า อิสรภาพ
หากสิ่งนี้มีอยู่ ณ อีกฟากฝั่งของรั้ว แต่ถ้าเป็นรั้วที่เราสร้างขึ้นมาเอง มันก็ยากที่จะข้ามไปอีกฝั่งได้ รั้ว จะติดตามเราไปทุกหนแห่ง
ร่างไร้วิญญาณของละมั่ง ที่เกิดและเติบโตในกรง ทำให้ผมเห็นในอีกแง่มุมหนึ่ง
ความเข้าใจ จะทำให้รู้ว่า “อิสรภาพ” ไม่ได้อยู่ในที่ที่เราไปตามหา
อีกทั้งไม่มีอะไรขวางกั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นป่าลึก ลำห้วยที่กระแสน้ำเชี่ยวกราก หรือรั้วกั้นในกรงทึบ เพราะมันอยู่ข้างในใจ
ละมั่งหนุ่มตัวนี้ ซื้อบทเรียนและความเข้าใจในความหมายของ “อิสรภาพ” โดยเสือดาวด้วยชีวิต …
