ตุลาคม มาถึงแล้ว

ตุลาคม เมื่อ 52 ปีก่อน นิสิตนักศึกษา คนรุ่นใหม่ เรียกร้อง “รัฐธรรมนูญ” อันเป็นประชาธิปไตย

ตุลาคม เมื่อ 49 ปีที่แล้ว นิสิตนักศึกษา คนรุ่นใหม่ ที่เรียกร้อง “รัฐธรรมนูญ” อันเป็นประชาธิปไตย ดังกล่าว ถูกสังหารหมู่กลางเมือง

ตุลาคม ปัจจุบัน (นักการเมือง) กำลังเริ่มต้นนับ 120 วัน เพื่อยุบสภา เลือกตั้ง และเริ่มต้นเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

ตุลาคม ทั้งในอดีต และในปัจจุบัน มีความทรงจำ มีความหวัง อันมากมาย หลากหลาย

แล้ว เราจะมีความทรงจำ และความหวัง อย่างไรกับ “ตุลาคม”

จะมี ความทรงจำ และความหวัง แบบ Irony เสียดสี ประชดประชัน

อย่างบทกวีของ “ชิตะวา มุนินโท” (หน้า 62)

“ไม่เคยมีเหตุการณ์สังหารหมู่ คุณรู้กันหรือยังไม่?”

“…ไม่มีหรอก เหตุการณ์สังหารโหดใจกลางพระมหานคร ในรอบนักษัตรไทย

เหยื่อล่ะหรือที่คือผู้บริสุทธิ์…นักศึกษา สามัญชนคนชาวบ้าน

ไม่พบผู้บาดเจ็บล้มตาย

ใครล่ะจะได้รับผลกระทบจากกระบอกปืนที่ไม่เคยลั่นสนั่นไก

อีกประชาธิปไตยก็เบ่งบานมาตั้งนมนานกาเล

…ผู้มีอำนาจวาสนาไม่เคยร้อยเล่ห์อาละวาดทำบาตรใหญ่

คนรับใช้นายท่านไม่เคยออกมาเข่นฆ่าใครตามใบสั่งบังคับบัญชา

ไม่มีเหตุล้อมปราบนักศึกษาประชาใครในสถานศึกษา…

ที่ตลาด ตามท้องถนน หรือที่ไหนๆ แม้กระทั่งในวัดวาอาราม

ประเทศไทยไม่เคยมีทรราชผู้เป็นเผด็จการมือเปรอะคราบเลือด เนื้อ น้ำตา

และชีวิตประชาชน”

ขณะที่ “ชิตะวา มุนินโท” นำเสนอ ความทรงจำ โดย “ยั่วล้อ-เสียดสี”

แต่ ที่หน้า 32 “ธงชัย วินิจจะกูล”

ได้นำเสนอ ความทรงจำ และความหวัง อันหนักแน่น จริงจัง

ผ่านบทความพิเศษ “ความเงียบงันอันอื้ออึง แบบ 6 ตุลา 2519”

“…ผมปรารถนาให้ ห้วงแห่งความเงียบงัน

ฉายให้เห็นความเงียบงันทำนองเดียวกันที่เกิดขึ้นกับอีกหลายกรณีในสังคมการเมืองไทย

ฉายให้เห็น ผี ที่หลอนสังคมไทยเต็มไปหมด

เนื่องจากไม่กล้าเผชิญหน้าจัดการกับความอยุติธรรมเหล่านั้นอย่างเที่ยงธรรมตรงไปตรงมา

เหตุการณ์ตากใบถึงแม้จะจบลงไปแล้วในทางกฎหมาย

แต่มันจะไม่มีทางจบตราบที่ยังมีคนลอยนวลพ้นผิดและความยุติธรรมยังไม่ปรากฏ

ความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อแก้แค้น

แต่เพื่อกำหนดบรรทัดฐานความถูกผิดที่สังคมไทยพึงเคารพกันถ้วนทั่วทุกคน

ไม่ว่าจะเป็นอภิสิทธิ์ชนหรือสามัญชนชาติพันธุ์หรือศาสนาใด

การสังหารคนเสื้อแดงกลางกรุง

ถึงแม้ภาวะทางกฎหมายยังกำกวมและติดกึกกักเพราะการเมือง

แต่บาดแผลยังสดในความทรงจำของผู้คน

จึงเป็นอดีตซึ่งหลอน

เป็นความเงียบที่ส่งเสียงดังอึกทึกตราบที่ยังไม่มีใครต้องรับผิด”

สิ่งที่ “ธงชัย วินิจจะกูล” นำเสนอ

คือการ ปลุกอดีต ที่ “เงียบงัน” ให้ อึกทึกครึกโครม ขึ้นมา

เพื่อหวังให้สังคมไทย ได้สะสางอดีต

เพื่อก้าวไปในปัจจุบัน และอนาคต อย่างมี วุฒิภาวะ และมีความหวัง

ซึ่งจะปรากฏขึ้นจริงหรือไม่ แน่นอน เรา–คนไทย ต้องร่วมกันหาคำตอบ ในหลากหลาย คำถาม

รวมถึง คำถาม ของ “กาแฟดำ-สุทธิชัย หยุ่น”

ที่มุ่งไปสู่ “มหาวิทยาลัย” อันเป็นสถาบันบ่มเพาะ “คนรุ่นใหม่”

ทั้งในเรื่องอุดมคติ อุดมการณ์ และสัมมาชีพ

“กาแฟดำ-สุทธิชัย หยุ่น” ตั้งคำถามอันท้าทาย และจริงจัง

“ทำไมต้อง 4 ปีเพื่อปริญญาตรี?”

ด้วย “คำประกาศมหาวิทยาลัย”

มหาวิทยาลัยที่ควรเป็น สถานบ่มเพาะ อนาคตของ คนรุ่นใหม่ ทั้งในอดีตมาถึงปัจจุบัน อย่างแท้จริง

นั่นคือ

เราจะไม่เป็นมหาวิทยาลัยที่เชื่องเฉื่อย!

เราจะไม่ยอมให้ระบบเก่าผูกขาดอนาคต!

เราจะสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นทั้งสนามรบ ห้องทดลอง และโรงงานสร้างอนาคต

และเราจะไม่รอให้โลกบังคับเราเปลี่ยน

เราจะปฏิวัติด้วยมือของเราเอง!

–เรา คนไทย จะทำได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ท้าทายในบรรยากาศ เดือนตุลาคม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย