วิรัตน์ แสงทองคำ |https://viratts.com

แผนการใหญ่กว่าทศวรรษ กลุ่มเซ็นทรัลกับการขยายเครือข่ายห้างทั่วยุโรป เดินหน้ามาเต็มสูบ

ถ้อยแถลงล่าสุดของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวข้องกับ “ห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ในยุโรป” เป็นเรื่องจริงจัง มิใช่อย่างที่ผ่านๆ มา

ครั้งหนึ่งนานพอควร (2564) เมื่อมีรายงานข่าวข้ามฟากฟ้ามาไทยว่า “ตระกูลจิราธิวัฒน์” แห่งกลุ่มเซ็นทรัล เข้าซื้อห้างหรูของอังกฤษ -Selfridges ด้วยราคาสูงถึง 4 พันล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 180,000 ล้านบาท ปฏิกิริยา CRC ต่อเรื่องนี้ในทันที “ขณะนี้บริษัทฯ ไม่มีส่วนในการดำเนินการตามรายละเอียดของข่าวดังกล่าว”

และอีกครั้ง (2567) เมื่อดีลใหญ่จบลง CRC ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้งในหัวข้อ “เกี่ยวกับพันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล (ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ CRC) ในห้างสรรพสินค้า Selfridges”โดยสาระเน้นอีกครั้งว่า “บริษัทฯ ไม่ได้รับการติดต่อจากกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลเรื่องการลงทุนใน Selfridges Group แต่อย่างใด”

จากนี้ไปเกี่ยวกับ “ห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ในยุโรป (European Luxury Stores)” ของกลุ่มเซ็นทรัล CRC คงจะไม่มีความจำเป็นต้องมีถ้อยแถลงทำนองข้างต้นอีกแล้ว

REUTERS

จะว่าไป โครงสร้างธุรกิจกลุ่มเซ็นทรัลขณะนั้นยังไม่ลงตัว ด้วยปรากฏข่าวเกี่ยวข้องกับ CRC ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเจ้าของ ห้างสรรพสินค้าในยุโรป อยู่ด้วย “ห้างสรรพสินค้า 9 แห่งใน 8 เมืองของประเทศอิตาลี” ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลในภาพใหญ่ในเวลานั้น (อ้างอิงข้อมูลทางการ –https://www.centralgroup.com/th) ว่าด้วยกลุ่มธุรกิจ European Luxury Stores “ด้วยเครือข่ายห้างสรรพสินค้าหรูในเมืองสำคัญ และสุดยอดโลเกชั่นทั่วยุโรป กลุ่มเซ็นทรัลก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำธุรกิจห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ระดับโลก ด้วยอาณาจักรห้างหรูอันยิ่งใหญ่ ครอบคลุมหลายประเทศในยุโรป -40 โลเกชั่น 7 ประเทศ 36 เมือง”

ถ้อยแถลงของ CRC ล่าสุด (18 กันยายน 2568) ที่ว่า มีสาระสำคัญว่า บริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด (HCDS) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ CRC (เท่าที่ตรวจสอบจากข้อสนเทศตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 1 มีสัดส่วน 35.06%)ได้ซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าในอิตาลี ไปทั้งหมดแล้ว โดย CRC ให้เหตุผลสนับสนุน “…จะมุ่งเน้นขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และบริษัทฯ มีรากฐาน Omnichannel Ecosystem ที่แข็งแกร่ง”

และแถมท้ายอีกว่า “…ในยุโรป มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและศักยภาพในการเติบโตของตลาดค้าปลีกอยู่ในระดับต่ำกว่า…”

ที่จริงในปัจจุบัน ตามรายงานผลประกอบการ CRC ครึ่งปีแรก 2568 (แถลงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ 13 สิงหาคม 2568) ระบุว่า “ยอดขายของธุรกิจห้างสรรพสินค้าในประเทศอิตาลี (สกุลเงินยูโร) เติบโตได้ร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (ยอดขายในสกุลเงินบาท ลดลงร้อยละ 2 เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน” ขณะที่รายได้ (จากรายงานชิ้นเดียวกัน) ทั้งจากเวียดนามและไทยในช่วงเดียวกัน ไม่ได้เติบโตกว่า

อย่างไรก็ดี ความสนใจหลักของข้อเขียนนี้ พุ่งไปที่ยุโรป

REUTERS/Peter Nicholls/File Photo

ตามไทม์ไลน์ กลุ่มเซ็นทรัล รุกตลาดยุโรปครั้งแรกในปี 2554 ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Rinascente ห้างสรรพสินค้าแห่งอิตาลี มีสาขา 9 แห่ง

จากนั้นในปี 2556 ขยับขยายเข้าสู่สแกนดิเนเวีย ด้วยการซื้อกิจการ Illum ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในประเทศเดนมาร์ก มีเพียงสาขาเดียว ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง Copenhagen

มีจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2558 การปรากฏพันธมิตรธุรกิจสำคัญ -Signa Holding Group ขึ้นเป็นครั้งแรก

“กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมมือกับซิกน่า ต่อยอดความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรป ด้วยการเข้าซื้อกิจการ กลุ่มคาเดเว ซึ่งเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า คาเดเว (KaDeWe), โอเบอร์โพลลิงเกอร์ (Oberpollinger) และ อัลสแตร์เฮาส์ (Alsterhaus) ในประเทศเยอรมนี” (ข้อมูลของกลุ่มเซ็นทรัลเมื่อต้นปี 2567)

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลเองได้เคยแถลงรายละเอียดบางแง่มุมให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น “กลุ่มเซ็นทรัล และซิกน่า ที่เป็นเจ้าของร่วมในกิจการกลุ่มคาเดเว (KaDeWe Group)”

ตามมาด้วย “กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับซิกน่า เข้าซื้อกิจการ ‘โกลบัส’ (Globus) เชนห้างสรรพสินค้าสุดหรูในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ …จากบริษัท Migros-Genossenschafts-Bund (MGB) โดยมีสัดส่วนการร่วมทุน 50 : 50” (4 กุมภาพันธ์ 2563)

และแล้วมาถึงดีลใหญ่ มีถ้อยแถลงเป็นทางการตามมา (24 ธันวาคม 25654) ในหัวข้อ “ดีลประวัติศาสตร์ กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกซิกน่า เข้าซื้อกิจการกลุ่มห้างสรรพสินค้า เซลฟริดเจส ในยุโรป”

ข้อมูลอย่างที่ทราบกัน เป็นไปตามโมเดลธุรกิจร่วมทุนอย่างที่เป็นมา

REUTERS

กลุ่มเซ็นทรัล ให้ความสำคัญเครือข่ายห้างในยุโรปมากเป็นพิเศษ ยก “ห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ในยุโรป (European Luxury Stores)” ขึ้นแถวแรกในการนำเสนอข้อมูลว่าด้วย “ภาพรวมธุรกิจ”

เรื่องราวมีพลิกผันมากทีเดียว อันเนื่องมาจากพันธมิตรทางธุรกิจสำคัญ Signa Holding Group กิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น private company รายใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย ประสบปัญหาทางธุรกิจ มีหนี้สินจำนวนมาก

เมื่อปลายปี 2566 ได้ยื่นต่อศาลแห่งกรุงเวียนนา (Commercial court Vienna) เพื่อเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย (insolvency proceedings)

ว่ากันว่าเป็นผลกระทบมาจาก “อัตราดอกเบี้ยที่สูง ต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะระบาดใหญ่ของโควิด-19”

“…โมเดลธุรกิจ ตามแผนการขยายเครือข่ายธุรกิจในยุโรป ส่วนใหญ่เป็นการร่วมทุนกับ Signa Holding Group โดยตั้งต้นในสัดส่วน 50/50 ยังไม่มีความแน่ชัดว่า ขณะนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือไม่ ภาพใหญ่กว่านั้น กลุ่มเซ็นทรัลกับแผนการโดยรวมในยุโรปจะเป็นไปอย่างไร เป็นเรื่องหนึ่งในปี 2567 ที่น่าติดตาม” ผมเองเคยเสนอไว้ในต้นปี 2567

บัดนี้สถานการณ์ได้พัฒนาไปอีกขั้น

“2567 ก้าวสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการรวมกิจการ กลุ่มเซลฟริดเจส กลุ่มคาเดเว และโกลบัส ไว้ภายใต้การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัลอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้กลุ่มเซ็นทรัลเป็นเจ้าของเครือข่ายห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย ในฐานะบริษัทของคนไทยในเวทีค้าปลีกโลก” ข้อมูลทางการปัจจุบันของกลุ่มเซ็นทรัล นำเสนอไว้อย่างตั้งใจ (https://www.centralgroup.com/th)

ถ้อยแถลงบางตอนของ CRC ล่าสุด (อ้างแล้วข้างต้น) ว่าไว้ สอดคล้องกัน “HCDS (บริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด) ประสงค์ที่จะรวมธุรกิจห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต และธุรกิจห้างสรรพสินค้าในทวีปยุโรปที่อยู่ภายใต้การบริหารของ HCDS ให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการเดียวกัน”

ทั้งนี้ เป็นไปอย่างที่คาดกัน มีการเสนอข่าวในวงกว้างกันมาบ้าง (อ้างจาก Nikkei Asia, January 17, 2568) โดยสรุปว่า “Central Group It is restructuring its European department store business after Austrian real estate partner Signa Holdings filed for bankruptcy” ทั้งนี้ ในข่าวมีรายละเอียดพอสมควร ผู้สนใจหาอ่านเพิ่มเติมได้

เชื่อว่า กลุ่มธุรกิจ “ห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ในยุโรป (European Luxury Stores)” เป็น “เค้าหน้าตัก” ที่ใหญ่และสำคัญมากๆ ของกลุ่มเซ็นทรัล การขยับขับเคลื่อนบางครั้งย่อมมีแรงกระเพื่อม กรณีนี้ลามมากระทบ CRC ในบางระดับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย
อัพสกิล เอไอ อัพสกิล การเมือง
‘ระบอบ’ หมายถึงอะไร? | ปราปต์ บุนปาน
สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ