MatiTalk จาตุรนต์ ฉายแสง อ่านเลือกตั้ง 69 เกมแก้รัฐธรรมนูญที่ยาก
ประเทศนี้ยังมีความหวัง แต่ไม่ควรอยู่ด้วยความประมาท หรือไม่เข้าใจปัญหาไม่เข้าใจว่ามันมีปัญหาใหญ่และไม่พยายามที่จะแก้ถ้าเราเข้าใจว่ามันมีปัญหาใหญ่อะไรบ้างและพยายามที่จะแก้ประเทศนี้ยังมีความหวังแน่
จาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการ MatiTalk มติชนสุดสัปดาห์ ถึงประเด็นอนาคตการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหาทางออกให้ประเทศ
จาตุรนต์ ระบุว่า การที่เรามาอยู่ในจุดที่ประเทศเศรษฐกิจเติบโตช้า ค่อนข้างชะงักงัน ล้าหลังถอยหลังในหลายมิติ เป็นธรรมดาเข้าใจได้ว่าคนรุ่นใหม่ก็จะรู้สึกว่าแบบนี้ไม่มีอนาคต เขาจะสนใจการเมืองมากน้อยแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งด้วย
ถ้าเขาสนใจกันมากๆ ช่วยกันผลักดันมันก็จะผลักดันได้ แต่ว่าอย่างที่ผมพูดไปก็เมื่อประเทศมันอยู่ในสภาพแบบนี้ถือว่าชะงักงันถอยหลัง กำลังเจอกับปัญหาเยอะแยะ และกำลังกลายเป็นสังคมที่ชราภาพก่อนเวลาอันสมควร คือยังไม่รวยเลยแล้วก็กลายเป็นสังคมสูงวัยกันไปแล้ว คนยังพัฒนาไม่ทัน
“กติกาที่มี” ยังไม่ได้ยังไม่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา ถามว่ามันหมดทางแล้วไหม มันไม่ใช่หมดทาง เพียงแต่มัน “ยาก” อาจจะเรียกว่ายากกว่าในบางยุคหรือหลายยุค แต่ขณะเดียวกันมันก็มีองค์ความรู้ใหม่ๆ มีคนใหม่ๆ ประเทศไทยไม่ถึงขนาดว่าแก้ไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้แล้ว เพียงแต่ว่ามันยาก แต่ในความยากนี้ถ้าระดมความคิดกันจริงจังสร้างระบบสร้างกลไกที่มันเอื้อต่อการที่จะให้ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนโดยเฉพาะคนที่เขาคิดอะไรได้ทำอะไรเป็น ได้มามีส่วนร่วมสังคมก็ยังเปลี่ยนแปลงได้
ผมก็ยังคิดอย่างนั้นถึงแม้ว่าถ้าถามแบบส่วนตัว ผมก็ต้องยอมรับว่าที่พยายามผลักดันให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมาติดต่อมาตลอดตั้งแต่ยังไม่เป็นนักการเมืองมาจนเป็นนักการเมือง เป็นเวลาเกือบ 40 ปีแล้วช่วงนี้เป็นช่วงยาก ยากมากแต่อย่างน้อยมันก็ผ่านช่วงเผด็จการเต็มรูปแบบมาแล้วใช่ไหม
จากนี้ถ้าเราใช้ความพยายามกันมันก็ยังน่าจะสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ
มองเลือกตั้ง 2569
เลือกตั้ง 2569 จะเป็นการเลือกตั้งที่ค่อนข้างค่อนข้างพิเศษ มันมีเรื่องอื่นมาปนด้วยนี่ก็อันหนึ่ง ก็คือเรื่องลงประชามติแล้วยังมีประชามติ MOU ที่ยังไม่มีใครค่อยเข้าใจเท่าไร มันจะประเดประดังกัน แต่ว่าที่มันจะพิเศษคือว่าเราพูดถึงสภาพของประเทศ ว่าต้องการอะไรจากการจากการเลือกตั้งหรือจากรัฐบาลใหม่จากสภาใหม่ ในห้วงที่ประเทศไทยกำลังเจอปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำชะเติบโตช้าสุดในอาเซียนมานานหลายปีแล้ว
มาเจอปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าล่าสุดก็เรื่องภาษีทรัมป์แล้วก็ต้องมีตกลงกันว่าจะยอมให้ลดภาษีอะไรบ้าง มันจะไปเป็นโจทย์ว่าแล้วจะทำกันยังไง แล้วความขัดแย้งมันยังไม่เลิก
นี่คือสภาพประเทศของไทยที่เติบโตช้าขีดความสามารถในการแข่งขันของเราต่ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงสร้างสำหรับ Digital Economy AI เรายังต้องทำอีกเยอะ
ปัญหาสแกมเมอร์ยังเป็นเรื่องใหญ่ แล้วเรื่องอย่างที่มองข้ามไม่ได้เช่นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ SME ซึ่งจะมีผู้ได้รับผลกระทบ ภาคเกษตรที่แย่อยู่แล้ว เป็นปัญหาที่ผมคิดว่าต้องยอมรับ ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนมา ยังไม่สามารถหา Solution ที่มันจะแก้ได้จริง ยังไม่นับสังคมสูงวัยที่ต้องการนโยบายมาตอบโจทย์
ทว่าการเมืองมันมาอยู่ในจุดที่การแข่งขันทางนโยบายมันน้อยกว่าที่ผ่านมาเยอะ มันเริ่มที่มีจุดหักเหสำคัญคือการเลือกตั้งปี 2562 ที่ คสช.สามารถใช้งบประมาณหาเสียงได้แล้วไม่จำกัด จนทำให้แนวโน้มการเมือง นักเลือกตั้งใช้อำนาจใช้กระสุนอย่างที่ได้ยินกันว่าเข้มข้นมาก การแข่งขันทางนโยบายจึงจะหาได้จากบางพรรคการเมืองที่อาศัยกระแสหรือถนัดในเรื่องนโยบาย
เราจะทำยังไง เราจะทำให้การเลือกตั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันทางนโยบายมากๆ มีการพูดถึงปัญหาของประเทศมากๆ พูดกันให้มากๆ ให้ชัดๆ ไม่ใช่ปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของการจัดการเป็นเรื่องของบ้านใหญ่ แบ่งภาคแยกส่วนกันยังไง นี่จะเป็นการเสียโอกาสอย่างมาก เพราะฉะนั้นจะมีทั้งกระสุน-กระแส มันมีความพิเศษอยู่
เลือกตั้งครั้งหน้าจะชี้ว่าประเทศจะไปทางไหนจะฟื้นจะโตเร็วขึ้นมาได้ไหมหรือจะยิ่งดิ่งลงไปกว่าเดิม!
โจทย์การเมืองสำคัญหลังจากนี้คือการแก้ปัญหาประเทศ ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ายังมีความหวังมีอนาคต ถ้าคนรุ่นกลางๆ ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ เขาต้องการอนาคตไม่ใช่อยู่ไปแบบไม่มีอนาคต
แต่ว่าโดยรวมก็คือต้องแก้ปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศ ซึ่งผมก็ได้พูดไปแล้วว่าการเลือกตั้งอาจจะไม่ตอบโจทย์ก็ได้ถ้าไปเน้นเรื่องการจัดการ เน้นเรื่องใครจัดการที่เก่งกว่ากัน ใครมีบ้านใหญ่เป็นพวกมากกว่ากันอะไรแบบนี้มันจะไม่ตอบโจทย์ แต่ก็อาจจะได้นักการเมืองมากๆ เข้ามาโดยไม่ต้องตอบโจทย์แบบนี้
ดังนั้น จุดที่ประชาชนเห็นปัญหาจุดที่เราเห็นร่วมกันว่าเป็นปัญหาของประเทศคืออะไรต้องเอามาตั้งแล้วช่วยกันถามพรรคการเมือง นักการเมือง ซึ่งพรรคการเมือง นักการเมืองมีหน้าที่ต้องไปคิดว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ยังไง จะนำเสนอนโยบายยังไง
ต้องให้มันไปด้วยกันระหว่างนโยบายที่จะแก้ปัญหาประเทศได้กับนโยบายที่จะหาเสียงแล้วคนมาลงคะแนนให้
อันนี้เป็นความยากของพรรคการเมือง นักการเมืองที่หมายถึงถ้าต้องการจะแก้ปัญหาบ้านเมืองนะแต่ว่าถ้าบอกว่าต้องการเข้าสู่อำนาจแล้วไปอีกแบบหนึ่งเลย
อุปสรรคการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การแก้ก็ไม่ง่าย เพราะว่าตั้งแต่ร่าง 3 ร่าง ก็แตกต่างกันมากพอสมควร ถึงแม้ว่าตอนนี้เหลือ 2 ร่าง แต่เนื้อหาสำคัญบางส่วนก็อยู่ในร่างที่ 3 คือ ร่างของพรรคเพื่อไทย ด้วยเนื้อหาที่ต่างกันนี้จะทำยังไงจะเอามาเลือกยังไง ในประเด็นสำคัญเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่พอไปกันได้แล้วก็ยังยึดหลักการเรื่องการเชื่อมโยงกับประชาชนและที่สำคัญคือไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แค่นี้ก็จะเป็น 2-3 ขั้นตอนแล้ว
ขณะนี้ก็กำลังหารือกันอยู่ในเรื่องจะมีสภาร่างไหมหรือจะใช้เป็นกรรมาธิการยกร่าง ร่างของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นร่างหลักถ้ามีสภาร่างก็มีสภาร่างแล้วก็มีคณะกรรมาธิการและที่มาจะเป็นยังไงก็มีข้อห่วงใยว่าถ้าผ่านการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนมาแล้ว รัฐสภามาเลือกให้เหลือน้อยลงก็อาจจะถูกร้องได้จากศาลรัฐธรรมนูญตีความยังไงก็เป็นเรื่องหนึ่ง
แต่ว่าถ้ามีการร้องขึ้นมา กระบวนการขั้นตอนก็กินเวลาออกไปอีก เดี๋ยวก็จะกลายเป็นไม่ทันไปทำประชามติพร้อมการเลือกตั้ง ตรงนี้ต้องหารือกันให้ดีเสร็จแล้วก็ดูให้แน่ใจว่าไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วก็ต้องหาเสียงสนับสนุนให้ได้ครบตามเงื่อนไขเรื่องได้ครึ่งหนึ่งของรัฐสภา ส.ว.ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ในวาระที่ 3
เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องเป็นความพยายามของทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ถ้าตาม MOA เขาบอกว่าคณะรัฐมนตรี พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยจะต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วก็ไปสู่การลงประชามติจัดให้มีการลงประชามติ
ฉะนั้น การผลักดันให้ผ่านวาระที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องสำคัญอีกเปลาะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงสำคัญด้วยในแต่ละขั้นแต่ละตอนมันต้องใช้ความพยายาม จะเห็นว่ามีหลายเรื่องไปจนถึงถ้าจัดทำประชามติ
ถ้าปล่อยให้พรรคการเมืองรณรงค์อย่างเดียวมันจะมีปัญหาเรื่องเขากลัวเขาจะคิดว่ามันจะมีผลยังไงต่อคะแนนเสียง เช่น พูดเรื่องจะทำเรื่องฉบับใหม่อย่างเดียวมากไป ไม่พูดเรื่องปากท้อง ไม่พูดเรื่องเศรษฐกิจเดี๋ยวเขาเสียคะแนน เขาก็อาจจะไม่รณรงค์เรื่องเรื่องรัฐธรรมนูญเลยก็ได้
หรือบางพรรคบอกว่ารัฐธรรมนูญสำคัญ เรียกว่าถ้าเป็นรายการอาหารที่ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้ เขาก็อาจจะรณรงค์เต็มที่
เพราะฉะนั้น ทางที่ดีก็คือว่าต้องส่งเสริมให้สังคมทั้งสังคมมาช่วยกันคิดมาช่วยกันรณรงค์ แล้วต้องเปิดให้เสรีรัฐบาลต้องให้ข้อมูลให้มากที่สุดเสร็จแล้วให้เกิดการรณรงค์เพื่อให้ผ่านประชามติ
การแก้รัฐธรรมนูญมีโอกาสเป็นหมันได้หรือไม่?
มีโอกาส หมายถึง worst case scenario ถ้าไม่ได้เสียงตามเงื่อนไขร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณาอยู่นี้จะตก ถ้าตก การแก้รัฐธรรมนูญตกไปเลยไหมก็ยังไม่ตก ถ้าหากว่ารัฐสภาลงมติขอให้ ครม.จัดทำประชามติถามคำถามที่ 1 ว่าประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ความยากมันอยู่ตรงที่ว่ารัฐสภาจะลงมติยังไง
รัฐสภาก็จะต้องบอกว่าที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเพราะว่าไม่เห็นชอบกับกระบวนการ วิธีการที่ออกแบบ แบบนี้ แต่ยังไงต้องการถามประชาชนก็ไปถามทำประชามติในวันเลือกตั้งถามคำถามเดียว
แล้วถ้าประชาชนเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ยังมีสิทธิ์เกิดขึ้นได้อีก แต่ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบอันนี้จบไปนานแล้วก็อาจจะใช้เวลาไปอีกจนข้ามไปสภาชุดต่อไป ค่อยว่ากันใหม่
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
