สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
รถไฟสาย “ชูโอไลน์” หรือสาย 4 ออกจากสถานีฮอมมาชิมุ่งหน้าไปยังสถานียูเมชิมะปลายทางสุดท้ายของรถไฟสายนี้และเป็นที่ตั้งของงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 ผู้โดยสารบนรถไฟแน่นขนัดมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่ตั้งใจมาชมงานเอ็กซ์โปโดยเฉพาะ
สถานียูเมชิมะสร้างขึ้นเพื่อรองรับงานเอ็กซ์โปโอซากาต่อเชื่อมจากสถานีคอสโมสแควร์หลังรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้โอซากาเป็นเจ้าภาพจัดงาน ใช้เวลาสร้างนาน 3 ปี เป็นสถานีที่อยู่ในชั้นใต้ดิน ในช่วงที่มีเอ็กซ์โป รถไฟสาย 4 จะวิ่งรับผู้โดยสารทุกๆ 4-10 นาที ตั้งแต่ตี 5 ถึงเที่ยงคืนทุกวัน เมื่อจบงานเมื่อกลางเดือนตุลาคม ความถี่ในการวิ่งรับผู้โดยสารลดเหลือครึ่งและสถานียูเมชิมะปิดใช้ชั่วคราว
อย่างที่เคยเกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วว่า ยูเมชิมะเป็นเกาะเทียมสร้างขึ้นโดยถมกากของเสียจากขยะอุตสาหกรรมบริเวณหน้าอ่าวโอซากา เดิมเมื่อปี 2557 ผู้ว่าราชการโอซากาวาดแผนให้เกาะยูเมชิมะเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีทั้งรีสอร์ตหรูและกาสิโนแห่งแรกของญี่ปุ่น นายชินโสะ อาเบะ นายกฯ ในเวลานั้นเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะเห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ทรุดตัวอย่างหนักอาจจะฟื้นจากรายได้จากท่องเที่ยว แหล่งบันเทิงและกาสิโน
แผนการดังกล่าวใช้เวลานานกว่า 4 ปีจึงได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาญี่ปุ่น และให้ที่ตั้งของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อยู่บนที่ตั้งเดียวกับการจัดงานเอ็กซ์โปโอซากา
เมื่องานเอ็กซ์โปจบ บริษัท เอ็มจีเอ็ม โอซากา ในเครือของเอ็มจีเอ็ม ลาสเวกัส สหรัฐ เข้ามาก่อสร้างเต็มรูปแบบ ใช้เงินลงทุนราวๆ 8,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบๆ 3 แสนล้านบาท คาดว่าสร้างเสร็จในปี 2569 จะเป็นกาสิโนรีสอร์ตใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่ามาเก๊า สิงคโปร์ หรือลาสเวกัสที่นักพนันบ้านเราชอบบินไปเสี่ยงดวง

รถไฟถึงสถานียูเมชิมะ ผู้โดยสารทุกคนออกจากโบกี้ ชานชาลาที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ดูแคบไปถนัดเนื่องจากมีคนนับร้อยเบียดเสียดหน้าบันไดเลื่อนจากชั้นใต้ดินเพื่อขึ้นไปยังทางออกของสถานีที่อยู่บนชั้น 1
บริเวณทางออกของสถานีผู้โดยสารสแกนคิวอาร์โค้ด ถ้าไม่มีต้องซื้อตั๋วเพิ่มอีกใบเนื่องจากราคาตั๋วโดยสารต่างกัน สำหรับของทีมผมขึ้นรถไฟสายชูโอไลน์จากสถานีฮอมมาชิแล้วมาซื้อตั๋วอีกใบที่สถานียูเมชิมะ
ชาวญี่ปุ่นแทบทุกคนมีคิวอาร์โค้ดของตัวเองเพราะในงานเอ็กซ์โปโอซากาเป็นระบบไร้เงินสด หรือ cashless payments จะซื้ออาหาร ขนมนมเนย หรือของที่ระลึกต้องสแกนคิวอาร์โค้ด หรือไม่ก็ใช้บัตรเครดิตบัตรเดบิตเท่านั้น
ทิศทางอนาคตของสังคมญี่ปุ่นมุ่งก้าวสู่ยุค 5.0 ต่อไปไม่ใช้ระบบเงินสดในการซื้อสินค้าตามร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ภัตตาคารหรือร้านสะดวกซื้อ ข้อดีของระบบไร้เงินสดคือ ลดความเสี่ยงจากการลักขโมยฉกชิงวิ่งราว
การโอนเงินผ่านออนไลน์ตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำกว่า สะดวกกว่าการควักเงินสด เมื่อจ่ายแล้วระบบบันทึกประวัติการใช้เงินของเรามากน้อยเท่าไรจ่ายใครที่ไหนบ้าง แถมร้านค้าบางแห่งนั้นเมื่อเราใช้จ่ายเยอะๆ ก็จะมีรางวัลตอบแทนเป็นคะแนนสะสม
ภายในงานเอ็กซ์โปโอซากาจะมีตู้เงินอิเล็กทรอนิกส์หรือมากุเปย์ (Myaku-PE!) แต่ต้องดาวน์โหลดแอพพ์ “Expo2025 Digital Wallet” ในสมาร์ตโฟน ส่วนมากุเปย์ยังใช้ต่อได้ในร้านค้าทั่วประเทศญี่ปุ่นหลังงานเอ็กซ์โปปิดฉากลงไปแล้ว

อีกเรื่องที่น่าสนใจสำหรับการจัดเอ็กซ์โปคราวนี้ เป็นการวางนโยบายด้านความยั่งยืน เจ้าภาพญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับชีวิต การเรียนรู้ การทำความเข้าใจกับโลกใบนี้ทั้งในเรื่องของระบบนิเวศน์ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายของธรรมชาติ
แน่นอนว่า คนญี่ปุ่นซึมซับในความเป็นธรรมชาติมาแต่ไหนแต่ไร ต้นไม้ทุกต้น ก้อนหิน ดินทราย และสัตว์ป่าใหญ่น้อยล้วนมีคุณค่ากับชีวิต ในงานเอ็กซ์โปโอซากา การรักษาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่ผู้จัดงานเน้นมาก
การนำไม้สนซีดาร์มาทำวงแหวนอลังการ หรือ Grand Ring เป็นประตูทางเข้างาน สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดงานนึกถึงความเป็นธรรมชาติเป็นอันดับแรก
ในงานมีอาคารแสดงของประเทศต่างๆ ที่คำนึงถึงการดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและประหยัดพลังงานการใช้พลังงานหมุนเวียน การพัฒนาโดรนสำหรับระบบขนส่งและการเดินทางภายในเมือง การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการวิจัยพัฒนายาใหม่ๆ อาหารที่มีคุณค่ายืดอายุให้ยืนยาวและร่างกายแข็งแรงต้านโรคนานาชนิด
ทุกมุมของพื้นที่จัดงานมีถังแยกขยะตามประเภท เมื่อซื้ออาหารมากิน ถ้าใส่กล่องกระดาษ กินเสร็จต้องแยกขยะออกจากเศษอาหาร ขยะที่ทำจากกระดาษแยกใส่ถังรีไซเคิลกระดาษ ถ้าเป็นเครื่องดื่มกระป๋องอะลูมิเนียม ใส่อีกถัง ขวดพลาสติก ก่อนทิ้งต้องแยกจุกขวดออกมาต่างหาก สำหรับน้ำหรือเบียร์ที่ดื่มไม่หมด ต้องเทออกจากแก้วกระดาษลงในถังแยกก่อน
ทุกจุดทิ้งขยะจะมีอาสาสมัครคอยแนะนำชาวต่างชาติที่ไม่รู้ว่าจะแยกขยะประเภทไหนใส่ถังไหน เดินตลอดทั้งงาน ไม่มีเศษขยะให้เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว เห็นแบบนี้อยากให้เมืองไทยเดินตามรอยมั่ง
คนญี่ปุ่นมีความเป็นระเบียบสูงและรักษาวินัยเคร่งครัด จะเข้างานก็ต้องยืนต่อคิว แม้คิวยาวแค่ไหนก็อดทนไม่ร้องเอะอะโวยวายหรือแทรกคิวให้มั่ว ทุกเช้ามีคนยืนเข้าคิวนับพันเพื่อรอตรวจสอบอาวุธวัตถุอันตรายและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้างาน การเข้าคิวใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
เป็นความโชคดีของทีมผมที่คุณหมอมณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ความกรุณาจัดหาบัตรพิเศษเข้างานเอ็กซ์โป ไม่งั้นต้องยืนแกร่วรอคิวยาวเหยียดท่ามกลางอุณหภูมิร้อนระอุในเดือนกันยายนซึ่งยังเป็นฤดูร้อนของญี่ปุ่น

เมื่อผ่านประตูแกรนด์ริงแล้วเราทั้ง 3 คนมุ่งเป้าไปที่พาวิลเลียนของประเทศสเปน
รูปทรงอาคารภายนอกเป็นขั้นบันไดทาสีฟ้าให้ดูเหมือนคลื่นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตรงกลางเป็นรูปทรงกลมครึ่งวง ในเวลากลางคืนจะเปล่งแสงเหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ผู้ออกแบบตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมเชื่อมโยงระหว่างญี่ปุ่นกับสเปนเข้าด้วยกัน
ผู้ออกแบบยังดึงแนวคิด “กระแสน้ำคุโรชิโอะ” แสดงถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างสเปนกับญี่ปุ่น ในศตวรรษที่ 16 นักเดินเรือชาวสเปนชื่อ อังเดรส เดอ เออร์ดาเนต้า ใช้กระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือที่ไหลผ่านสเปนมายังญี่ปุ่น เป็นเส้นทางเดินเรือ
เมื่อเดินเข้าไปในอาคารนิทรรศการ จะเห็นรูปโลกจำลองแผ่นภาพบรรยายความสำคัญของท่าเรือในสเปนซึ่งเป็นประตูเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่อยู่อีกซีกโลก ทั้งการค้า การขนส่ง
ปัจจุบันท่าเรือของสเปนยกระดับการพัฒนาเป็นระบบอัตโนมัติ ปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานให้สอดรับกับการลดก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งกังหันลมในทะเลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้บ้านเรือนริมชายฝั่ง เป็นความร่วมมือระหว่างสเปนกับบริษัท คันไซอิเล็กทริกส์ของญี่ปุ่น
การฉายวีดิทัศน์การไหลเวียนของกระแสน้ำคุโรชิโอะ ภาพของสัตว์ใต้ท้องทะเลอันสวยงาม ความสอดประสานความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์
ผ่านประตูห้องนิทรรศการ เป็นห้องโถงขายสินค้าสเปนที่คนทั้งโลกรู้จักดี เช่น ไวน์ น้ำมันมะกอก แน่นอนว่า ผู้เข้าชมที่ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นอุดหนุนกับคับคั่ง
ถ้าลงคะแนนคอนเซ็ปต์ของพาวิลเลียนสเปน คะแนนเต็ม 10 ให้ 7 คะแนน ด้วยแนวคิดชัดเจนชี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสเปนกับญี่ปุ่นผ่านการค้าทางทะเล มีความร่วมมือกันรักษาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี


เวลาผ่านเกือบค่อนวันอากาศร้อนสุดสุด แว่บออกจากพาวิลเลียนสเปนไปหาน้ำดื่มฟรีที่ตู้อัตโนมัติ ผู้จัดงานต้องการให้คนมาชมเอ็กซ์โปโอซากาใช้ขวดน้ำอย่างคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่าย ลดจำนวนขวดขยะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
ก่อนจะเติมน้ำในตู้อัตโนมัติต้องเอาขวดเปล่าไปทำความสะอาดในตู้โอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วนำขวดสะอาดมาเติมน้ำ ตู้เติมน้ำฟรีมีจอมอนิเตอร์นับจำนวนขวดน้ำที่ผู้เข้างานมาใช้บริการเพื่อบันทึกเป็นสถิติว่า งานเอ็กซ์โปโอซากาครั้งนี้ลดปริมาณการใช้ขวดเท่าไร
บนจอของเครื่องอัตโนมัติที่ผมกดน้ำฟรีมีมากถึง 554,210 ขวด
