bg-single

ผ่าวิกฤตน้ำท่วม ‘หาดใหญ่’

07.12.2025

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

ขอยกบทความ “เอ็กซ์โปโอซากา” ตอนที่ 5 ออกไปก่อน เอาเรื่องวิกฤตน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ภาคใต้อีก 7 จังหวัดมาถกกันดีกว่า เพราะเป็นเรื่องใหญ่เกิดความเสียหายมหาศาลโดยเฉพาะชาวหาดใหญ่ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจนท่วมมิดหลังคาบ้าน กระแสน้ำเชี่ยวแรงและเหตุเกิดเป็นช่วงกลางคืน ไม่สามารถอพยพหนีออกจากบ้านได้ทัน

เราได้เห็นภาพผู้คนพากันหอบลูกหอบหลาน ปู่ย่าตายายหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนนอนหลังคาบ้าน ขณะที่ฝนยังตกอยู่ตลอดเวลาระดับน้ำเพิ่มสูงต่อเนื่องบางจุดน้ำท่วมสูงถึง 4 เมตรเกือบเท่ากับตึก 2 ชั้น

การขอความช่วยเหลือของผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบากระบบสื่อสารขัดข้อง ไม่มีกระแสไฟชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือไม่ได้ ต้องตะโกนเรียกหาหน่วยกู้ภัยตลอดวัน

ที่น่าเศร้า มีผู้เสียชีวิตเพราะน้ำท่วมครั้งนี้หลายราย บางรายนั้นเป็นหญิงสูงอายุติดอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมมิดหลังคาลอยคออยู่ในน้ำรอความช่วยเหลือจนสิ้นลม ลูกต้องเอาศพใส่ตู้เย็นเพราะกลัวจะลอยตามน้ำ บางรายป่วยติดอยู่กลางน้ำไปหาหมอไม่ทันสิ้นใจคามือลูก

จิสด้า หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เปิดภาพข้อมูลดาวเทียมชี้ให้เห็นว่าน้ำท่วมหาดใหญ่อยู่ในระดับวิกฤตสูงสุด กระทบกับชาวเมืองมากกว่า 150,000 คน เป็นที่อยู่อาศัย 25,102 หลังคาเรือน โรงเรียน 47 แห่ง โรงพยาบาล 8 แห่ง

ส่วนพื้นที่อื่นๆ ของภาคใต้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง ปัตตานี ยะลา สตูล และนราธิวาสประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน แต่ไม่ร้ายแรงหนักสาหัสเท่ากับ “หาดใหญ่”

ทำไม “หาดใหญ่” จึงเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี?

นี่เป็นคำถามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนช่วยกันอธิบายพอสรุปได้ใน 3 ประเด็น

ประเด็นแรก เป็นเรื่องของสภาพภูมิอากาศแปรปรวนและอิทธิพลจากลานีญา ในช่วงวันที่ 19-21 พฤศจิกายน เกิดฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วัน มากกว่า 630 มิลลิเมตร เฉพาะวันที่ 21 พฤศจิกายนเพียงวันเดียว ฝนตกหนักที่สุดวัดได้ 335 มม.

ปริมาณน้ำฝนที่ตกในห้วง 3 วันมีมหาศาล น่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ” (atmospheric river) ซึ่งเป็นชั้นไอน้ำที่ยาวและกว้างมากเหมือนแม่น้ำในท้องฟ้าและเทลงมาตูมเดียวในพื้นที่เดียว

แม่น้ำในชั้นบรรยากาศเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนสุดๆ เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ร้อนขึ้นกว่าเดิมทำให้เกิดความชื้นในชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้นปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจึงมากกว่าในอดีต

ปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ เกิดขึ้นทั่วโลก อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา อิรัก อิหร่าน คูเวต ชิลี ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เกิดปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศที่ประเทศออสเตรเลีย ผู้เชี่ยวชาญดูจากภาพถ่ายทางดาวเทียม เป็นสายน้ำในท้องฟ้าแนวยาว 1,500 กิโลเมตร พาดแนวชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ เกิดฝนตกหนักมากทางตอนเหนือของเมืองบริสเบน ประเมินว่าปริมาณน้ำฝนในชั้นบรรยากาศราว 500,000 ล้านลิตร มากกว่าน้ำในอ่าวซิดนีย์ถึง 16 เท่า

ฝนตก 3 วัน 3 คืน เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้น้ำ นักวิชาการออสซี่เปรียบเหมือนฝนสึนามิ

ล่าสุด เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน เกิดปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาทำสถิติมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2495 เป็นต้นมา

ประเด็นที่ 2 พื้นที่หาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะ น้ำที่สะสมจากเทือกเขาสันกาลาคีรี เทือกเขาบรรทัด และเขาคอหงส์ ไหลลงคลองอู่ตะเภาซึ่งต้องไหลผ่านกลางเมืองหาดใหญ่ ลงสู่ทะเลสาบสงขลา

เมื่อฝนตกหนักปริมาณน้ำสะสมมาก คลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำที่มีก็เอาไม่เอาอยู่ น้ำทะลักล้นท่วมเมืองหาดใหญ่

หลังระดับน้ำลดลงจนเป็นปกติแล้ว หาดใหญ่จะต้องเข้าสู่ยุคบูรณาการครั้งใหญ่ เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมระดับวิกฤตเช่นนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากเกิดชึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง เช่น ปี 2531-2543-2553

อย่างที่กล่าว ลักษณะภูมิประเทศของหาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะ การขยายของเมืองที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีแบบแผนการระบายน้ำเกิดปัญหาเพราะอาคารสิ่งปลูกสร้างไปบล็อกขวางทางน้ำ

แม้จะมีการวางระบบป้องกันน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2553 แต่การเติบโตของเมืองไม่หยุดนิ่ง ระบบป้องกันน้ำท่วมจึงไม่สามารถตอบโจทย์ใหม่ นั่นคือปริมาณน้ำฝนที่มีมาก ฝนที่ตกทั้งวันทั้งคืน และเมื่อแหล่งรับน้ำไม่สามารถระบายน้ำออกได้เร็ว น้ำจะท่วมหาดใหญ่ซ้ำซาก

ประเด็นที่ 3 การบริหารจัดการน้ำท่วม ไร้ประสิทธิภาพ ทั้งที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกคำเตือนอย่างต่อเนื่องว่าพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในระหว่างวันที่ 18-23 พฤศจิกายน จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก แต่ไม่ปรากฏว่ามีการวางแผนจัดการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ และไม่มีใครรู้ว่าแผนอพยพเป็นอย่างไร ถ้าให้คนออกจากบ้านในท่ามกลางน้ำที่เชี่ยวกรากต้องจัดการอย่างไร ต้องไปรวมตัวตรงจุดไหน อุปกรณ์ อาหารเครื่องดื่มที่รองรับผู้อพยพมีหรือไม่

ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเทศบาลหาดใหญ่ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่องสถานการณ์น้ำ วันที่ 19 พฤศจิกายนมีฝนตกหนัก วัดปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 24 ชั่วโมงได้ 196 มม. ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา คลองภูมินาถดำริ คลองหวะ คลองเตย แก้มลิงคลองเรียนต่ำกว่าตลิ่ง และอ่างเก็บน้ำคลองสะเดามีปริมาณน้ำเกือบๆ 32 เปอร์เซ็นต์ โดยภาพรวมพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะปกติ “ธงเขียว”

แถลงการณ์ฉบับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่มากและไม่ได้ใช้สถิติมาวิเคราะห์

เมื่อคาดการณ์ผิด การวางแผนรับมือไม่มีความสูญเสียก็ตามมา

เช่นเดียวกันรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่สามารถจัดการแก้ไขวิกฤตภัย “หาดใหญ่” ได้อย่างฉับพลัน กว่าจะแจ้งเตือนระดับน้ำท่วมสูงสุด ก็เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 21 พฤศจิกายนที่น้ำทะลักใส่เมืองแล้ว

กว่าจะตั้ง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการ ชาวหาดใหญ่เผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมไปแล้ว 3 วัน

หลังแต่งตั้ง “ธรรมนัส” เป็น ผอ.ศูนย์ฯ “อนุทิน” เรียกประชุมติดตามสถานการณ์ ปรากฏว่า “ธรรมนัส” ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม แต่โผล่ไปดูอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธาราและโครงการพัฒนาสวนลำไย

เสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดนี้จึงดังเซ็งแซ่ท่ามกลางภาพข่าวชาวหาดใหญ่พากันร้องตะโกนเรียกหาความช่วยเหลือ ภาพของการดิ้นสู้กับสงครามน้ำเพื่อเอาตัวรอดและภาพคลิปของหน่วยอาสาสมัครที่ลุยช่วยผู้คนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนทำให้ผู้คนทั่วประเทศรู้สึกผิดหวังกับระบบการบริหารจัดการของรัฐบาล “อนุทิน”

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล เป็น 1 ในผู้ที่ให้คอมเมนต์สถานการณ์ “หาดใหญ่” ได้ดีมาก

“ในยุคของผม ภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่เจอคือพายุเกย์และสึนามิ เรายังเชื่อและศรัทธาภาครัฐมากกว่านี้ อาจเป็นเพราะยุคนี้มีโซเชียล มีการทำงานของภาคประชาชนที่พัฒนาไปข้างหน้า ขณะที่ภาครัฐตามไม่ทัน ทำให้การเปรียบเทียบเห็นชัดขึ้น และยิ่งโลกร้อนขึ้นเท่าไร ยิ่งภัยพิบัติเกิดขึ้นถี่แค่ไหน เรายิ่งเห็นภาพชัด มันจึงเป็นสถานการณ์ที่ผมบอกมาตลอด โลกร้อนมันน่ากลัว เราต้องให้ความสำคัญมากๆ กับการรับมือ

จากกรณีหาดใหญ่ ผมเชื่อว่าคนไทยเห็นความน่ากลัวของโลกร้อน เริ่มคิดถึง เริ่มหาข้อมูล เริ่มรู้สึกถึงความเสี่ยง

เริ่มอยากให้คนที่เขาเลือกไปเป็นผู้แทน ไม่ว่าจะระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ต้องมีอะไรที่เขาศรัทธาได้

มีอะไรที่จะทำให้พวกเขาวางใจว่าจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น

มันก็จะสะท้อนกลับมาสู่การปรับตัวของพรรคการเมือง ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ให้ความสำคัญกับการรับมือโลกร้อนมากขึ้น นอกเหนือไปจากเอะอะก็ Net Zero

จนสักวัน โลกร้อนจะกลายเป็นนโยบายหลัก มิใช่แค่ของแถม

และต้องเป็นนโยบายที่ทำได้ มิใช่แค่แถลงไว้แต่ทำไม่ได้ เพราะมันจะย้อนมาปักอกตัวเองให้เจ็บหนัก”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ดร.มัลลิกา นำทีม Dr.Mallika Skincare ฝึกซ้อมกู้ภัยและดับเพลิงประจำปี ยกระดับความปลอดภัยองค์กร รับมือเหตุฉุกเฉินอย่างมืออาชีพ
“ในหลวง-ราชินี” พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ “ปลัดกระทรวงมหาดไทย” นำคณะเข้าเฝ้าฯ
รมว.กลาโหม เชิญข่าวสดหารือแนวทางเสนอข่าวด้านความมั่นคง ไม่ให้เกิดผลกระทบในนาคต ชี้กรณีแผนที่ทหารไม่มีเจตนาร้าย ที่ผ่านมาข่าวสดและกองทัพประสานข้อมูลกันดีมาตลอด
จริงลวง จริงแท้ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไทยใหม่ ศรีกรุง
สงครามตลอดกาล! ปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา
3 คนไทย ในบอลโลก
นับถอยหลัง เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง