Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
นับถอยหลัง
เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
นักเล่นเกมหรือเกมเมอร์ในวัยเดียวกับฉันก็คงจะมีจุดเริ่มต้นคล้ายๆ กัน คือการจะเล่นเกมคอนโซลแต่ละเกมนั้นวิธีเดียวที่จะเล่นได้คือเราจะต้องมีตลับหรือแผ่นเกม ซึ่งก็อาจจะเป็นแผ่นที่เราซื้อมาเองหรือแผ่นที่ยืมเพื่อนมา
การได้ถือแผ่นเกมไว้ในมือหรือการได้เห็นเกมที่ซื้อสะสมเอาไว้วางเรียงกันเป็นคอลเล็กชั่นก็เป็นความสุขในรูปแบบหนึ่ง
พอเวลาผ่านไป การซื้อเกมแบบดาวน์โหลดก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อดีของมันก็คืออยากเล่นเมื่อไหร่ก็กดซื้อดาวน์โหลดมาได้เลย ไม่ต้องเดินทางไปถึงร้านหรือรอการจัดส่งจากร้านค้าออนไลน์
การซื้อแบบดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในหน่วยความจำของเครื่องก็สะดวกสบาย เลือกเล่นเกมที่ต้องการได้แบบไม่ต้องลุกไปสลับแผ่นให้วุ่นวาย และไม่มีปัญหาแผ่นเสียหายจนอ่านไม่ได้
แต่การซื้อแบบดาวน์โหลดก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่ชัดเจนที่สุดก็คือไม่สามารถขายต่อได้ และไม่สามารถให้คนอื่นยืมไปเล่นได้เหมือนเกมแบบแผ่น
ตัวฉันเองก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากคนเล่นเกมที่สะสมแผ่นมาเป็นแบบดิจิทัลดาวน์โหลดเพราะรู้สึกว่าถ้าเกิดอยากจะเล่นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็กดซื้อได้เลยไม่ต้องรอ
และฉันก็ยังมีบาดแผลทางใจอย่างการเคยทำกล่องใส่แผ่นเกมหาย พลิกบ้านหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จากเครื่องเกมที่มีเกมที่เล่นได้หลายสิบเกมก็กลายเป็นเล่นได้แค่เกมเดียวก็คือแผ่นที่ยังคาอยู่ในเครื่อง
อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของเกมก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ค่ายเกมต่างก็อยากผลักให้นักเล่นเกมไปซื้อแบบดาวน์โหลดมากกว่าแผ่น
จนทำให้ในที่สุดค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Sony Interactive Entertainment ก็ออกมาประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมสำหรับเครื่องเกม PlayStation
โดยจะเริ่มใช้นโยบายใหม่นี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 เป็นต้นไป
Sony ให้เหตุผลว่าที่จะยุติการผลิตแผ่นเกมก็เพราะพฤติกรรมของผู้เล่นสมัยนี้เปลี่ยนจากการเล่นเกมแบบแผ่นไปสู่การเล่นเกมแบบดิจิทัลไปแล้วอย่างรวดเร็วด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตที่ดีขึ้น ฮาร์ดแวร์เครื่องคอนโซลเกมที่สเป๊กสูงขึ้น การใช้งานคลาวด์ที่เสถียรขึ้น และสามารถเล่นเกมผ่านอินเตอร์เน็ตได้แบบไม่สะดุดเหมือนในอดีต
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ยอดการเล่นเกมแบบดิจิทัลนำหน้าแผ่นเกมไปไกล โดยจะเห็นได้จากงบการเงินของ Sony Interactive Entertainment ที่ระบุว่ายอดขายเกมแบบแผ่นนั้นเหลือเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ยอดขายของเกม PlayStation ถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นแบบดิจิทัลดาวน์โหลด
เรื่องนี้ทำให้คนในแวดวงเกมทั่วโลกฉุนเฉียวกันมาก ไม่ว่าจะเป็นนักเล่นเกมที่ชวนกันบอยคอต ไปจนถึงขั้นนัดกันยกเลิกสมาชิก PlayStation Plus ที่เป็นการสมัครสมาชิกของ PlayStation
หรือร้านค้าเกมที่ธุรกิจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่ไม่มีแผ่นเกมให้ขายอีกต่อไป
แม้กระทั่งนักพัฒนาเกมเองต่างก็ออกมาเรียกร้องให้ค่าย Sony ลองพิจารณาใหม่
อย่าง Hideo Kojima ก็ตั้งคำถามให้คิดว่าถ้าวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้น เซิร์ฟเวอร์เกมล่ม เกมแบบดิจิทัลเข้าถึงไม่ได้ แล้วจะทำยังไงกับเงินที่จ่ายซื้อเกมแบบดิจิทัลไปแล้วล่ะ
ไม่ใช่แค่ Sony เท่านั้นที่จะหักดิบการผลิตแผ่นเกม แต่ค่ายเกม Rockstar ที่สร้างเกมฮิตอย่าง Grand Theft Auto หรือ GTA ก็ขอเข้าร่วมด้วยเหมือนกัน
Rockstar บอกว่าเกม GTA ภาค 6 ที่แฟนเกมรอคอยกันมานานกว่า 10 ปี จะเปิดตัวมาแบบไม่มีเวอร์ชั่นแผ่นให้เลือกซื้อเลย
ใครอยากได้ GTA แบบจับต้องได้ จะมีแบบกล่องขาย แต่ในกล่องเปิดออกมาก็จะไม่มีแผ่นอยู่ดี มีเพียงแค่รหัสให้ไปดาวน์โหลดมาลงเครื่องเกมกันเอง
เขี่ยลูกกันมาแบบนี้ก็ไม่ยากที่จะทายว่าหลังจากนี้ไปเราคงเห็นแผ่นเกมทยอยล้มหายตายจากไปทีละเกมๆ จนในที่สุดก็จะเหลือแต่แบบดิจิทัลเท่านั้น
แม้ว่าต้นทุนการผลิตเกมจะไม่ได้แพงอะไรมากมาย แต่สิ่งที่แพงคือการผลิตคอนโซลรุ่นที่มาพร้อมเครื่องอ่านแผ่น โดยเราจะเห็นได้ชัดจากราคาขายคอนโซลทุกวันนี้ว่ารุ่นที่สามารถอ่านแผ่นได้จะแพงกว่ารุ่นที่เล่นเกมแบบดิจิทัลอย่างเดียวเสมอ
และนี่ก็อาจจะเป็นการส่งสัญญาณด้วยว่า PlayStation 6 รุ่นต่อไปที่ปักหมุดเอาไว้ว่าอาจจะมาในปี 2028 หรือ 2029 ก็อาจจะเปิดตัวมาแบบไม่มีช่องใส่แผ่นเกมอีกต่อไปแล้ว
หากเรามองว่าสิ่งที่เราเป็นเจ้าของคือสิ่งที่จับต้องได้ นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการสิ้นสุดของคำว่าเจ้าของที่แท้จริง เพราะเราไม่สามารถเอาไปขายต่อ ส่งต่อ หรือให้ใครยืมได้อีก
ต่อไปเราอาจจะเรียกว่า “ซื้อ” เกมได้ไม่เต็มปาก แต่เป็นการ “ซื้อสิทธิ์ในการเข้าถึง” แทน ซึ่งก็คงส่งผลกระทบต่อตลาดเกมมือสองไม่น้อยอย่างแน่นอน
วงการแผ่นเกมคงต้องเจอกับแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ คล้ายๆ กับตอนที่ Netflix ทำให้ธุรกิจขายและเช่าแผ่น DVD หายวับไปกับตา แต่ในที่สุดโลกก็ปรับตัวให้เข้ากับการดูหนังและซีรีส์แบบสตรีมมิ่งจนทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องที่แสนธรรมดาไปเสียแล้ว
สิ่งที่ยังพอทำให้นักเล่นเกมใจชื้นอยู่บ้างคือค่ายเกม Nintendo ดูเหมือนจะยังไม่มีนโยบายย้ายมาดาวน์โหลดอย่างเดียว โดยยังคงให้ความสำคัญกับการมีแผ่นที่จับต้องได้อยู่เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้คือวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ประกอบกับ Nintendo เป็นค่ายเกมที่ค่อนข้างมีความอนุรักษนิยมสูงและมักจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรง่ายๆ
แต่ไม่ว่า Nintendo จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ในที่สุดก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราก็ค่อยๆ เข้าใกล้โลกไร้แผ่นเกมมากขึ้นทุกทีๆ
ใครมีเกมไหนที่รักที่ชอบก็ซื้อแผ่นเกมเก็บสะสมไว้ตอนนี้ อนาคตอาจจะได้หยิบออกมาโชว์ให้ลูกให้หลานดูได้อย่างภาคภูมิใจ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
