บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
3 คนไทย ในบอลโลก
ความฝันอันสูงสุดของแฟนบอลชาวไทย คือการอยากเห็น “ทีมชาติไทย” ได้ไปโลดแล่นใน “ฟุตบอลโลก” รอบสุดท้ายสักครั้งในชีวิต
ทว่า ในความเป็นจริง “ทีมชาติไทย” ยังไม่เคยเดินทางไปถึงจุดนั้น
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งน่าภูมิใจก็คือ “ฟุตบอลโลก” ได้เคยต้อนรับคนไทยไปแล้วอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่า เรากำลังพูดถึง “กรรมการ”
และไม่ใช่เพียง “กรรมการ” เท่านั้น เพราะล่าสุด ในการแสดงพิธีเปิด เกิดปรากฏการณ์วัฒนธรรมระดับโลกที่ “คนไทย” ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติ และสร้างความฮือฮาไปทั่วทุกมุมโลก
นี่คือเรื่องราวของ 3 บุคคลสำคัญชาวไทยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมมหกรรรม “ฟุตบอลโลก”
เรากำลังพูดถึง “ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ” “ปรัชญา เพิ่มพานิช” และ “ลลิษา มโนบาล” หรือ LISA BLACKPINK
ย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1990 วงการฟุตบอลไทยได้รับข่าวดีครั้งประวัติศาสตร์ที่ทำให้แฟนบอลบ้านเราต้องตื่นเต้นกันยกใหญ่
เมื่อ “ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ” หรือ “เปาอั๋น” ผู้ตัดสินฟุตบอลชาวไทย ได้รับการคัดเลือกจาก “สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ” หรือ FIFA ให้เดินทางไปทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดใน “ฟุตบอลโลก” ค.ศ.1998 ที่ “ฝรั่งเศส”
การเดินทางไปทำหน้าที่ของ “เปาอั๋น” ในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของโชคช่วย หรือการกระจายโควต้าตามภูมิภาค แต่เกิดจากผลงานการตัดสินที่ยอดเยี่ยมสม่ำเสมอในระดับทวีปเอเชีย ความสามารถในการควบคุมเกมที่กดดัน และความเข้าใจในกฎกติกาอย่างลึกซึ้ง
ใน “บอลโลก” 1998 หรือ FRANCE’98 “ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ” ได้ลงทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 ในสนามจำนวน 2 นัดด้วยกัน
นัดแรก คือการพบกันระหว่างทีมชาติโมร็อกโก กับทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งเป็นเกมที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยการปะทะ แต่ “เปาอั๋น” ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนนัดที่ 2 คือเกมในรอบแบ่งกลุ่มระหว่างทีมชาติไนจีเรีย กับทีมชาติปารากวัย ซึ่งเป็นเกมที่มีความหมายต่อการเข้ารอบของทั้งสองทีมเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ เขายังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 4 ในเกมระดับบิ๊กแมตช์อีกหลายนัด

การทำหน้าที่อย่างไร้ข้อครหา และได้รับคำชมจากผู้ประเมินของ FIFA ในครั้งนั้น ถือเป็นการปูทาง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการเชิ้ตดำเมืองไทย
ทำให้โลกลูกหนังได้ตระหนักว่า ผู้ตัดสินจากประเทศเล็กๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีศักยภาพสูงพอที่จะชี้ขาดเกมของนักเตะระดับโลกได้อย่างสง่างาม
แต่ความสำเร็จของผู้ตัดสินไทยในฟุตบอลโลกไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในทัวร์นาเมนต์ถัดมาอย่าง “ฟุตบอลโลก” ค.ศ.2002 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศญี่ปุ่นร่วมกันเป็นเจ้าภาพ
วงการฟุตบอลไทยได้มีตัวแทนไป “ฟุตบอลโลก” อีกครั้ง
โดยคราวนี้เป็นหน้าที่ของ “ปรัชญา เพิ่มพานิช” หรือ “เปาแป๊ก” ในฐานะ “ไลน์แมน” หรือผู้ช่วยผู้ตัดสินที่มีฝีมือฉกาจ และมีความแม่นยำในการจับล้ำหน้าเป็นเลิศ
การได้รับเลือกให้ไปทำหน้าที่ใน “ฟุตบอลโลก” 2002 นั้น ถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง และ “ปรัชญา เพิ่มพานิช” ก็ได้ลงทำหน้าที่สะบัดธงริมเส้นในแมตช์สำคัญหลายแมตช์
โดยนัดที่โดดเด่น และเป็นที่จดจำอย่างมาก คือการลงทำหน้าที่ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ระหว่างทีมชาติรัสเซีย กับทีมชาติตูนิเซีย รวมถึงเกมระหว่างทีมชาติสวีเดน กับทีมชาติไนจีเรีย
การยกธงที่เด็ดขาดแม่นยำ และการประสานงานร่วมกับผู้ตัดสินหลักจากชาติต่างๆ ได้อย่างไม่มีที่ติ ทำให้ “ปรัชญา” ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม
การทำหน้าที่ของทั้ง “ภิรมย์” และ “ปรัชญา” จึงกลายเป็นภาพจำยุคคลาสสิกที่พิสูจน์ว่า แม้เทคโนโลยีในยุคก่อนจะยังไม่มีระบบ VAR คอยช่วยเหลือ แต่สายตาและสมาธิอันแน่วแน่ของคนไทย 2 คนนี้ สามารถเอาชนะความกดดันใน “ฟุตบอลโลก” ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี บริบทของคำว่า “ฟุตบอลโลก” ได้ขยายขอบเขตจากเรื่องของเกมกีฬาในสนามไปสู่มหาอำนาจทางความบันเทิง และวัฒนธรรมป๊อประดับโลก หรือ SPORT ENTERTAINMENT อย่างเต็มตัว
และนี่เองได้ทำให้ชื่อของคนไทยคนที่ 3 ได้ถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ “ฟุตบอลโลก” ในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
นั่นคือ LISA “ลลิษา มโนบาล” หรือ LISA จากวง BLACKPINK ศิลปินสาวสัญชาติไทยผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ในการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก” ค.ศ. 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ
การปรากฏตัวของ LISA ใน “ฟุตบอลโลก” แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของ SOFT POWER ทำให้สปอตไลต์ทุกดวงจับจ้องมาที่ความสามารถของเด็กสาวจากจังหวัดบุรีรัมย์ผู้ไปเติบโตและสร้างชื่อเสียงในระดับสากล
เมื่อนำเรื่องราวของทั้ง 3 คนมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เราจะเห็นภาพสะท้อนของวิวัฒนาการ และการเติบโตของคนไทยบนเวทีโลกอย่างชัดเจน
ในยุคของ “ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ” และ “ปรัชญา เพิ่มพานิช” เพื่อให้ได้รับการยอมรับจาก FIFA พวกเขาต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายอย่างหนักหน่วง ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสื่อมวลชนต่างชาติ และต้องทำหน้าที่ภายใต้สายตาจับผิดของแฟนบอลทั่วโลกในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ความสำเร็จของพวกเขาทั้งสองเปรียบเสมือนการบุกเบิกเส้นทาง และเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า “คนไทย” มี “ความสามารถเชิงวิชาชีพ” ในระดับสากล
ขณะที่ในยุคของ “ลลิษา มโนบาล” บริบทโลกได้เปลี่ยนไปสู่อารยธรรมที่ไร้พรมแดน LISA ไม่ได้ใช้กติกาฟุตบอลในการขับเคลื่อน แต่เธอใช้ศิลปะ ดนตรี และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ในการทลายกำแพงทางภาษาและวัฒนธรรม
การที่เธอเข้าไปมีส่วนร่วมใน “ฟุตบอลโลก” สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยในยุคปัจจุบันสามารถก้าวขึ้นไปยืนในจุดสูงสุดของอุตสาหกรรมบันเทิงโลก และกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขาดไม่ได้ในงานอีเวนต์ระดับโลกที่ต้องการเข้าถึงคนรุ่นใหม่
เรื่องราวของทั้ง 3 คน จึงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับคนไทยในทุกสาขาอาชีพ ว่าข้อจำกัดเรื่องสัญชาติ หรือการที่ประเทศของเรายังไม่เคยไป “ฟุตบอลโลก” ในฐานะทีมฟุตบอลนั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการส่งคนไทยไปสร้างชื่อเสียง และฝากผลงานไว้ให้โลกจดจำเลยแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของ “ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ” “ปรัชญา เพิ่มพานิช” และ “ลลิษา มโนบาล” คือเครื่องเตือนใจอันทรงคุณค่าว่า คำว่า “คนไทยในบอลโลก” นั้นมีอยู่จริง และได้เกิดขึ้นแล้ว
แม้หน้าประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดเหงื่อของ “ทีมชาติไทย” แต่ถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดเหงื่อของผู้ตัดสินผู้เที่ยงธรรม ผู้ช่วยผู้ตัดสินผู้แม่นยำ และศิลปินสาวผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมโลก
ทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม และความสามารถของไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบในยุคสมัยของตนเอง
การเดินทางของพวกเขาทั้งสามคนจะยังคงเป็นตำนานที่ถูกเล่าขาน เป็นมาตรฐานที่คนรุ่นหลังจะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง
เป็นดั่งประภาคารที่ส่องแสงบอกเราทุกคนว่า ไม่ว่าความฝันจะยิ่งใหญ่ หรือไกลตัวแค่ไหน หากมีความมุ่งมั่น มีศักยภาพที่แท้จริง และไม่หยุดพัฒนา
“คนไทย” สามารถประกาศศักดาบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม เฉกเช่น “3 คนไทย ในบอลโลก” นั่นเอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
