ยุบสภาหลัง”น้ำลด”? | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ยุบสภาหลัง”น้ำลด”?
พลินผันรวดเร็วดั่งสายน้ำจริงๆ
พรรคภูมิใจไทย กำลัง “ภูมิใจ”กับปรากฏการณ์ สายน้ำ(การเมือง)นานาสาย ไหลบ่าเข้าพรรค อย่างต่อเนื่อง
นำไปสู่ ความคาดหมาย-คาดหวัง สูงยิ่งว่า นานาสายน้ำเหล่านี้ จะหนุนเนื่องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูลนำพาพรรค ขึ้น”ครองอำนาจ”ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นได้ไม่ยากเย็นนัก
แต่ พลันที่ มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่ หาดใหญ่ จ.สงขลา
สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป
มวลน้ำมิได้เป็นพลังหนุนเนื่อง
แต่ กลายเป็น มวลพลังที่พัดพาเอา”ความคาดหวัง-คาดหมาย”ทางการเมือง ให้พังทลายลง อย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่น่าเชื่อ ทั้งที่นายอนุทิน ตอบสนองสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ด้วยการบินลงพื้นที่อย่างฉับพลันทันใด
ซึ่ง ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของนายอนุทิน ที่สวมวิญญาณ”นักบิน” โผทะยานไปทั่วประเทศเพื่อตอบสนองนานาภาระกิจโดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับงานการเมือง
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติสิ่งอันคุ้นเคยและถนัด
ไม่เพียงพอสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้
การผัดข้าวและเดินให้กำลังใจชาวบ้าน ไม่”ลึกซึ้ง”เพียงพอกับวิกฤตน้ำท่วม ที่ “ลึก”และ”แรง”
จึงทำให้นายอนุทินและรัฐบาลถูกมองว่า เก่งเฉพาะงานอีเวนต์
เมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤต”จริง-จริง”ไม่สามารถตั้งรับและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาวะสับสน อลหม่าน เกิดขึ้นไปทุกหย่อมหญ้า
นำไปสู่การวิพากษ์จารณ์ อย่างหนักและรุนแรงถึง ประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล
ซึ่ง กระทบไปถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงยาก
อย่างน้อยสิ่งที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ขุนพลที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ เคยมั่นใจอย่างสูงว่า 14 จังหวัดภาคใต้ 59 เขตเลือกตั้ง ที่พรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครลงครบถ้วน นั้น จะทำยอดผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ไม่น้อยกว่า 30 คน สั่นสะเทือนแน่นอน
และอาจไม่ใช่เฉพาะ ที่ภาคใต้ แต่หากหมายถึงภาพโดยรวมของพรรคภูมิใจไทยทั่วประเทศด้วย
เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้นหลัง มหาวิกฤตน้ำท่วมที่ภาคใต้ ได้สั่นคลอน ความเชื่อมั่น”พูดแล้วทำ”อย่างหนัก
ด้วยสิ่งที่”ทำ”นั้น มีผลปฏิบัติ ไม่เป็นที่ประทับใจ
และยังก่อให้เกิดคำถาม ต่อนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ว่าหากได้กลับมานำประเทศอีกครั้ง
ประเทศจะดีขึ้นจริงหรือ
และภาพด้านลบนี้ เมื่ออยู่ในบรรยากาศของการหาเสียงเลือกตั้ง ย่อมถูกพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่ง ขยายภาพด้านลบให้ลบหนักยิ่งขึ้น
แน่นอนรวมถึงอาจเป็นประเด็นสำคัญที่จะถูกนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยพรรคฝ่ายค้าน
แม้ว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีไพ่สำคัญในมือ นั่นคือ อำนาจการยุบสภาของนายอนุทิน
ซึ่งที่ผ่านมา นายอนุทินก็ชูขึ้นขู่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่าอาจจะมีการตัดสินใจในห้วงก่อนและหลัง 12 ธันวาคมเล็กน้อย
ทำให้พรรคฝ่ายทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนก็ต้องเดินเกมการเมืองอย่างกล้าๆกลัวๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ที่น้ำพัดพาให้พรรคภูมิใจไทย”ไหลลง”ไปด้วยนั้น
ไพ่ยุบสภา ก็ไม่ได้เป็นไม้เด็ดของพรรคภูมิใจไทยอีกต่อไป
เพราะหากพรรคภูมิใจไทย ชิงยุบสภา ในภาวะที่เกิด”วิกฤตศรัทธา”
ย่อมทำให้ การเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ไม่ราบรื่น
ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ และขยายความบอบช้ำจากพรรคคู่แข่งอย่างหนักแน่
นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย จึงต้องคิดอย่างระมัดระวัง ถึงห้วงเวลาในการยุบสภา
หากกระทำในจังหวะที่ไม่เหมาะสม
สิ่งที่ได้เปรียบ ก็จะไม่ใช่อีกต่อไป
ความนิยมอาจวูบตามน้ำที่ลดก็ได้
นี่คือความพลิกผันทางการเมือง อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
————–
