ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | “หนุ่มเมืองจันท์

เวลาใครเชิญไปคุยเรื่อง “การเมือง”

ผมจะบอกเสมอว่า “อุบัติเหตุทางการเมือง” เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

อย่ายึดมั่น-ถือมั่น

เห็นพรรคไหนได้เปรียบแล้วฟันธงว่าชนะเลือกตั้งแบเบอร์อย่างแน่นอน

อย่าเพิ่งเชื่อ

เพราะเป็นการวิเคราะห์จากสถานการณ์ในวันนั้น ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง

ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป

ช่วงเดือนที่แล้วเวลามีใครบอกว่า “ภูมิใจไทย” มาแรง เพราะ “บ้านใหญ่” เข้ามาซบเรื่อยๆ

“ภูมิใจไทย” พร้อมทั้งอำนาจรัฐ อำนาจเงิน และ “บ้านใหญ่” ต้องชนะการเลือกตั้งแน่ๆ

ผมจะยกตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ตอนที่พรรคเพื่อไทยจะยึดกระทรวงมหาดไทยจาก “อนุทิน”

และเขี่ย “ภูมิใจไทย” ออกจากรัฐบาล

สถานการณ์ในวันนั้น ทุกคนทำนายเลยว่า “เพื่อไทย” จะดูด ส.ส.จากพรรคอื่นๆ รวมทั้ง “ภูมิใจไทย” ด้วย

และทุกคนก็ฟันธงว่า “ภูมิใจไทย” เหนื่อยแน่นอน

เพราะปราศจากอำนาจรัฐ และคงถูกไล่บี้เรื่อง “เขากระโดง” และ “ฮั้ว ส.ว.”

ใครจะไปนึกว่าอยู่ดีๆ จะเกิดกรณี “คลิปลับอังเคิล” ขึ้นมา

และตามมาด้วยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ยังไม่พอ จากเดิมที่ “เพื่อไทย” มั่นใจว่ามัดมือพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดไว้แน่นหนา

แต่ใครจะนึกว่าพรรคกล้าธรรมจะแปรพักตร์

ทั้งที่ “ผู้กองธรรมนัส” เดินตาม ”ทักษิณ ชินวัตร“ และเป็น “มือขวา” ที่ “ทักษิณ” ไว้ใจมาก

สุดท้าย “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

พรรคภูมิใจไทยเรืองอำนาจ

ในขณะที่พรรคเพื่อไทยต้องประคองตัวเองจากมรสุมการเมืองลูกแล้วลูกเล่า

“ทักษิณ” กลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำ

ถูกปรับ 17,600 ล้านบาท

อัยการอุทธรณ์คดี 112

ส.ส.ย้ายพรรค ฯลฯ

ทุกคนฟันธงว่า “เพื่อไทย” จะกลายเป็นพรรคขนาดกลาง

ส่วน “ภูมิใจไทย” ชิงธงกับพรรคประชาชน

แต่ใครจะไปนึกว่าจะเกิดเหตุการณ์ “น้ำท่วมใหญ่” ที่ “หาดใหญ่”

จาก“น้ำท่วม” กลายเป็น “มรสุมการเมือง”

ถล่มใส่ “อนุทิน”

…อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ฝนตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน ในการประชุมพรรคภูมิใจไทย “วราวุธ ศิลปอาชา” เพิ่งพาพลพรรคชาติไทยพัฒนาย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย

เช่นเดียวกับตระกูล “คุณปลื้ม”

จับมือกับ “สุชาติ ชมกลิ่น” หวังยึดคืนเก้าอี้ ส.ส.ชลบุรี

และยังมี “บ้านใหญ่” อีกหลายกลุ่มที่มาโชว์ตัว

คืนวันนั้นเอง สถานการณ์น้ำท่วมที่ “หาดใหญ่” ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ฝนตกกระหน่ำไม่หยุด น้ำจากภูเขาไหลเข้าตัวเมือง

“หาดใหญ่” ที่เป็นเมืองแอ่งกระทะ เจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดประวัติศาสตร์

สูงกว่าครั้งก่อนๆ 2-3 เมตร

ผู้คนติดค้างอยู่ตามบ้านเป็นแสนคน

ใครที่อยู่บ้านชั้นเดียวต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคา

น้ำสูงและเชี่ยวมาก

การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเกิดเหตุอุทกภัยในเมืองไทย

“อนุทิน” ถูกพิสูจน์ภาวะ “ผู้นำ” ในยามวิกฤต

ถ้าทำดีจะได้คะแนนนิยม

เหมือนกรณี “ทักษิณ” ตอน “สึนามิ”

หรือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ตอนตึก สตง.ถล่ม

แต่ครั้งนี้ “อนุทิน” พลาดมาก

เขาประเมินความร้ายแรงของวิกฤตครั้งนี้ต่ำเกินจริง

ทั้งที่ลงพื้นที่ไปแล้ว

ไม่มีการตั้งหน่วยบัญชาการในพื้นที่ และสร้างระบบการสื่อสารที่จุดเดียวเพื่อให้คนหาดใหญ่รู้สถานการณ์และความช่วยเหลือ ระบบจัดการในพื้นที่ก็สับสนและปั่นป่วน

พอเริ่มตั้งหลักได้ เขารู้ว่าต้องมีคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาดูแลสถานการณ์ที่ “หาดใหญ่”

แทนที่จะให้กระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลเรื่องการกู้ภัยมารับผิดชอบ

หรือกระทรวงกลาโหมที่มีระบบ อุปกรณ์ และทหารเป็นตัวนำ

“อนุทิน” กลับแต่งตั้ง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นประธาน

“ธรรมนัส” แม้จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่ตำแหน่งหลักคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลกรมชลประทาน ที่รับผิดชอบเรื่อง “น้ำ”

การสั่งการข้ามกระทรวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในทางการเมือง

ไม่แปลกที่จะมีคนมองว่าเป็นการวางยาทางการเมืองหรือเปล่า

โยนความรับผิดชอบไปที่ “ธรรมนัส”

เพราะงานนี้มีโอกาสได้ “ก้อนหิน” มากกว่า “ดอกไม้”

และ “กล้าธรรม” คือ พรรคคู่แข่งของ “ภูมิใจไทย” ในภาคใต้

นี่คือ การประเมินสถานการณ์ผิดพลาดครั้งที่ 2 ของ “อนุทิน”

มีคนบอกว่า “อนุทิน” หวังให้ “ธรรมนัส” เป็น “เขื่อน” ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมถึงตัวเขา

แต่เขาไม่นึกว่า “น้ำท่วม” ครั้งนี้จะสูงเกิน “เขื่อน”

ซัดถล่มใส่ “อนุทิน” จนแทบจะล้มครืน

ถามว่า “ธรรมนัส” รู้ไหม

คำตอบที่ดีที่สุดคือ การไม่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่นายกฯ อนุทิน เป็นประธาน

“อนุทิน” ถามถึง “ผู้กอง” ตอนประชุม

พอรู้ว่าไม่ได้วิดีโอเข้ามา

นายกฯ ต้องแก้เกมด้วยการบอกว่า “ธรรมนัส” คงอยู่ในพื้นที่หาดใหญ่

แต่มีภาพข่าวชัดเจนว่าวันนั้น “ผู้กอง” ไปเป็นประธานเปิดงานที่ “เชียงใหม่”

และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา

ทั้งคู่ก็ไม่เคยร่วมเฟรมกันเลย

แม้ “อนุทิน” จะบินไปดูสถานการณ์หลายครั้ง และ “ธรรมนัส” ก็อยู่ที่ “หาดใหญ่”

แต่ “ธรรมนัส” ไม่เคยมาต้อนรับ

และไม่เคยมีการประชุมร่วมกันเลย

“อนุทิน” พยายามแก้เกมด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ให้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์

แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น

หลังน้ำลด มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก และเรื่องราวดราม่าของผู้ประสบภัยที่สุดแสนสะเทือนใจออกมาเรื่อยๆ

มีเด็ก คนแก่ คนป่วย

แต่ละคนไม่ได้ทานอาหารมาแล้ว 5-6 วัน

ไม่ใช่แค่วันเดียว

ยิ่งขุดคุ้ย ยิ่งเห็นปัญหาการจัดการ และภาวะผู้นำของ “อนุทิน”

น้ำท่วมครั้งนี้จึงสะเทือนถึงภาพลักษณ์ของเขาอย่างมาก

และมีผลต่อพรรคภูมิใจไทยที่กำลังสดใสแวววาว

ในขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้น่าจะมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้กอง” กับ “อนุทิน”

และพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย

ใครๆ ก็รู้ว่า “ธรรมนัส” เป็นคนความจำดี

ไม่เอาคืน

ไม่ใช่ “ผู้กอง”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

PEAKY BLINDERS : THE IMMORTAL MAN | ‘ราชายิปซี’
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
ช่องว่าง
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)
‘ถนน ที่ไม่ได้อยู่ในฝัน’
อัพ สกิล ทางไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | ระหว่าง ปฎิทิน กับ ปฏิรูป สะท้อน ความคิด การเมือง