สำเริงคดี | ทรงวาด
มนุษย์เราชมชอบศิลปะกันมาตั้งกะยุคหิน ที่ยังคงหาดูได้สะดวกดายง่ายสุด ก็คือ รูปเขียน หรืองานจิตรกรรม ทั้งบนฝาผนังแลผืนผ้าใบ แล้วเรายังเชื่อกันว่า มันมีพลังในการบำบัด รักษา เยียวยาสุขภาพ แม้จะยังไม่เคยมีการพิสูจน์ ประเมินอย่างเป็นวิทยาศาสตร์
ทว่า เมื่อเร็วๆ นี้เอง คณะวิจัยของมหาวิทยาลัย KING’S COLLEGE ในลอนดอน ได้ทำการทดลองและพบว่า ภาพเขียนมาสเตอร์พีซของศิลปินระดับบิ๊กเนมอย่าง แวนโกะห์ และมาเนต์นั้น สามารถใช้เครื่องมือตรวจวัดได้ว่ามันเยียวยาร่างกายของคนเราได้จริง
พวกเขาใช้กลุ่มทดลองรวม 50 คน อายุระหว่าง 18-40 ปี แล้วแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เพื่อให้ดูรูปเขียนของศิลปินชั้นนำในศตวรรษที่ 19 ได้แก่ โลแทร็ค, มาเนต์, แวนโกะห์ และโกแก็ง
โดยกลุ่มแรกไปดูภาพต้นฉบับ ที่แกลเลอรีแห่งหนึ่งในลอนดอน
กลุ่ม 2 ให้ดูภาพจำลอง ในพื้นที่ควบคุมสภาพแวดล้อมให้เป็นกลาง
ภาพเขียนดังกล่าวมีด้วยกัน 5 ภาพ





ทุกคนในกลุ่มทดลองทั้งสองจะได้ดูภาพทั้ง 5 นี้ ภาพละ 3 นาที โดยมีเวลาทำกิจกรรมทั้งหมดคนละ 20 นาที ซึ่งจะมีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิผิวหนัง มีนาฬิกาดิจิทัลที่วัดระดับความสนใจ และกระตุ้นเร้า รวมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำลายทั้งก่อนและหลังการทดลองนี้ เพื่อตรวจหาระดับความเครียด
ผลการทดลองพบว่า การดูภาพต้นฉบับในแกลเลอรีและการดูภาพจำลอง ไม่มีความแตกต่างกัน ต่างทำให้ฮอร์โมนความเครียด หรือคอร์ติซอลลดลง 22% อันมีความเนื่องต่อกับการลดปัญหาสุขภาพหลายอย่างรวมถึงโรคหัวใจ อีกทั้งลดอาการซึมเศร้าลงได้ถึง 30%
ดร.โทนี วูดส์ หัวหน้าทีมวิจัยบอกกับสื่อออนไลน์ SKY NEWS ว่า “ในเมื่อรัฐบาลมีนโยบายด้านสุขภาพให้เน้นการป้องกัน การใช้ศิลปะภาพเขียนเป็นเครื่องมือจึงช่วยให้ผู้คนต้องเข้าโรงพยาบาลน้อยลง”
ลำดับต่อไปของ ดร.วูดส์ จะเป็นการศึกษาว่า ผลบวกของการดูงานจิตรกรรมชิ้นเอก จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน รวมทั้งจะศึกษาผลกระทบที่มีต่อผู้สูงวัยด้วย
ผู้เข้ารับการทดลองรายหนึ่งบอกว่า
“ศิลปะเป็นแก่นแท้ของมนุษยชาติ และมันยังแสดงให้เราเห็นด้วยว่าเราเป็นใคร”
“ถ้าคุณกินดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเข้าชมงานศิลปะในแกลเลอรีต่างๆ เป็นประจำ สุขภาพของคุณจะพุ่งทะยาน ทะลุหลังคาไปเลยเชียว”
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
