bg-single

THE GREAT FLOOD | ‘อุทกภัยล้างโลก’

04.01.2026

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

The Great Flood เป็นหนังจากเกาหลีใต้ แนวทริลเลอร์-หายนภัย-เอาชีวิตรอดท่ามกลางสถานการณ์คับขัน อิงนิยายวิทยาศาสตร์ด้วยสมมุติฐานของวันที่โลกต้องเผชิญกับอุทกภัยมหากาฬขั้นโลกาวินาศ

คุกคามและกวาดล้างมนุษยชาติให้หมดไปจากพื้นพิภพ

ดุจดังเอาเรื่องอุทกภัยระดับมหัพภาค “น้ำท่วมโลก” จากคัมภีร์ไบเบิลมาเล่าใหม่ด้วยท้องเรื่องและฉากหลังของโลกยุคปัจจุบัน

ออกจะเป็นหนังที่สะดุดตาและน่าคิดไม่น้อย แม้จะจำกัดท้องเรื่องอยู่บนอาคารสูงที่เป็นอพาร์ตเมนต์ของชนชั้นกลางในกรุงโซล ท่ามกลางกระแสน้ำเอ่อท้นจากท้องทะเลปั่นป่วนคลื่นสูง จนท่วมท้นตึกสูงอย่างรวดเร็วทีละชั้นๆ

โดยที่ยังคงมีฝนมหาภัยตกหนักซ้อนเข้ามาอีกเหมือนเป็น rain bomb ซึ่งเป็นศัพท์ที่เราเพิ่งรู้จักกันไปหยกๆ จากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้เอง

สาเหตุของหายนภัยน้ำท่วมโลกนี้ เกิดจากการมีดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้าชนโลกบริเวณขั้วโลกใต้ ส่งผลให้ทวีปแอนตาร์กติกาที่เป็นแผ่นน้ำแข็งหนาเตอะ ละลายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นมวลน้ำมหาศาลท่วมท้นไปทั่วโลก โดยเฉพาะบริเวณใกล้ชายฝั่งหรือหมู่เกาะกลางมหาสมุทร ซึ่งจะโดนถล่มอย่างรวดเร็ว

จากคำพูดของตัวละคร การมีดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้าชนโลกนี้ ผู้มีอำนาจรู้ตัวล่วงหน้าแล้ว ทว่าไม่ได้ประกาศเตือนให้ผู้คนทราบ เพื่อกันการตื่นตระหนกในมหาภัยที่ไม่สามารถยับยั้งความเสียหายต่อโลกได้

นี่ก็เป็นประเด็นทางจริยธรรมข้อหนึ่งซึ่งชวนถกเถียงกันว่าระหว่างปกปิดเป็นความลับกับเปิดเผยเตือนภัยล่วงหน้า อะไรจะถูกต้องและเหมาะสมกว่ากัน

แม้จะวางพล็อตไว้อย่างตรงไปตรงมาในช่วงแรก คือการที่ตัวเอก กู อัน-นา (คิม ดา-มี) หอบลูกชายวัยหกขวบหนีน้ำขึ้นสูงไปทีละชั้นๆ โดยมีจุดหมายคือดาดฟ้าของตึก เพื่อไปถึงเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย

แต่ The Great Flood ก็แปรไปสู่เรื่องราวที่ซับซ้อนซ่อนปม ชวนพิศวงยิ่งขึ้น พลิกหักมุมเผยให้เห็นสถานการณ์อันไม่ตรงไปตรงมาดังในช่วงแรกของเรื่อง

มีปมหรือ “คำใบ้” หลายอย่างที่ดูเหมือนจะทิ้งเอาไว้ให้ขบคิด

แต่ถึงที่สุดแล้ว หนังทั้งเรื่องดูเหมือนจะยังไม่ลงตัวดีนัก เพราะทิ้งหลายประเด็นไว้อย่างกำกวมเกินไปหรือขาดการขมวดปมให้ลงตัวพอเหมาะพอเจาะ

หนังวางท้องเรื่องด้วยสมมุติฐานใกล้เคียงกับ The Day After Tomorrow (เดนนิส เควด, เจค จิลเลนนัล)

ทว่าเมื่อผ่านไปประมาณครึ่งเรื่อง เหตุการณ์ก็วกกลับมาเกิดขึ้นใหม่กับตัวละครเอก คือ อัน-นา (คิม ดา-มี) และตัวละครชุดเดิม

เราเห็นจำนวนวันเป็นตัวเลขที่เหมือนจะบอกว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นกี่ครั้งกี่หนแล้วด้วยตัวเลขที่พิมพ์อยู่บนเสื้อยืดของนางเอก

จากจำนวนพันกลายเป็นหลายหมื่นวันที่ผ่านไป แปลว่าเหตุการณ์ที่อัน-นาพาลูกหนีน้ำท่วมนี้เกิดขึ้นซ้ำกันนับหลายหมื่นครั้ง

ตรงนี้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนัง Edge of Tomorrow (ทอม ครูส, เอมิลี่ บลันต์)

และหนังอีกเรื่องที่ชอบมากซึ่งมีโครงเรื่องคล้ายคลึงกันนี้ในบางด้านคือ The Groundhog Day (บิลล์ เมอเรย์)

ถ้าใครยังจำได้ ความคล้ายคลึงในหนังทั้งสองเรื่องนั้นคือพล็อตที่ตัวละครหลักมีชีวิตติดอยู่ในวันวันเดียว มีแต่ “วันนี้” โดยก้าวผ่านไปถึง “พรุ่งนี้”

ซ้ำวนอยู่ในลูปของวันวันเดียว โดยมีตัวแปรต่างๆ นานา…จนกระทั่งในที่สุด มีจุดหักเหให้คาแรกเตอร์เปลี่ยนแปลงไป

สมัยที่ดู The Groundhog Day สนุกจนดูซ้ำหลายหนเสียด้วย และนึกอัศจรรย์ใจกับ “สาร” อันสร้างสรรค์ของเรื่องราวที่นำเสนอออกมา จนบัดนี้ก็ยังนึกทึ่งอยู่ไม่รู้วาย

The Great Flood ใช้คำอธิบายด้วยเหตุผลของเทคโนโลยีล้ำยุค คือการที่ตัวละครใช้ชีวิตอยู่ในโลกจำลองของความจริงเสมือน ประหนึ่งว่าเล่นเกม “การเอาชีวิตรอด” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็น “เกมโอเวอร์” อยู่นั่นแล้ว จนกว่าจะไปถึงจุดที่ตัวละครเอาชนะอุปสรรคขวากหนามได้ และทำภารกิจลุล่วงได้สำเร็จ

ในการหนีภัยเฉพาะหน้าเอาชีวิตให้รอดในสถานการณ์คับขับ โดยมีลูกน้อยเป็นสัมภาระอันหนักอึ้งคอยถ่วงและชะลอเวลาอันมีอยู่จำกัด อัน-นามีผู้ช่วยคือ ฮี-โจ (ปาร์ก แฮ-ซู) ซึ่งอยู่ในทีมอารักขาที่ถูกส่งมาช่วยชีวิตอัน-นาโดยเฉพาะ เนื่องจากเธอกำลังทำโปรเจ็กต์ที่จะส่งผลต่อความความเปลี่ยนแปลงและการอยู่รอดของมนุษยชาติในภายภาคหน้า

หนังสำรวจแก่นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องของการสูญเสีย ความผูกพันในครอบครัว การเสียสละและการเอาตัวรอด และจุดที่สำคัญที่สุดคือ สัญชาตญาณของความเป็นแม่

และที่สุดของที่สุด หนังเสนอทางรอดของดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งจะมีประชากรรุ่นใหม่เป็นมนุษย์ที่เป็นพัฒนาการของเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ ไม่ใช่วิวัฒนาการของธรรมชาติอีกต่อไป

ดังที่บอกนะคะ สมมุติฐานและข้อเสนอของหนังมีอะไรดีๆ ให้คิดต่อ แต่ยังรู้สึกว่าหนังยังไม่ลงตัวดีนัก

หรือว่าฮอลลิวูดอาจนำไปทำเป็นรีเมกได้ลงตัวกว่านี้ เหมือนอย่าง Bugonia ของยาร์กอส ลาติมอส ซึ่งเป็นรีเมกของหนังเกาหลีเหมือนกัน….

THE GREAT FLOOD

กำกับ

Kim Byung-woo

นำแสดง

Kim Da-mi

Park Hae-soo

Kwon Eun-seong



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’