bg-single

ราชรถเทียม ‘แมว’ ของเทพีแห่งเวทมนตร์พวก ‘นอร์ส’ ทำให้เกิดความเชื่อ แมวเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด

02.02.2026

On History | ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

อะไรที่เรียกว่าพวก “นอร์ส” (Norsemen/Norse people) นั้น หมายถึงกลุ่มคนในช่วงยุคกลางของยุโรป (ราวช่วงระหว่าง พ.ศ.950-1950) ที่พูดภาษาตระกูลนอร์สโบราณ (Old Norse Language) อันเป็นสาขาหนึ่งของกลุ่มภาษาเจอร์แมนิกเหนือ (North Germanic) ที่แตกแขนงมาจากภาษาตระกูลสำคัญอย่างอินโดยูโรเปียน ที่เป็นต้นกำเนิดของภาษาสำคัญของโลกอย่างภาษาสันสกฤต และภาษาละตินอีกทอดหนึ่ง

คนพวกนี้เป็นทั้งพ่อค้า เกษตรกร นักเดินเรือ และนักบุกเบิกตั้งถิ่นฐานในดินแดนต่างๆ โดยมีศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่แถบสแกนดิเนเวีย อันหมายถึงดินแดนยุโรปเหนือ ดังนั้น จึงถือเป็นบรรพชนของพวกสแกนดิเวียนในทุกวันนี้ไปด้วย

แต่ก่อนที่จะกลายมาเป็นชาวสแกนดิเนเวียนอย่างปัจจุบันนี้ คนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งของพวกนอร์สโบราณ ได้แผ่ขยายดินแดนของพวกเขาออกไปนอกเขตภูมิภาคยุโรปเหนือ ไปยังส่วนอื่นๆ ของทวีปยุโรป ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงระหว่างเรือน พ.ศ.1336-1609

โดยพวกนอร์สกลุ่มที่ว่านี้เป็นรู้จักกันในชื่อว่า “ไวกิ้ง” (Vikings) ที่นอกจากจะเป็นพ่อค้า เกษตรกร นักเดินเรือ และนักตั้งถิ่นฐานอย่างพวกนอร์สปกติแล้ว ก็ยังเป็นนักรบนอกเวลา ที่แผ่อำนาจไปทั่วยุโรปผ่านเส้นทางการเดินเรืออีกด้วย

ปรัมปราคติอันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าของพวกนอร์สก็เลยได้เดินทางท่องไปยังดินแดนส่วนต่างๆ ของยุโรป พร้อมกับชื่อของเทพเจ้าแต่ละองค์และรวมไปถึงชื่อของสัตว์พาหนะของเทพเจ้าต่างๆ ด้วย

ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ชื่อของสัตว์พาหนะของเทพเจ้านอร์สบางตัว ได้กลายมาเป็นรากศัพท์ของคำในภาษาอื่น โดยมีตัวอย่างที่สำคัญคือ ชื่อ “สเลปนีร์” (Sleipnir) ของม้าแปดขา ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศ อันเป็นม้าพาหนะของราชาแห่งทวยเทพของชาวนอร์สอย่าง โอดิน (Odin) เพราะชื่อเรียกยากๆ ของเจ้าม้าตัวนี้ ในภาษานอร์สโบราณหมายถึง “ลื่น” (slippy) หรือ “รองเท้ากันลื่น” จนกลายเป็นรากศัพท์ของคำว่า “slippy” และ “slipper” ในภาษาอังกฤษ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กลับมีเทพเจ้าที่สำคัญองค์หนึ่งของพวกนอร์ส ที่มีสัตว์พาหนะเป็นของตัวเองอยู่ด้วยเหมือนกับเทพเจ้าสำคัญองค์อื่นๆ แต่กลับไม่ปรากฏชื่อสัตว์พาหนะของพระองค์ในเอกสารโบราณเลยเทพเจ้าองค์นั้นก็คือ ‘เทพีเฟรยา’ (Freyja)

สัตว์พาหนะของเทพีเฟรยานั้นก็คือ “แมว” สองตัว ที่ทำหน้าที่ลากจูงราชรถของพระนาง ให้เหาะเหินเดินอากาศไปไหนมาไหน เอาเข้าจริงแล้ว ผมจึงไม่แน่ใจนักว่า เราควรจะจัดเจ้าแมวทั้ง 2 ตัวนี้เป็นสัตว์พาหนะ หรือสัตว์เทียมยานพาหนะ?

(คำว่าสัตว์พาหนะ และรวมถึงสัตว์เทียมรถในที่นี้ แตกต่างกับคำว่า สัตว์เลี้ยงในโลกตะวันตกยุคโบราณ ตัวอย่างเช่น คำว่า “pet” ในภาษาอังกฤษช่วงเริ่มแรกนั้น ไม่ได้ถูกใช้ในความหมายถึง “สัตว์เลี้ยง” เลยสักนิด เนื่องจากเป็นคำที่ใช้สำหรับเรียก “เด็กที่ถูกตามใจจนเสียคน” ต่างหาก ซึ่งนี่ก็คงจะแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ยุโรปชนทั้งหลายในช่วงนั้น ซึ่งผมหมายรวมถึงพวกนอร์สด้วย มีต่อสัตว์ที่พวกเขาเลี้ยงเอาไว้ โดยคำว่า pet เพิ่งจะเปลี่ยนมาใช้ในความหมายว่าเป็น “สัตว์ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์” คล้ายๆ กับที่ใช้กันในปัจจุบันในช่วงหลัง พ.ศ.2080 เป็นต้นมา อันเป็นช่วงเวลาหลังจากยุคสมัยที่รุ่งเรืองของพวกนอร์สรุ่งเรืองไปนานหลายร้อยปีแล้ว)

หลักฐานเรื่องแมวของเฟรยามีระบุอยู่ใน “โพรเส เอ็ดดา” (Prose Edda) งานประพันธ์ของปราชญ์ ควบตำแหน่งนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่า สนอร์รี่ สเตอร์ลูสัน (Snorri Sturluson) ซึ่งเป็นเอกสารเก่าจากดินแดนที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศไอซ์แลนด์ปัจจุบัน โดยเขียนขึ้นในช่วงก่อน พ.ศ.1800 เล็กน้อย

และเป็นที่ยอมรับกันดีว่า เอกสารชิ้นนี้ถือเป็นเอกสารเก่าแก่ที่กล่าวถึงเทพปกรณ์ของชาวนอร์สไว้อย่างละเอียด และยืดยาวที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน

หนังสือโพรเส เอ็ดดา ของสเตอร์ลูสันนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ

เฉพาะส่วนแรก อันเป็นส่วนที่มีข้อความที่ผมยกมาข้างต้นบรรจุอยู่ด้วยนั้น เรียกว่า “กิลฟาจินิง” (Gylfaginning) ซึ่งเป็นส่วนที่เดินเรื่องด้วยการพูดคุยกันระหว่างกษัตริย์สวีดิชที่ชื่อ กิลฟี (Gylfi กับชาย 3 คน ระหว่างประทับอยู่บนบัลลังก์ที่แอสการ์ด (Asgard) ดังนั้น ข้อความในบทกวี จึงมีลักษณะเป็นการถาม-ตอบ และเล่าเรื่อง

ข้อความในโพรเส เอ็ดดา ส่วนที่เล่าถึงความตายของเทพบัลด์ (Baldr, แปลตรงตัวว่า กล้าหาญ, เจ้าชาย หรือวีรบุรุษ) ซึ่งถือเป็นงานประพันธ์ประเภทโศกนาฏกรรมชิ้นเอกของวรรณกรรมนอร์ส ระบุว่า

“แรกสุดต้องเล่าถึงเทพโอดินว่า เทพีฟริกก์ (Frigg, ชายาของโอดิน) และเทพธิดาวาลคีรี (Valkyrja, เทพธิดารับใช้ของจอมเทพโอดิน) ร่วมทางกับพระองค์และอีกาของพระองค์ แต่เทพเฟรย์ (Freyr) ขับราชรถเทียมด้วยหมูป่าที่มีชื่อว่า กุลลินบุสติ (Gullinbursti, แปลตรงตัวว่า แผงคอทองคำ) หรือสลีรุกตานนิ (Sl??rugtanni, แปลตรงตัวว่า เขี้ยวแห่งความกลัว) ก็เรียก ส่วนเทพไฮล์มดาลล์ (Heimdallr) ขี่ม้าที่ชื่อกุลล์ท๊อปป์ (Gulltoppr, แปลว่า แผงคอทองคำเช่นกัน) และเฟรยาก็ขับราชรถเทียมด้วยบรรดาแมวของพระนาง” (แปลจากต้นฉบับโบราณที่ปริวรรตเป็นภาษาอังกฤษมาอีกทอด โดยผู้เขียน)

นอกจากนี้ยังพบเรื่องราชรถเทียมแมวของเทพีองค์นี้อีกในบท “ว่าด้วยเทพเฟรย์ กับเฟรยา” (Of Freyr and Freya) ซึ่งอยู่ใน กิลฟาจินิง บทที่ 24 ดังมีข้อความระบุว่า

“ห้องโถงที่ชื่อ เซสสรูมนีร์ (Sessr?mnir, แปลว่า ห้องอันมีที่นั่งกว้างขวาง) ขององค์เทพี (หมายถึงเฟรยา) นั้นยิ่งใหญ่และงดงามยิ่ง ยามเมื่อไท้เธอจะย่างกรายออกไปข้างนอกก็จะใช้ราชรถที่เทียมเอาไว้ด้วยพวกแมวของพระนาง เทพีนางนี้ช่างเป็นดั่งคำอ้อนวอนขับขานถึงพระนางเป็นที่สุด พระนามของพระนางได้กลายมาเป็นคำว่า ‘ฟรู’ (Fr?) อันเป็นชื่อแห่งเกียรติยศสำหรับเรียกสตรีชั้นสูง บทเพลงรักเป็นสิ่งที่พระนางโปรดปราน จึงเป็นการดีที่เลือกให้พระนางส่งเสริมในความรัก”

(แปลจากต้นฉบับโบราณที่ปริวรรตเป็นภาษาอังกฤษ โดยผู้เขียน)

จะเห็นได้ว่า ข้อความทั้งสองตอนที่ผู้เขียนคัดมาให้อ่านกันข้างต้นนั้น กล่าวถึงแมวที่ทำหน้าที่เทียมราชรถให้กับเทพีเฟรยา อันแสดงให้เห็นว่า พวกนอร์สเชื่อว่า แมวเป็นสัตว์ที่ทำหน้าที่เทียมราชรถให้กับพระนางเป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะเห็นได้โดยแทบจะไม่ต้องสังเกตอย่างถี่ถ้วนนักด้วยว่า ในขณะที่สัตว์พาหนะของเทพเจ้าองค์อื่นๆ นั้น ได้ถูกระบุชื่อเอาไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับเจ้าเหมียวทั้งสองตัวของพระนางกลับไว้ปรากฏชื่อของมันพวกมันเอาอย่างดื้อๆ เสียอย่างนั้น ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้วพวกนอร์สมักจะมีชื่อเรียกสัตว์พาหนะของบรรดาเทพเจ้าของพวกเขาอยู่เสมอ

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ผู้คนในยุคปัจจุบันนี้จะไม่มีชื่อสำหรับเรียกเจ้าเหมียวทั้ง 2 ตัวนี้เสียหน่อย เพราะชนชาวสแกนดิเนเวียนในทุกวันนี้ มีชื่อไว้ใช้สำหรับเรียกเจ้าแมวทั้งสองตัวนี้ว่า “เทรจ์กุล” (Trjegul, แปลว่า ต้นไม้สีเหลือง) และ “บีกุล” (Bygul, แปลว่า เมือง หรือหมู่บ้านสีเหลือง) แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่า ชื่อดังกล่าวจะเป็นชื่อดั้งเดิมของเจ้าแมวเทียมราชรถทั้งสองตัวของเทพีเฟรยาหรือเปล่า?

ดังนั้น ชื่อของแมวทั้งสองตัวที่เรียกกันอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงอาจเป็นได้ทั้งชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่ หรือเป็นชื่อดั้งเดิมที่ไม่ถูกใส่เอาไว้ในโพรเส เอ็ดดา เพราะเหตุจำเป็นบางประการ

และนี่จึงทำให้คำถามที่ว่า ทำไมจึงไม่ปรากฏชื่อแมวทั้งสองตัวนี้อยู่ในโพรเส เอ็ดดา? กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าความเก่าแก่ของชื่อของแมวเทียมราชรถเทพีเฟรยาทั้งสองเสียอีกนั่นเอง

The goddess Freyja, riding in her cat-pulled wagon //Murray, Alexander (1874). Manual of Mythology : Greek and Roman, Norse, and Old German, Hindoo and Egyptian Mythology.

โดยปกติแล้ว เทพี ‘เฟรยา’ จะถูกนับถือบูชาในฐานะของเทพีแห่งความรัก ความงาม กามารมณ์ ความอุดมสมบูรณ์ แต่ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การเป็นเทพีแห่งเวทมนตร์ ที่พวกนอร์สเรียกว่า “เซียร์” (sei?r) ซึ่งก็คือ ญาณในการหยั่งรู้อนาคต

และการนับถือเทพีองค์นี้ในฐานะหลังสุดนี่แหละครับ ที่เป็นประเด็นสำคัญในที่นี้ เพราะโพรเส เอ็ดดาเล่มที่ว่านี้ถูกเขียนขึ้นในช่วงปลายของยุคกลาง อันเป็นยุคที่มีการ “ล่าแม่มด” กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

ยุคกลางในยุโรป เป็นสมัยที่คริสตจักรเรืองอำนาจถึงขีดสุด ศาสนาของพวกนอร์สถูกมองว่าเป็นศาสนาของพวกนอกรีต ดังนั้น เทพีแห่งอะไรที่เรียกกันว่า เวทมนตร์คาถา ก็จึงถูกทำให้กลายเป็น “เทพีแห่งแม่มด” อันเป็นศัตรูตัวฉกาจของคริสต์ศาสนาไปอย่างไม่ต้องสงสัย

และยังน่าสังเกตด้วยว่า ในกรณีปรัมปราคติของพวกนอร์สนั้น หลายครั้งก็มักจะอ้างว่า เทพีผู้เป็นใหญ่ในโลกบาดาล ที่มีชื่อว่า “เฮล” (Hel) นั้น เป็นพระภาคหนึ่งของเทพีเฟรยาไปด้วย

แน่นอนว่า ว่าชื่อเฮลของเทพีองค์นี้ก็มีรากเดียวกันกับคำว่า “Hell” คือ “นรก” ในภาษาอังกฤษนั่นแหละนะครับ ดังนั้น ภาพลักษณ์ของเทพีองค์นี้ในยุคกลางของยุโรป จึงเกี่ยวพันอยู่กับแม่มด และผีห่าซาตานในสายตาของคริสตชนโดยไม่ต้องสงสัย

ดังนั้น ด้วยโทษฐานที่ “แมว” เป็นสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับเทพีแห่งแม่มดนางนี้โดยตรง จึงได้โดนหางเลขว่าเป็นสัตว์ร้ายของแม่มดและปีศาจไปด้วยนั่นเอง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักประวัติศาสตร์ในยุคร่วมสมัยกับปัจจุบันนี้บางท่านถึงกับสันนิษฐานกันว่า การระบาดของ “Black Death” หรือ “กาฬโรค” ในช่วงปลายของยุคกลาง ที่ทำผู้คนในยุโรปล้มตายกันไปหลายล้านคนนั้น ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งก็เป็นเพราะการกวาดล้างแมวของคริสตจักรเพราะเป็นสัตว์ที่ร่วมขบวนการอยู่กับแม่มด จนทำให้เชื้อของโรคห่ากาฬโรค (โรคห่า เป็นศัพท์โบราณหมายถึง โรคระบาดที่ทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก) ที่มี “ตัวหมัด” ของหนูเป็นพาหะ แพร่กระจายไปอย่างไม่มีศัตรูโดยธรรมชาติเลยทีเดียว

สเตอร์ลูสันเองก็มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายของยุคกลาง (ก่อนหน้าการระบาดของกาฬโรคราวร้อยกว่าปี) อันเป็นช่วงที่คริสต์ศาสนาได้เริ่มเข้าไปมีบทบาทอย่างสูงในพื้นที่ประเทศไอซ์แลนด์ในปัจจุบัน ซึ่งก็ทำให้มีนักวิชาการในโลกตะวันตกบางท่านอธิบายว่า สเตอร์ลูสันเขียนโพรเส เอ็ดดาขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับปรัมปราคติของชาวนอร์สไว้ไม่ให้สูญหายไปด้วยอิทธิพลของคริสต์จักรเมื่อครั้งกระโน้น

บางทีการที่ไม่ปรากฏชื่อแมวทั้งสองตัวของเทพีเฟรยา ปรากฏอยู่ในโพรเส เอ็ดดา ก็อาจเป็นด้วยปัจจัยของยุคสมัย ที่คริสตจักรซึ่งกำลังรุ่งโรจน์นั้นเห็น “เฟรยา” เป็นเทพีนอกรีตของพวก “แม่มด” โดยมีพวกเจ้าเหมียวตัวน้อยเป็นบริวาร ดังนั้น สเตอร์ลูสันจึงอาจจะจำเป็นต้องเลี่ยงที่จะกล่าวถึงรายละเอียดต่างๆ ของเทพีองค์นี้ รวมถึงชื่อ “แมว” คู่สำคัญของพระนางก็เป็นได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?