มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
เมื่อเร็วๆ นี้ มีเหตุต้องไปเชียงใหม่ เลยมีโอกาสไปมอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีคนแนะนำให้ไปเดินออกกำลังรอบอ่างเก็บน้ำ และชมความงามของดอยสุเทพ ตอนพระอาทิตย์ขึ้น
ทั้งๆ ที่ไม่มีโอกาสร่วมขบวนนักท่องเที่ยว ไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น บนยอดดอยอินทนนท์ หรือดอยเชียงดาว แต่บรรยากาศอ่างแก้ว ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยามเช้านอกจากอากาศจะหนาวเย็น บริสุทธิ์ และสดชื่นแล้ว ยังงดงาม มีผืนน้ำกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า มีดงดอยสุเทพเขียวขจีเป็นฉากหลัง เทียบได้กับบรรยากาศริมทะเลสาบในต่างประเทศ
นอกจากมหาวิทยาลัยจะปรับสันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำให้ราบเรียบ และมีผิวหน้าแน่นเหมาะแก่การวิ่งหรือเดินแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลทำความสะอาด ติดตั้งดวงโคมให้ความสว่างยามฟ้ายังมืด ตอนเช้าตรู่หรือพลบค่ำ
วันที่ไปมอง มีนักวิ่งนักเดินจำนวนไม่น้อย คงเป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย และชาวเชียงใหม่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวไทยและเทศ ด้วยเป็นหนึ่งโล(เกชั่น) ที่อินฟลู(เอนเซอร์) ปักหมุดไว้

ถ้าการจัดลำดับมหาวิทยาลัยใช้เกณฑ์สุขภาพกายและใจของผู้คน ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม พื้นที่สีเขียว และความงามของพื้นที่ เหมือนตำแหน่งวิชาการ งานวิจัย หรือจำนวนสาขาวิชา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คงจะติดอันดับต้นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ตอนที่ไปเที่ยวชมยังนึกฝันไปไกล ผู้บริหารมหาวิทยาลัยน่าจะใช้ธรรมชาติที่งดงามของอ่างแก้ว และกิจกรรมเดินวิ่งที่ไปมองมา เป็นฐาน เป็นทรัพยากร หรือเป็นจุดเด่น ในการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยบูรณาการกับการเรียนการสอน สาขาวิชาต่างๆ
อาทิ ในด้านการออกแบบภูมิทัศน์แนวธรรมชาติป่าเชิงดอย การออกแบบเส้นทางรอบอ่างแก้ว ให้มีจุดเช็กพอยต์หรือถ่ายภาพ
ในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา การออกแบบระดับทางให้ลาดเอียงสูงต่ำ ขึ้นลงตามสภาพพื้นที่ และตามหลักการการออกกำลังกายแบบคาดิโอ การจัดเตรียมอุปกรณ์ยืดคลายกล้ามเนื้อแบบคงที่และไดนามิก การจัดให้มีที่ปรึกษา เทรนเนอร์ให้คำแนะนำในการออกกำลังกาย
ไปจนถึงในสาขาวิทยาศาสตร์ อาทิ การตรวจวัดและแสดงคุณภาพอากาศ ระดับ 2.5 พีเอ็ม การให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ เป็นต้น
แม้ว่าตอนนี้มีการจัดแยกที่จอดรถยนต์ไว้แล้ว หากเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ที่จอดรถจักรยานยนต์ สุขา รวมทั้งห้องอาบน้ำ ตู้เก็บของ เอื้อให้ผู้ที่มาออกกำลังกาย ไปเรียน เที่ยว หรือทำงานต่อได้ รวมไปถึงร้านน้ำ ร้านอาหารสุขภาพ ร้านจำหน่ายสินค้าปลอดสารพิษ ปลอดสารเคมี
หรือให้เป็นสถานฝึกปฏิบัติการ จัดทำกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต การรณรงค์ให้นักศึกษา บุคลากรออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อลดค่ายารักษาพยาบาล ก็น่าจะได้การสนับสนุนจาก สสส. การจัดตั้งอินคิวเบเตอร์ธุรกิจ จำหน่ายสินค้าและบริการ สำหรับนักศึกษา และหารายได้เข้ามหาวิทยาลัยสำหรับดูแลซ่อมบำรุง

แม้กิจกรรมจะอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่คณาจารย์ยังนำผลงานไปขอตำแหน่งทางวิชาการ ด้านบริการสังคมได้ หรือตำแหน่งศาสตราจารย์ปฏิบัติ รวมทั้งจัดให้รุ่นพี่พารุ่นน้องเดินรอบอ่างแก้วเป็นประจำ แทนประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพ ที่มีเพียงปีละครั้ง
ไปจนถึงให้นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร มาออกกำลังมากขึ้น ติดตามประเมินผลน้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อ ความดันโลหิต และอื่นๆ เสมือนเป็นสถานออกกำลังกาย ห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ และการเรียนการสอนภาคสนาม
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งสุขภาวะ ทั้งเวลเนส (wellness) และลองเกติวิตี้ (longetivity)
