bg-single

เหยี่ยวถลาลม | ปกปิดกับเปิดเผย ปิดปากกับปกป้อง กกต.กับพลเมือง

09.03.2026

การเลือกข้างทำให้สิ่งที่คนหนึ่งมองเห็น อีกคนหนึ่งอาจมองไม่เห็น สิ่งที่ผู้หนึ่งได้ยิน แต่อีกผู้หนึ่งอาจ “หูดับ”

แท้จริงแล้วอาการ “มองไม่เห็น” กับ “ไม่ได้ยิน” มาจากการไม่เปิดใจ

เมื่อหัวใจไม่เปิดประตูก็จะตกอยู่ในภาวะ “หลอกตัวเองจนงมงาย” เชื่อว่ามีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ควรได้รับความนิยมยกย่อง หรือมีแต่ประสบการณ์ที่เราสั่งสมมาจนตกผลึกเท่านั้นที่เป็น “ความถูกต้อง”

ในอดีต นอกจากเรื่องผลประโยชน์วงในของบรรดาผู้นำเหล่าทัพแล้ว “ภาวะหลอกตัวเองจนงมงาย” นับเป็นปัจจัยสำคัญที่นำประเทศไปสู่รัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า

ระบบความคิดนี้ครอบงำระบบราชการไทย

คำว่าประชาธิปไตยจึงเป็นได้ประหนึ่ง “บทสวดมนต์”

สังคมประชาธิปไตยไทยไม่ส่งเสริม “การมีส่วนร่วม” ไม่เปิดโอกาสให้มี “การตรวจสอบ”การใช้อำนาจรัฐ

เจ้าพนักงานของรัฐเชื่อว่า พลเมืองต่ำกว่าและโง่กว่า มีหน้าที่ “เชื่อฟัง”

เจ้าหน้าที่รัฐคุ้นชินกับ “การใช้อำนาจ” อวดอ้างระเบียบและกฎหมายเพื่อบังคับ

“การตรวจสอบ” และ “ถ่วงดุล” เป็นภัยคุกคามของเจ้าพนักงานรัฐและหน่วยงานรัฐ คำว่า “เปิดเผย-โปร่งใส-ตรวจสอบได้” เป็นคำปฏิปักษ์

ในหนังสือรวมบทความชื่อ “ประชาธิปไตยในยุคเปลี่ยนผ่าน” ประจักษ์ ก้องกีรติ เขียนเอาไว้ตอนหนึ่งว่า “ประชาธิปไตยที่วางอยู่บนหลักการเสียงข้างมากย่อมเกิดความบกพร่องได้เสมอ แต่วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การเพิ่มอำนาจให้ประชาชนในการจำกัด และถ่วงดุลผู้มีอำนาจ”

4 คำสำคัญคือ

“เพิ่มอำนาจ” ให้ประชาชนในการ “จำกัด” และ “ถ่วงดุล” ไม่ใช่ “ลดทอน”!

จะว่าไปแล้วการที่ “ส.ว.สำรอง” ซึ่งหมายถึงคนที่ต่อแถวรออยู่ ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 กับเลขาธิการ กกต. 1 รวมเป็น 8 คน ว่าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น นับว่าเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจของ “กกต.”

“กกต.” เป็นองค์กรอิสระ มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ควรเปิดใจ และควรจะเข้าใจความเสียหายของ ส.ว.สำรอง

หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์จบลง “กกต.” คณะนี้ รวมทั้ง “เลขาแหวง” ถูกตั้งคำถามและตรวจสอบหนักขึ้น

หลายพื้นที่มีประชาชนชุมนุมด้วยความขุ่นข้องหมองใจ มากไปด้วยคำถาม เต็มไปด้วยการคาดคั้นเอาความจนอลหม่าน

แต่ กกต.เบรกแตกที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. ซึ่งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ กลุ่มประชาชนพยายามตรวจสอบ พิสูจน์ทราบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ลงเอยกันที่ “กกต.” ส่งนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.แจ้งความกองปราบปราม

ให้ดำเนินคดีกับ 1. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. 2. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน 3. นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ Spacebar 4. นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 5. นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome-cloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน และ 6. นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing in Black

ถือว่าครั้งนี้ “กกต.” จัดหนักมาก

เริ่มตั้งแต่การงัดเอา “ป.อาญา มาตรา 116” ซึ่งควรจะใช้กล่าวหาผู้มีพฤติการณ์ก้าวร้าวรุนแรงมุ่งหมายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง ซึ่งกฎหมายกำหนดโทษ “จำคุกไม่เกิน 7 ปี”

นักเรียนกฎหมายต่างก็เข้าใจตรงกันว่า ความผิดตาม “มาตรา 116” นั้น ผู้กระทำต้องมี “เจตนาพิเศษ” ชี้ชัด

“สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต.ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงได้โพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวในทันทีว่า

“โปรดอย่าถอนแจ้งความ”!

พร้อมกับย้ำว่า เมื่อพนักงานสอบสวนเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไปรับทราบและสอบสวนก็จะทำให้ทราบว่า “กกต.” อาศัยตำแหน่งหน้าที่แจ้งความ จงใจกลั่นแกล้งให้ประชาชนได้รับความเสียหายในรูปแบบใดบ้าง และเมื่อคดีขึ้นศาล ก็จะเป็นโอกาสได้ใช้อำนาจศาลเรียกและตรวจสอบพยานหลักฐานทุกชิ้นที่ กกต.ไม่ยอมเปิดเผยต่อประชาชน

กกต.ยังใช้ “ป.อาญา มาตรา 209” เล่นงาน

ความผิดฐานอั้งยี่!

พฤติการณ์พวกอั้งยี่จะต้องเป็นสมาชิกคณะบุคคล ปกปิดวิธีดำเนินการและจุดมุ่งหมาย มีโทษจำคุก 7 ปี ถ้าเป็นหัวหน้า 10 ปี

ตามท้องถิ่นต่างๆ แต่เดิมคนจีนในไทยเหมือนพลเมืองชั้นสอง อยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า มีทั้งช่วยเหลือ เบียดเบียน ทะเลาะวิวาท ก่อความเดือดร้อน ประพฤติอันธพาลชักชวนกันทำผิดกฎหมาย ปกปิดซ่อนเร้นคล้ายวงในองค์กรอาชญากรรม บางคราวปลุกปั่นยุยงก่อจลาจลเป็นปฏิปักษ์จึงถูกเรียกว่า อั้งยี่

ในความหมายที่กว้างขึ้นในเวลาต่อมา คำว่า “อั้งยี่” ถูกนำไปใช้กับผู้ประพฤติเบี่ยงเบนซ่องสุมกันกระทำความผิดทั่วไปด้วย

“ฐานความผิด” นี้ไม่สมควรนำไปใช้กล่าวหาพลเมืองผู้มีความตื่นตัวเข้าไปมีส่วนร่วมในการปกครอง ไม่ควรใช้กับผู้ที่ใส่ใจติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานรัฐ

ยังมีอีกฐานความผิดที่ “กกต.” งัดออกมาใช้กำราบผู้ข้องใจกับการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้

นั่นคือ “ขัดขวาง” การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต. แต่งตั้ง

มีโทษจำคุก 5 ปี

“วัส ติงสมิตร” อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ใน Facebook ภาพถ่ายและการถอดรหัสบัตรเลือกตั้งที่ดำเนินการอย่างเปิดเผยในพื้นที่ได้รับอนุญาตนั้น สะท้อนเจตนาตรวจสอบช่องโหว่ของระบบอย่างเปิดเผย ไม่ใช่พฤติการณ์ผู้ทุจริต ไม่มีเจตนาขัดขวางเลือกตั้ง ไม่ใช่อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น การแจ้งความดำเนินคดีของ กกต.จะกลายเป็น “นิติสงคราม” ที่รัฐทำกับประชาชน อาจส่งผลเสียต่อ “กกต.” ในระยะยาว เมื่อเรื่องขึ้นศาล ประเด็น “ความโปร่งใส” จะถูกขยายผล และถ้าผลปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ กกต.ก็จะถูกมองว่า ใช้อำนาจทางกฎหมายปิดปาก ข่มขู่ภาคประชาชนไม่ให้กล้ามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

ศรัทธาและความเชื่อมั่นกับ “กกต.” จะยิ่งดิ่งเหวไปถึงไหน!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?