bg-single

เหม้น – เม่น – หมูเม่น (1)

11.05.2026

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

‘เม่น’ เป็นสัตว์ที่พบในวรรณคดีไทยหลายเรื่องตอนบรรยายถึงป่าเขาลำเนาไพร เมื่อเทียบขนาดกับสัตว์อื่นๆ แม้ ‘เม่น’ จะตัวไม่โตนัก แต่ขนแหลมแข็งนั้นโดดเด่น เป็นอาวุธประจำตัวที่พร้อมจะสลัดใส่ศัตรูทุกเมื่อ ทำให้กวีมิอาจมองข้ามได้

ดังที่พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) บันทึกไว้ในหนังสือแบบเรียน “สัตวาภิธาน” ที่รวบรวมชื่อสัตว์แต่ละจำพวกโดยละเอียด เมื่อกล่าวถึงสัตว์สี่เท้า ท่านเอ่ยถึงเม่นไว้ ดังนี้

“๏ เหนฟานผ่านไป บนเนินเขาใหญ่ ที่ในวนา

กระเต้นตุ่นอ้น เดินด้นหญ้าคา อิเหนเม่นหมา ในไล่หมู่สมัน” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ทั้งยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ‘เม่น’ เป็นที่เกรงกลัวของสัตว์อื่นๆ เนื่องจาก

“๏ เหี้ยเหนเม่นมาร่าเริง หนีเม่นกระเจิง

เพราะกลัวสลัดขนแหลม” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

วรรณคดีสมัยอยุธยาเรื่อง “สมุทรโฆษคำฉันท์” ตอนพระสมุทรโฆษพานางพินทุมดีประพาสป่าหิมพานต์ ได้ทรงพบสัตว์สี่เท้ามากมาย ‘เม่น’ คือหนึ่งในจำนวนนั้น

“๏ พระพาสุดาสมรมิตร สถิตยั้งยังเนินพนม

เชิญชวนยุพาพิมลชม จตุบาทดาษเดียร

๏ เสือสีหสารพฤษภกา- ษรเกลื่อนในเถื่อนเสถียร

สิงคนัสและอัศวสำเทียร สุรศัพทเหียรหรรษ์

๏ กวางทรายละมั่งกับทั้งกะทิง ก็วางวิ่ง ณไพรวัน

ขรรคาวราหคณพรรค์ ชะมดเหม้นฉมันหมี ” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ใน “ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก” กัณฑ์มหาพน ก็ไม่ขาด ‘เม่น’ เช่นกัน

“ฟานฝูงคณาเนื้อนิกรกวางดงดูนี้แดงดาษ หมู่ละมั่งระมาดระมัดกาย ชะมดฉมันหมายเม่นหมีหมูหมู่กระทิงเถื่อนโคถึกเที่ยวทูรสถาน กาษรกำเหลาะลานก็ลับเขาเข้าเคียงคู่ (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ไม่ต่างจากเสภาเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” ระหว่างที่สมเด็จพระพันวษาเสด็จประพาสป่าไปล่าควาย ได้ทอดพระเนตรธรรมชาติป่าเขาอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาพันธุ์

“ลิงค่างบ่างชะนีก็ครวญร้อง พยัคฆ์มองหมายละมั่งลงหมอบนิ่ง

กระต่ายเต้นเม่นหมีชะนีลิง โดดโผนโจนวิ่งด้วยตกใจ”

นอกจากนี้วรรณคดีเรื่อง “พระนลคำฉันท์” พรรณนาถึงตอนพระนล พระเอกของเรื่องทรงบุกป่าฝ่าดงที่เต็มไปด้วยบรรดาสัตว์ป่า

“๏ เกษกษัตริย์นิษัธบดีก็เดิร

ณะห้วยณะไพรณะไศละเขิน พนาดร

๏ หมู่มฤคก็เล่นก็เร้นก็จร

พยัคฆะสีหะหมีสุกร คณาเกียรณ์

๏ เหม้นระมั่งระมาดก็ดาษเดียร

สมันก็ล่าและขลาก็เบียน ณะพงเพิง” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

คําว่า ‘เม่น’ และ ‘เหม้น’ แม้เขียนต่างกันอยู่บ้างก็หมายถึงสัตว์สี่เท้าชนิดเดียวกัน

จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่ง มีฟันแทะขนาดใหญ่ ขาสั้น ขาหน้ามีเล็บแข็งแรงใช้ขุดดินกินพืช

อาหารหลักคือรากไม้ หน่อไม้ และผลไม้สุกที่หล่นตามพื้น

เนื่องจาก ‘ขนเม่น’ มีลักษณะพิเศษ จึงมีรายละเอียดค่อนข้างมาก เช่น ‘ลำตัวมีขนแหลมแข็ง ขนครึ่งท้ายลำตัวยาวกว่าด้านหน้า’ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

‘มีขนหนามาก แข็งขึ้นห่างๆ ตั้งแต่ต้นคอถึงปลายหาง ขนภายในกลวง เมื่อแกว่งหางจะเกิดเสียงดัง (พจนานุกรมฉบับมติชน)

‘ขนมันแขงแหลมนัก สำรับเปนอาวุธของมัน, ขนนั้นขาวข้างปลายต้นดำ’ (อักขราภิธานศรับท์ ของหมอบลัดเลย์ อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

น่าสังเกตว่า สัตว์ชนิดนี้มีอีกชื่อว่า ‘หมูเม่น’ ดังที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร กวีสมัยอยุธยาทรงพรรณนาไว้ใน “กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง” ตอนหนึ่งว่า

“๏ หมูเม่นเห็นพรอมแพรม ขนตัวแหลมแซมนักหนา

ใครปะจะจับมา พองขนสบัดสลัดถูกแทง ฯ

๏ หมูเม่นขนเสี้ยมทั่ว กายา

ขนแหลมแซมหนั่นหนา แน่นซร้อง

ใครปะจะจับมา ดูเล่น ก็ดี

พองขนสบัดสลัดต้อง ติดหน้าถูกแทง ฯ” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ข้อความข้างต้นนี้จะอ่านเมื่อไหร่ อ่านกี่ครั้งกี่หนก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่ากวีกำลังกล่าวถึง ‘เม่น’ แต่ทำไมถึงเรียกว่า ‘หมูเม่น’ ก็ไม่รู้ ครูบาอาจารย์ท่านไม่เคยอธิบาย ค้นคว้ามานานก็ไม่ได้คำตอบ แต่เมื่ออ่านหนังสือ “สุนทรียภาพจากเจ้าฟ้ากุ้ง” ของ อาจารย์ศุภร บุนนาค และ ดร.สุริยา รัตนกุล สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจก็ค่อยๆ กระจ่างขึ้น ท่านอธิบายไว้ดังนี้

“เม่นนี่เรารู้จักกันดี แต่เราเรียกเม่นเฉยๆ ได้มาพบในหนังสือ (กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง) นี้เองว่า สมัยก่อนนั้นเขาจัดเม่นไว้ในจำพวกหมู อาจเป็นเพราะหน้ามันเหมือนหมู คือแหลมออกมาและมันชอบขุด ชอบกินพืชอ่อนๆ เหมือนหมูป่า จึงจัดไว้จำพวกเดียวกันก็ได้”

นอกจากหน้าเหมือนหมู ‘เม่น’ มีประโยชน์หรือไม่? ติดตามฉบับหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
เปิดใจ “อิ่ม ธีรรัตน์” พร้อมทวงคืน “ลาดกระบัง”
สุนทรภู่ อยู่วังหลัง ผู้ดีบางกอก | สุจิตต์ วงษ์เทศ
รมช.มหาดไทย มอบนโยบายกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งขับเคลื่อนภารกิจ ‘พลิกฟื้นวิถีชีวิตประชาชน’ ยกระดับเมืองปลอดภัย รับมือภัยพิบัติทั่วประเทศ
‘พริษฐ์’ เปิดหลักฐานเพิ่มฮั้วเลือก สว. เกี่ยวกับจังหวัดนครพนม คลิปเสียง-พยานบ่งชี้มีขบวนการจัดตั้งทั่วประเทศ สัญญาให้ผลประโยชน์ ชี้หลักฐานแน่นพอให้ กกต. ส่งศาลได้ จี้ กกต. ส่งฟ้อง 229 ราย-อย่าปัดคดี
‘เพื่อน คณิน’ ไม่โสดแล้ว เปิดตัวแฟนสาวญี่ปุ่นสุดคิ้วต์ โดนแซวเข้าโหมดหนุ่มคลั่งรัก
เจ้าฟ้าและสามัญชน (4) : พุ่มสกี้หนีทุน
ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล-บริษัท บีเอชร่วมมือ ยกระดับธุรกิจความงาม
รอง ผบช.กมค. เป็นตัวแทนตร. ประชุมเชิงปฏิบัติการ วันต่อต้านการทรมานสากล
โค้งสุดท้าย! ‘ทีมคนทำงาน’ ปูพรมบิลบอร์ด-รถแห่เขียวทั้งเมือง ย้ำ 5 จุดยืนพลิกโฉมสภา กทม. “ไม่มีฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่ายบาล้านซ์” สร้างสมดุลพร้อม “ตรวจสอบ-สนับสนุน ผู้ว่าฯ กทม.”
ศึก ส.ก.สัมพันธวงศ์เดือด! ผู้สมัคร ปชน. ปล่อยแคมเปญโค้งสุดท้าย ‘ทำงานเป็น เห็นอนาคต จบเรื่องส่วย’ หวังล้มแชมป์เก่า 5 สมัย
สิ้นสุดทางอุ้ม! เจาะชนวน ผบช.ภ.8 เก้าอี้ปลิว ฟางเส้นสุดท้ายสะเทือนทั้งอันดามัน