สิ้นสุดทางอุ้ม! เจาะชนวน ผบช.ภ.8 เก้าอี้ปลิว ฟางเส้นสุดท้ายสะเทือนทั้งอันดามัน
คอลัมน์ โล่เงิน
นับถอยหลังอีก 3 เดือนเศษ จะอำลาชีวิตข้าราชการสีกากี
พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 เพื่อนร่วมรุ่น นรต.41 บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จะถอดเครื่องแบบพร้อมกัน 30 กันยายนนี้
แต่เมื่อค่ำวันที่ 19 มิถุนายน บิ๊กต่ายตวัดปากกาลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 278/2569 ให้ พล.ต.ท.สิทธิชัย ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการ ศปก.ตร.มอบหมายเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
คําสั่งระบุว่า ด้วยปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับการประชุมบริหารของตำรวจภูธรภาค 8
มีเนื้อหาพาดพิงถึง ผบช.ภ.8 อันอาจทำให้ประชาชน และสังคมเกิดความสงสัยหรือขาดความเชื่อมั่นต่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ
และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ตร.
จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สงสัยว่า มีข้าราชการตำรวจผู้นี้ประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่
หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้
และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เกิดความเป็นธรรม ปราศจากข้อครหา และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ รวมทั้งมิให้กระทบต่อการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 และมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และข้อ 6 (2) ข้อ 9 (1) ประกอบข้อ 16 แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2566 จึงสั่งการดังกล่าว
และให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.8 อีกหน้าที่หนึ่ง
การสั่งให้ช่วยราชการตามคำสั่งนี้ เป็นมาตรการทางบริหารเพื่อประโยชน์ของทางราชการ มิใช่มาตรการทางวินัยหรือการลงโทษ และมิได้เป็นการวินิจฉัยว่า ผู้ใดกระทำผิดแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 30 กันยายน หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
ทันทีหลังคำสั่งแพร่สะพัดจึงเป็นที่มาการควานหาคำตอบของคำสั่งนี้
ที่สุดคาดหมายกันว่า น่าจะมาจาก วันกำเนิดคำสั่ง “ฟ้าผ่า”
ผู้มีอำนาจเอ่ยถึงพฤติกรรมเกียร์ว่างของเพื่อนร่วมรุ่นแม่ทัพสีกากี ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่วัดย่านกระทรวงคลองหลอด จนเป็นที่มาการคลอดคำสั่ง ตร.ที่ 278/2569 ตอนค่ำหรือไม่
ถ้าจำกันได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ภาค 8 อย่างต่อเนื่อง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งภูเก็ต และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
ลุยแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินี เพื่อการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย
นั่นแสดงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ เอาจริงเอาจังกวาดล้างปัญหาเหล่านี้
ยกระดับการทำงาน ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ”
การลงไปสัมผัสปัญหาด้วยตนเองของผู้นำรัฐบาล ทำให้เห็นชัดว่า ข้าราชการคนไหนทำงานขยันขันแข็ง เอาใจใส่ มีประสิทธิภาพ หรือคนไหนเหยาะแหย ใส่เกียร์ว่างบ้าง
โดยเฉพาะยิ่งตำแหน่งใหญ่ๆ ในพื้นที่ สปอตไลต์ส่องชัดเจน เห็นว่าใครร่วมเฟรม หรือใครแม้แต่เงายังไม่ปรากฏ
ดังนั้น เพื่อให้ขับเคลื่อนภารกิจสำเร็จ นโยบายบรรลุเป้าหมาย
จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ลงไปเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว อันดามัน
ประกอบกับเพจข่าวสารแวดวงสีกากีโพสต์เรื่องราวประชุมบริหารภาคประจำเดือนก่อนหน้าไม่กี่วัน
ใครๆ อ่านแล้วก็อดจะคิดถึงวลี …เอ็งลดซองพี่ทำไม ขึ้นมาไม่ได้
ยังไม่รวมปมคาใจเดิมที่มีข้อความในสังคมออนไลน์แชร์ว่อนเมื่อปีกลาย
“…บอก ผบ.ตร.ช่วยด้วย ผบช.ส่งสัญญาณ ค่าเช่าพื้นที่แพง อย่างน้อย 8 โล”
ครั้งนั้น บิ๊กต่าย จะออกแอ๊กชั่น เรียก ผบช.ภ.8 และรอง ผบช.ภ.8 มาสอบถามโดยตรง
แม้ได้คำตอบยืนยันกลับว่าไม่เป็นความจริงก็ตาม
แต่สาธารณชนยังคลางแคลงใจ “ผบ.ต่าย” ลูบหน้าปะจมูกหรือไม่
เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้เป็นเพื่อนเลิฟหรือไม่ จึงให้โอกาส ไม่ยอมฟัน จนในที่สุดเรื่องเงียบลง
สําหรับ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงมานั่งควบ ผบช.8 อีกตำแหน่งนั้น
เป็นโต้โผทำบัญชีแต่งตั้ง “รอง ผบก.ลงมาถึงสารวัตร”
ดังนั้น เพื่อให้การแต่งตั้งไม่ซ้ำรอยเดิมที่มีการร้องเรียน จึงต้องทำด้วยความยุติธรรม ไม่มีผลประโยชน์ ซื้อขายตำแหน่ง
ยึดถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และ กฎ ก.ตร.อย่างเคร่งครัดและโปร่งใสในทุกกระบวนการ
ไม่เช่นนั้น ตำรวจจะกลายเป็นต้นตอของอาชญากรรมเสียเอง
ซ้ำจะทำให้ประชาชนอยู่อย่างหวาดผวา ไม่มีวันนอนหลับได้อย่างสนิทใจ!
