ปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ | ปราปต์ บุนปาน
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
เพิ่งมีโอกาสฟังบทสัมภาษณ์ “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (ซึ่งสวมหมวกอีกใบเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงพาณิชย์) ผ่านทางรายการ “ประชาธิปไตย 2 สี” ซึ่งดำเนินรายการโดย “ใบตองแห้ง-อธึกกิต แสวงสุข” ช่องยูทูบมติชนทีวี
แล้วได้ความรู้-แง่คิดน่าสนใจหลายประการ
แม้ในภาพรวม ดร.พิพัฒน์ จะแจ้ง “ข่าวดี” แก่ผู้ชมคนฟังว่า เศรษฐกิจไทยอาจไม่ได้ “มีความเสี่ยงสูง” ที่จะทรุดหนักตามรอยประเทศเพื่อนบ้าน คือ อินโดนีเซีย เพราะเรายังมีปัจจัยบวกหลายประการ โดยเฉพาะตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดูดี อัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่สูงมาก และดัชนีหุ้นไทยที่ยังไม่แย่
แต่ท่ามกลาง “ข่าวดี” ดังกล่าว ก็มี “เรื่องน่าเป็นห่วง” แฝงเร้นอยู่ เช่น สภาพเศรษฐกิจไทยนั้นมีลักษณะเป็น “เค-เชพ” อย่างชัดเจน
กล่าวคือ ด้านหนึ่ง กลุ่มคนรวยก็ยังไม่ได้รับผลกระทบต่างๆ แบบถึงตัว แม้ในสถานการณ์สงครามอเมริกา-อิหร่าน ทว่า ในอีกด้าน กลุ่มคนที่รู้สึกว่าพวกตนได้รับผลกระทบหนักหนาสาหัสในวิกฤตพลังงาน และยังมิได้รับดอกผลใดๆ จากตัวเลขการลงทุนหรือตลาดหลักทรัพย์ที่ดูดีขึ้น กลับเป็นประชากรจำนวนมากตรงฐานรากที่มีรายได้น้อย
นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เศรษฐกิจไทยยังไม่สามารถพุ่งทะยานในรอบใหม่ได้สำเร็จอย่างแท้จริง ก็คือ คุณภาพของ “สถาบันการเมืองและเศรษฐกิจ” ที่ตกต่ำลง
ดังที่ ดร.พิพัฒน์ ได้อ้างอิงแนวทางการชี้วัดคุณภาพของสถาบันเหล่านั้นจากหนังสือ “Why Nations Fail : The Origins of Power, Prosperity, and Poverty” ว่า

“ผมอยากจะสรุปนิดเดียว หนังสือเล่มนี้พูดว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดมันคือคุณภาพของสถาบันการเมืองและเศรษฐกิจ มันสำคัญอย่างไร? ก็เพราะมันทำให้เกิดแรงจูงใจ
“(อันแรก) Rule of Law มันคือนิติรัฐ-นิติธรรม ว่ากฎหมายเท่าเทียมกันกับทุกคนหรือไม่?
“อันที่สองคือคอร์รัปชั่น พูดง่ายๆ ก็คือว่ามีคนที่สามารถซื้อความได้เปรียบได้ไหม? คอร์รัปชั่นก็คือต้องการซื้อความสะดวก ความรวดเร็ว ความได้เปรียบ
“อันที่สาม คือ Economic Freedom (อิสรภาพทางเศรษฐกิจ) หมายความว่าคนเราอยากลงทุน มีใครมากีดกันไหม? มีใครผูกขาดกินรวบไหม? เราสามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นอิสระหรือไม่?
“(อันที่สี่) ความเป็นประชาธิปไตยก็อันเดียวกัน เพราะรัฐเป็นคนที่จัดสรรทรัพยากร ถ้าไม่มีความเป็นประชาธิปไตย มันก็จะเกิดรัฐบาลที่ไม่สนองตอบต่อประชาชน
“สุดท้ายที่เขาชี้วัด ก็คือเรื่องของการศึกษา เพราะรัฐที่ไม่ประสบความสำเร็จ ก็มักไม่พยายามพัฒนาระดับและคุณภาพของการศึกษา
“เพราะฉะนั้น อาการทั้งห้าอย่างมันสะท้อนคุณภาพของสถาบันทางเศรษฐกิจและการเมืองหมดเลย
“ทุกมิติที่วัด ทั้งห้ามิติ เรา (ประเทศไทย) อยู่ในครึ่งหลังของโลกหมดเลย แล้วก็กำลังถดถอยลงในทุกมิติ ฉะนั้น ถ้าเราอยากจะให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้ นอกจากประเด็นระยะสั้น เราต้องมาตรวจดูการชี้วัดด้วยว่า ในมิติของสถาบันเราเป็นอย่างไร?
“อย่างตัวเลขที่เราดูกันบ่อยๆ ดัชนีรับรู้ด้านคอร์รัปชั่น เราแย่ลงทุกปี ตัวเลขที่บอกเราแย่กว่าลาวแล้วตอนนี้ ทุกคนก็มาบอกตัวชี้วัดผิด ผมไม่อยากจะไปเถียงว่าถูกหรือผิด แต่เราควรจะรับรู้ตัวเองว่านี่คือสิ่งที่คนอื่นเขามองเรา ถึงเราจะไม่เชื่อ แต่คนทั่วโลกเขาเห็นหมด เราควรจะหาวิธีแก้ไขกันไหมว่า วันนี้เราจะอยู่อย่างไร?…
“ถ้าเรายังคิดว่ามันไม่เป็นปัญหา เราก็จะไม่ต้องแก้มัน แต่ผมคิดว่าวันนี้มันเป็นปัญหาหนักมาก คือทุกมิติเราอยู่ครึ่งหลังของโลกและแย่ลงในทุกมิติ ผมนึกไม่ออกว่า เราจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นประเด็นได้อย่างไร?
“อย่างคอร์รัปชั่น ผมว่ามันเป็นปัญหา จนเรารู้สึกว่ามันไม่เป็นประเด็นแล้ว ซึ่งมันไม่ควร ทุกคนเหมือนกับยอมจ่าย มีคนพูดถึงคอร์รัปชั่น เปิดขึ้นมาก็โอเค ไม่เป็นไร ถ้าในต่างประเทศ ความยอมรับได้แบบนี้ มันไม่ควรเป็นเรื่องธรรมดา
“ถ้าเป็นกระบวนการในทางการเมือง ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็ต้องร้องไปว่า เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนยอมรับไม่ได้ ถ้าใครเข้าไปเกี่ยวข้องต้องลงโทษให้หนัก เลือกตั้งคราวหน้าก็อย่าเลือกเขามา ส่งเสียงไปดังๆ ทำให้เขาเห็นความสำคัญ”

ดังนั้น แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือประดังปัญหาปากท้องระยะสั้นออกมา แต่ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ เช่น ดร.พิพัฒน์ เรายังมีปัญหาเชิงโครงสร้างใหญ่ๆ ที่รอคอยการแก้ไข-ปฏิรูปกันอยู่ ดังการเปรียบเทียบที่ว่า
“ผมเปรียบเหมือนอย่างนี้ เรารู้ว่าบ้านเราเสามันทรุด เราก็จะจ้างช่างมาซ่อมเสาตั้งนานแล้ว ก็รู้ว่าซ่อมที โอ้โห คนจะอยู่ในบ้านได้เหรอ?
“(แล้ว) อยู่ดีๆ ไฟไหม้บ้าน ทุกคนก็ต้องขึ้นไปดับไฟก่อน ก็ทิ้งไอ้เสาที่ทรุดอยู่เอาไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยแก้ มันก็ยังเป็นเรื่องของการจัดเรียงลำดับความสำคัญ”
เชื่อว่าผู้นำรัฐบาลหลายๆ คน ย่อมต้องตระหนักถึงปัญหาใหญ่ชุดนี้เป็นอย่างดีเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะลงมือสะสางมันอย่างไรและเมื่อใดเท่านั้นเอง
