สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
ว่ากันตามหลักวิชาการ พืชที่อยู่ในวงศ์เตย หรือ PANDANACEAE สกุล Pandanus ทั่วทั้งโลกมีรายงานการจำแนกไว้แล้วถึง 563 ชนิด พบในประเทศไทย 23 ชนิด ซึ่งคนไทยทั่วไปแทบทุกบ้านจะรู้จักดีเพราะพบเห็นบ่อยและอาจกล่าวได้ว่ามีประชากรพืชนี้มากมาย นั่นคือ เตยหอม (Pandanus amaryllifolius Roxb.) ที่คนไทยนำมาใช้ประโยชน์มากมาย แต่เตยหอมนี้เป็นไม้ต่างถิ่น นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยจนนึกไปว่ามีถิ่นกำเนิดในไทย
พืชวงศ์เตยที่คนไทยรู้จักดีอีก 2 ชนิด คือ เตยทะเล (Pandanus odorifer (Forssk.) Kuntze) และการะเกด (Pandanus tectorius Parkinson) แต่น่าแปลกใจและน่าเสียดายที่ยังมีพืชในสกุลนี้อีก 1 ชนิดที่คนไทยสั่งสมภูมิปัญญาไว้ไม่น้อยและนำมาใช้ประโยชน์อย่างยาวนาน สมุนไพรชนิดนี้ เรียกว่า “เกี๋ยงหลวง” หรือคนในท้องถิ่นรู้จักกันในชื่ออื่นๆ เช่น เกี๋ยงหลวง เกี๋ยงป่า (ภาคเหนือ) ชนัง มะขะนัดป่า (ละว้า-แม่ฮ่องสอน) ชั้งลี (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เตย (ภาคกลาง) เกี๋ยงหลวงนี้มีถิ่นกำเนิดและกระจายพันธุ์ครอบคลุมพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่พม่าตอนใต้ถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวก็มีมาก
ในประเทศไทยพบกระจายตัวอยู่ตามธรรมชาติพบได้มากในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และลำพูน (เช่น บริเวณ อ.แม่ทา) ยังพบการกระจายตัวในพื้นที่ชุ่มน้ำทางภาคใต้ตามแนวชายฝั่งอันดามันและป่าพรุ หรือตามพื้นที่พรุน้ำจืด พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) ตามริมฝั่งห้วย ลำคลองที่มีดินโคลนและน้ำขัง
เกี๋ยงหลวงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pandanus helicopus Kurz เป็นพืชที่โดดเด่นด้วยลักษณะทางกายภาพที่แปลกตา เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูงได้ถึง 8 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาค่อนข้างกว้างขวาง ผิวลำต้นเปลี่ยนจากสีน้ำตาลแดงในระยะแรกไปเป็นสีเทาอมม่วงเมื่ออายุมากขึ้น เอกลักษณ์คือการเรียงตัวของใบที่เป็น “สามเกลียว” วนสลับกันอย่างสวยงามตามลำต้น ใบรูปขอบขนานแคบ กว้าง 6-8 เซนติเมตร และยาวได้ถึง 2 เมตร ปลายใบเรียวยาว ขอบใบมีหนามสีดำเป็นอาวุธป้องกันตัวตามธรรมชาติ
ดอกจะแยกเพศอยู่ต่างต้น (Dioecious) ช่อดอกเพศผู้จะมีกลิ่นหอมแรงและห้อยลงมาเป็นสายยาวสีขาว ส่วนช่อดอกเพศเมียจะมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ผลเป็นผลรวมรูปทรงกระบอกสีน้ำตาลทองซึ่งเกิดจากผลย่อยจำนวนมากเบียดกันแน่น ปลายผลแต่ละผลมีหนามเรียวยาว 1 อัน ซึ่งต่างจากเตยทะเลที่มีผลคล้ายสับปะรด แต่ผลเกี๋ยงหลวงคล้ายขนุน
ในการใช้ประโยชน์ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม ได้แก่ การจับสัตว์น้ำจะนำเอาผลของเกี๋ยงหลวงมาทุบหรือบด แล้วใส่ไปในน้ำเพื่อปล่อยสารเคมีธรรมชาติทำให้ปลาเมาและจับได้ง่ายขึ้น นำมาใช้ในงานหัตถกรรมซึ่งมีคุณสมบัติเด่นเช่นเดียวกับพืชในสกุลเตยชนิดอื่นๆ ใบเกี๋ยงหลวงที่มีความยาวและเส้นใยเหนียว แข็งแรง นำมาจักสานเป็นเสื่อ หมวก กระเป๋า หรือเครื่องใช้ในครัวเรือนได้ดี ปัจจุบันมีการศึกษาสมัยใหม่พบว่าเกี๋ยงหลวงมีศักยภาพทางอุตสาหกรรม เนื่องจากเส้นใยมีความยืดหยุ่นและทนทานสูง กำลังมีผู้วิจัยพัฒนาไปสู่การผลิตเส้นใยสำหรับงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและแปรงทำความสะอาด

ประโยชน์ด้านสมุนไพร พบว่าในตำราสมุนไพรพื้นบ้าน ที่กล่าวถึงเตยป่ารวมถึงเกี๋ยงหลวงนั้น กล่าวถึงสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ เช่น ให้นำรากและลำต้นมาใช้บำรุงหัวใจ ชูกำลัง และปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ส่วนของรากและน้ำต้มจากใบนำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และถ้านำน้ำคั้นจากใบหรือยอดอ่อนมาหยอดหูช่วยแก้อาการหูน้ำหนวกหรืออาการอักเสบภายในหู
ปัจจุบันเริ่มมีการสนใจศึกษาพืชในกลุ่ม Pandanus เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในมิติของพฤกษเคมีและนิเวศวิทยา ซึ่งงานวิจัยระบุว่าใบของเกี๋ยงหลวงมีคุณสมบัติทางเคมี มีองค์ประกอบของสารกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenol) และคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สูง ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และต้านการอักเสบ และพบว่าในงานศึกษาอื่นๆ ที่แสดงว่า สารสกัดจากพืชในสกุล Pandanus มักมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและปวดศีรษะ
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่มุ่งเน้นการสกัดเส้นใยจากใบเกี๋ยงหลวง เพื่อใช้เป็นวัสดุคอมโพสิตที่มีน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรงสูงเพื่อเสาะหาวัตถุดิบทางเลือกใหม่ๆ ในการทำเยื่อกระดาษ และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นโอกาสของการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นแนวทางใหม่ในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพืชชนิดนี้
กลับมามองมุมธรรมชาติและพืชก็ต้องยอมรับว่า เกี๋ยงหลวงมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการศึกษาชิ้นหนึ่งในอินโดนีเซีย ในพื้นที่ป่าพรุขนาดใหญ่ในซาบังเกา (Sebangau) พบว่าเกี๋ยงหลวงเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศป่าพรุ ช่วยยึดเกาะหน้าดินริมน้ำ แต่ก็มีบางคนไม่ชอบเห็นว่าเกี๋ยงหลวงเป็นวัชพืชที่เกาะแน่นและไปขวางทางน้ำ
เตยหอมเป็นที่ต้องการและเห็นคุณค่ามากมาย เกี๋ยงหลวงคือญาติพืชในสกุลเดียวกันก็นับเป็นพรรณไม้ที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น พื้นที่ชุ่มน้ำจึงมีความสำคัญในการอนุรักษ์พรรณพืช โดยเฉพาะรักษาถิ่นอาศัยหลักของเกี๋ยงหลวง ที่ได้กำไร 2 ต่อ รักษาแหล่งทรัพยากรชีวภาพแล้ว ได้รักษา เกี๋ยงหลวง ไม้ยาสมุนไพรและวัสดุธรรมชาติที่มีศักยภาพในอนาคตด้วย
