bg-single

เล่าเรื่อง ยอทาม

30.05.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ทั่วทั้งโลกจัดระบบวิชาพืชที่อยู่ในสกุลยอ (Morinda) นั้น รายงานไว้ 39 ชนิด ในประเทศไทยมี 6 ชนิด เราจะคุ้นเคยรู้จักดีใน 3 ชนิด ซึ่งลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ได้แก่ ยอบ้าน (Morinda citrifolia L.) ยอป่า (Morinda pubescens Sm.) และสลักป่า (Morinda angustifolia Roxb.)

แต่อีก 3 ชนิด คนทั่วไปโดยเฉพาะคนในเมืองไม่ค่อยรู้จัก ลักษณะไม้พุ่มหรือไม้พุ่มรอเลื้อย ซึ่งพบได้ในระบบนิเวศที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ชอบขึ้นตามริมลำธารหรือพื้นที่ชื้นแฉะ คนในชนบทรู้จักกันพอควรและนำมาใช้ประโยชน์ด้วย

ยอ 3 ชนิดหลังนี้มักพบในภาคอีสาน คนอีสานจึงรวม ๆ ว่า “ยอทาม” คำว่า ทาม แปลว่า บริเวณพื้นดินที่อยู่ติดกับน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ เหตุที่คนอีสานเรียกชื่อเหมือนกันเพราะมีการนำมาใช้ประโยชน์เหมือนๆ กัน แต่ถ้าจำแนกในทางพฤกษศาสตร์แล้ว จะมีลักษณะที่ต่างกัน ดังนี้

ชนิดที่ 1 ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morinda nana Craib ชื่อทางการ “ยอพญาไม้” เป็นไม้พุ่มหรือรอเลื้อย ใบขนาดเล็ก รูปรี หรือคล้ายรูปไวโอลิน ปลายแหลม โคนเรียวสอบ ช่อดอกออกเดี่ยวๆ ก้านช่อสั้น ดอกรูปดอกเข็ม หลอดกลีบดอกยาว มี 5-6 กลีบ รูปขอบขนาน ผลรูปรีหรือกลม เป็นพืชถิ่นของไทย พบทางภาคอีสาน (นครพนม และอำนาจเจริญ) ขึ้นตามที่โล่งริมลำธาร ความสูง 10-20 เมตร

ชนิดที่ 2 ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morinda persicifolia Buch.-Ham. (ชื่อวิทยาศาสตร์เดิม คือ Morinda pandurifolia Kuntze) ชื่อทางการ “ยอน้ำ” ชนิดนี้มีการกระจายทั่วประเทศไทย มีชื่อท้องถิ่น เช่น ก้ามกุ้ง (เลย) ยอเตี้ย (สุราษฎร์ธานี) ยอนา (ภาคกลาง ภาคใต้) ยอน้ำ (ชัยนาท) ยอป่า (อ่างทอง) ยอป่าเล็ก (นครสวรรค์) มีถิ่นกำเนิดในบังกลาเทศ เมียนมา จีนตอนใต้ คาบสมุทรมาเลเซีย

ในประเทศไทยพบที่น่าน (ท่าวังผา) นครสวรรค์ เลย (ภูกระดึง) มหาสารคาม (โกสุมพิสัย) สุรินทร์ (ห้วยทับทัน) ศรีสะเกษ (กันทรารมย์) อุบลราชธานี (แก่งตะนะ) ลพบุรี (ท่าวุ้ง) สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา (พนมสารคาม) สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชนิดนี้เป็นไม้พุ่มหรือไม้เลื้อย กิ่งอ่อนกลม เปลือกเรียบ สีเขียว มีขนสั้นและบางเบา กิ่งแก่ค่อนข้างกลม เปลือกเรียบ สีน้ำตาลถึงเทา หูใบรูปสามเหลี่ยม ปลายแหลม เชื่อมติดกันที่โคน มักร่วงง่าย ใบรูปยาวรี หรือรูปคล้ายไวโอลิน โคนใบเป็นรูปทรงลิ่ม ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม เนื้อใบหนา เส้นใบเห็นได้ชัดเจน ดอกเป็นแบบช่อกระจุกเดี่ยว ดอกมี 5-6 กลีบ มีกลิ่นหอม มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและดอกต่างเพศ ช่อผลมีรูปทรงกลม กึ่งทรงกลม หรือเอียง มีผลย่อย 23-50 ผล เมล็ดรูปทรงรี

ชนิดที่ 3 ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morinda talmyi (Pit.) Chantar. ชื่อทางการ “ยอเบี้ย” เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กหรือไม้พุ่มเลื้อย ลำต้นมักตั้งตรงหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ผิวใบเรียบมัน มีขนาดของใบเล็กกว่ายอทามอีก 2 ชนิด ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นตามซอกใบหรือปลายกิ่ง มีสีขาวนวลและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลเป็นผลรวมที่มีลักษณะขรุขระคล้ายผลยอบ้านแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย กัมพูชา ในไทยพบการกระจายในจังหวัดบึงกาฬ (ปากคาด, โพนพิสัย), นครพนม (บ้านแพง ท่าอุเทน) ขอนแก่น (หนองสองห้อง) ชัยภูมิ (บ้านลาดใหญ่) นครราชสีมา (หนองสูง พิมาย ท่าช้าง สุรินทร์ (สำโรงทาบ) ศรีสะเกษ (ห้วยทับทัน กันทราลักษ์ กันทรารมย์) อุบลราชธานี (เดชอุดม โพธิ์ไทร พิบูลมังสาหาร) มหาสารคาม (บรบือ) ชนิดนี้ก็จัดเป็นพืชถิ่นของไทย พบทางภาคอีสานที่นครพนมและอำนาจเจริญ ขึ้นตามที่โล่งริมลำธาร ความสูง 10-20 เมตร

ในวัฒนธรรมอาหารการกินของคนในภาคอีสานและภาคเหนือมีความเหมือนกัน ชาวบ้านชอบเก็บยอดอ่อนและใบอ่อนกินเป็นผักเคียงหรือลวกจิ้มน้ำพริก รสชาติจะมีความขมเล็กน้อย (Bitter tonic) ซึ่งช่วยเจริญอาหาร ในบางหมู่บ้านนำรากมาสกัดสีใช้ย้อมผ้า ที่ให้สีโทนสีเหลืองหรือสีแดงอมน้ำตาลตามธรรมชาติ สีที่ได้นี้ออกเข้มกว่าการย้อมด้วยยอบ้านหรือยอป่า

ภูมิปัญญาพื้นบ้าน “ยอทาม” จัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนและรสขม สรรพคุณจึงนำมาใช้บำรุงธาตุและช่วยย่อยอาหาร รากและใบใช้ต้มดื่มแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลมในลำไส้ รากยังใช้มาต้มดื่มเพื่อปรับสมดุลเลือดลมแก้ปัญหาในสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติด้วย ถ้านำทั้งต้นมาต้มอาบหรือต้มดื่ม ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน ใบสด (ล้างน้ำสะอาด) นำมาขยี้หรือตำพอกแก้ฝี หนอง และรักษาแผลสด ช่วยสมานแผล

ที่น่าสนใจมากในปัจจุบันเพราะเริ่มมีนักวิทยาศาสตร์มาศึกษาพืชสกุล Morinda หรือสกุลยอเพิ่มมากขึ้น และเริ่มค้นพบสารที่มีสรรพคุณสมุนไพร เช่น กลุ่มแอนทราควินโนน (Anthraquinones) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ และการวิจัยในยอทามชนิด Morinda talmyi (ชนิดที่ 3) พบว่าการสกัดสารจากส่วนต่างๆ พบสารสำคัญกลุ่มสโคโปเลทิน (Scopoletin) และเควอซิติน (Quercetin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ทรงพลัง สารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเสื่อมของเซลล์และลดการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อ

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในห้องปฏิบัติการรายงานถึงสารสกัดจากรากและใบของยอเบี้ย (ชนิดที่ 3) มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อกลุ่มที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารและโรคผิวหนัง ซึ่งเป็นการยืนยันภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้ยอทามหรือยอเบี้ย รักษาแผลและอาการท้องเสีย

การทดลองในสัตว์พบว่า สารสกัดด้วยเอทานอลจากยอเบี้ยสามารถลดอาการบวมและอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไปยับยั้งกลไกการสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด ทำให้ยอเบี้ยมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาแก้ปวดจากธรรมชาติในอนาคต

“ยอทาม” พืชบ้านๆ ในสายตาคนทั่วไป แต่คุณค่าและประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในองค์ประกอบทางเคมีและภูมิปัญญาที่สั่งสมมานาน แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าความหลากหลายทางชีวภาพของไทย คือ “ขุมทรัพย์” อย่างแท้จริง น่าห่วงที่ป่าลดลงและการรุกรานของพืชต่างถิ่น ทำให้ยอเบี้ยในธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างมาก เป็นงานเร่งด่วนที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าและริเริ่มการปลูกแพร่พันธุ์ในระดับครัวเรือนและชุมชนด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง