bg-single

ความล้มเหลว เรื่องความปลอดภัยสาธารณะของไทย ในสายตา ดร.เอ้

22.05.2026

MatiTalk โดย พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“เราขับรถจะพาลูกไปเที่ยวหัวหินไม่รู้เครนจะหล่นใส่เราเมื่อไหร่ เรานั่งรถไฟไปทำบุญมันก็อาจไปไม่ถึงที่แบบกรณีของสีคิ้ว หรือเราอยู่เฉยๆ ต้องสูดมลพิษ ซึ่งอัตราการเป็นมะเร็งปอดมันสูงขึ้นคือมันอันตรายไปหมด คำถามคืออะไรสำคัญที่สุดในชีวิต เชื่อว่าทุกคนไม่ตอบว่าเงิน ทุกคนบอกก็คือชีวิตนั่นแหละ เราอยากจะมีชีวิตอยู่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราอยากจะอยู่กับครอบครัวที่เรารัก แต่ในไทยหรือ Bangkok เราไม่สามารถการันตีว่าทุกคนจะได้กลับบ้าน” ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เปิดใจเล่าผ่านรายการ MatiTalk ของมติชนสุดสัปดาห์ หลังเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ ที่เตือนอีกครั้งว่าวันนี้สังคมไม่มีความปลอดภัยสาธารณะ!

ดร.เอ้ระบุว่า หากให้พูดภาษาชาวบ้านคือคนเราตายแบบไม่น่าตาย มันมากไป มันโหดไป คำที่เขาพูดกันอย่าง 7 วันอันตรายสงกรานต์หรือปีใหม่ มันไม่ใช่ ตอนนี้ทุกวันมันเป็นวันอันตรายจริงๆ

แต่เราเปลี่ยนมอตโต้ใหม่ว่าทุกวันเป็นวันที่ปลอดภัยได้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ทำไมไม่ค่อยเกิดในญี่ปุ่น มันไม่ค่อยเห็นในจีนละนะ

แต่มันยังเห็นได้อยู่ที่นี่ที่กรุงเทพฯ เมืองหลวงประเทศไทย

พอเห็นข่าวนี้ความรู้สึกแรกในใจคือ เสียใจมากๆ จนตั้งคำถามหลายครั้ง เอ๊ะมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ทำไมเรายังอยู่ในวังวนของความที่ไม่ปลอดภัย

ทั้งที่วันนี้มันก็ปี 2569 แล้ว เราก็น่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่กลับไม่เลย แถมหนักกว่านั้นก็คือ มันใจกลางเมืองเลย

อันนี้คือรับไม่ได้ พอเห็นแล้วก็รู้เลยว่ามันไม่ปกติอย่างแรง

เพราะจริงๆ แล้วในทุกจุดตัดทางรถไฟระบบความปลอดภัยถือว่ามีหลายชั้นมาก

ถ้าเกิดว่าเราขับรถผ่านจุดตัดรถไฟ ถ้าเกิดรถไฟมา 1. คือได้ยินเสียงติ๊งๆ 2. เราจะเห็นหวอเห็นแต่ไกลเลย หวอเหมือนกู้ภัยเหมือนหวอตำรวจ 3. เห็นไฟแดงห้ามให้เราผ่าน 4. ไม้กั้นก็จะเลื่อนลงหรือจะมีคนมาดันไม้กั้นให้ปิด

และถ้าเกิดรถเรายังยึกยักอยู่ก็จะมีเจ้าหน้าที่รถไฟคอยบอกให้ถอยหรือเดินหน้าหลบให้พ้นจากจุดเสี่ยงอันตราย และบางแยกยังมีตำรวจจราจรอีกขั้น

แต่เท่านั้นไม่พอ ถ้าเกิดทางกั้นรถไฟปิดไม่สนิท จะไม่มีการส่งสัญญาณไฟ ถ้าเราสังเกตจะมีสัญญาณไฟเป็นพื้นสีเหลือง และมีกากบาทสีดำมีไฟ 5 ดวง

ถ้าเกิดมันไม่ติด มันก็จะมีกากบาทอยู่ คนขับรถไฟจะมาได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาต ก็คือมีการกดไฟวาบๆ ถึงจะขับมาได้

ดังนั้น มันผิดปกติอย่างแรงเลย ถึงได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นในครั้งนี้

ซึ่งส่วนตัวแล้วก็รู้สึกว่าเสียใจมาก

แม้ใจผมอยากให้เป็นกรณีสุดท้าย แต่มันก็น่าผิดหวังทุกครั้ง เพราะย้อนดูช่วงที่ผ่านมาใกล้ตัวสุดคือเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเองหน้าบ้าน สะพานของ กทม.ย่านลาดกระบัง ซึ่งผมต้องลอดสะพานไปส่งลูกทุกวัน ก็พังมาแล้วมีคนเสียชีวิต วันนี้ก็ไม่รู้ว่าสะพานพังเพราะอะไร ใครคือคนผิด

จากนั้นเรามาเจอ ตึก สตง.ถล่ม ผ่านมาหนึ่งปีก็ยังงง ไม่รู้เหล็กผิดหรือว่าคอนกรีตผิด หรือออกแบบผิดก็ยังงงอยู่

มาเจอเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว วันที่ 14 มกราคม ไม่ถึง 24 ชม. วันที่ 15 มกราคม เครนถล่มที่ถนนพระราม 2 แล้วก็มีเรื่องหลุมยุบมีอะไรเต็มไปหมด

ทุกท่านตอบเองเถอะว่ากรณีรถไฟชนรถเมล์ “มันจะเป็นกรณีสุดท้ายหรือไม่”

แต่ที่มันน่ากังวลก็คือ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว มันคงไม่เกิดขึ้นกับตัวเราหรือคนที่เรารัก

แต่ผมอยากจะบอกทุกท่านว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากกว่าที่ท่านคิด ผมก็เฉียดมาแล้ว แล้วเดี๋ยวเวลาผ่านไปคนก็ลืมก็มีข่าวดราม่าใหม่ คนไทยก็ลืม หน่วยงานรัฐก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะเปิดเผยความจริง

สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นซ้ำซาก เพราะคนผิดไม่ได้รับการลงโทษ ไม่เข็ดหลาบ สังคมไม่ได้เรียนรู้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นจะได้มาช่วยกันทำให้สังคมมันปลอดภัย ให้พวกเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี

อันนี้ก็คือความรู้สึกจากใจจริงๆ แล้วก็เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็คงจะคิดเหมือนกัน

ประเทศไทยเราก็แปลกนะ เวลาเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นตามที่ยกตัวอย่างมา หรือย้อนไปตั้งแต่เหตุรถทัศนศึกษาจากอุทัยธานีระเบิด ครู เด็กถูกไฟคลอกทั้งเป็นแล้วไหนล่ะถอดบทเรียน?

แล้วเราเป็นประเทศที่แปลกมากคือ เจ้าหน้าที่หน่วยงานซึ่งเป็นต้นตอปัญหา เวลาเกิดปัญหาให้หน่วยงานนั้นไปถอดบทเรียนเองไม่ได้ว่าอะไรนะ สมมุติหน่วยงานเขาถนัดกับการออกใบอนุญาตการบริหารสัญญาก่อสร้าง แต่ให้เขาไปถอดบทเรียนทางด้านนิติวิศวกรรมเพื่อจะรู้ว่าโครงสร้างปัญหาระบบมันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่มีศักยภาพพอ ไม่มีคนพอที่จะทำ และสุดท้ายมันก็ลูบหน้าปะจมูก ทำแบบขอไปที มันก็เกิดปัญหาความสูญเสียซ้ำซากซ้ำซ้อน

แต่ในต่างประเทศไม่เหมือนกับเรา เขามีหน่วยงานที่ถอดบทเรียนจริงๆ ซึ่งผมพูดหลายครั้งแล้วว่าประเทศไทยจุดพลาดที่สุดก็คือไม่มีเจ้าภาพคนกลางที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ ที่จะรับเรื่องร้องเรียนไปติดตามความเสี่ยงให้ และถ้าเกิดมีโศกนาฏกรรม อุบัติเหตุร้ายแรง ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่ มันไม่มีคนที่จะไปถอดบทเรียนจริงจัง

หลายคนอาจจะบอกว่า เรามีวิศวกรรมสถานฯ แต่เขาเองก็ไม่มีคน ไม่มีเครื่องมือ เขาเป็นนักวิชาการมารวมกันที่ให้ความรู้แก่ประชาชน แล้วก็เชิญตัวแทนไปแค่วันเดียวเท่านั้น สภาวิศวกรไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ดูแลกำกับเฉพาะคนที่ได้ใบอนุญาตเท่านั้น ผู้รับเหมากำกับไม่ได้เลย

ดังนั้น วันนี้เราไม่มีเจ้าภาพ ไม่มีผู้รับผิดชอบ มันไม่ได้ถอดบทเรียน แล้วที่บอกว่า “วัวหายล้อมคอก” วันนี้วัวหายยังไม่รู้เลยคอกอยู่ตรงไหน นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่สะท้อนความล้มเหลวในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะของประเทศไทย ซึ่งมันจะเกิดขึ้นซ้ำซากซ้ำซ้อน

แล้วความสูญเสียมันจะมากขึ้นทุกปีๆ

ระบบที่ปลอดภัยที่สุดในโลกมันต้องมาพร้อมกับคนที่มีคุณภาพคอยดับเบิ้ลเช็กกัน ต้องมีระบบ เรายังสงสัยอยู่มันเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ให้คนติดยาเสพติดมาขับรถสาธารณะ

ส่วนคำว่า “วาระแห่งชาติ” นักการเมืองก็พูด มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยสำหรับเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ

สำหรับผมแล้วหลายท่านก็รู้ว่าผมผลักดันมานานมาก คืออย่างน้อยที่สุดต้องมีกฎหมายเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อที่จะมีเจ้าภาพคนกลางเป็นองค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ หรือเป็นคณะกรรมการเพื่อความปลอดภัยสาธารณะเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องความปลอดภัยจริงๆ

ถ้าเกิดตรงนี้ถ้ามันเริ่มต้นมันถึงจะเป็นวาระแห่งชาติ ต้องมีแผนปฏิบัติการ action plan

และวันนี้ถ้าเป็นผู้มีอำนาจ เราจะต้องเอาผิดคนที่รับผิดชอบให้ได้ มันจะได้เกิดการเข็ดหลาบ

กฎหมายเรามีอยู่ แต่ต้องให้มันศักดิ์สิทธิ์ มีความเป็นธรรมที่เรียกว่า rule of law มันจะส่งสัญญาณแรงๆ ถึงคนว่า ถ้าเกิดคุณฝ่าไฟแดง คุณมีความผิดแล้ว ถ้าเกิดความสูญเสียคุณต้องรับผิดชอบ

ซึ่งนี่ไม่มีอะไรใหม่เลย กฎหมายปัจจุบันก็ต้องบังคับใช้ให้เห็นให้เข็ดหลาบ ให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ให้คนได้รับความเป็นธรรม ไม่ว่าเขาจะยากดีมีจน

อีกอย่างคือ ต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายที่จะมีเจ้าภาพคนกลางมาดูแลเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ มีคนรับผิดชอบเต็มเวลา ไม่ใช่เกิดอะไรขึ้นก็โยนให้หน่วยงานต้นตอ 2 สิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้ทันที โดยไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมเลย เรื่องความปลอดภัยมันทำได้วินาทีนี้เลย

ต้องไปตรวจทุกจุดตัด อุปกรณ์สมบูรณ์หรือมีกระบวนการคัดเลือกคนขับรถโดยสารประจำทาง คนขับรถไฟ ทำให้ความปลอดภัยมันสูงขึ้น

ส่วนการแก้ปัญหาผังเมืองมันจะช่วยในเรื่องอื่นๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ถ้าเกิดไม่ทำจุดแรกเพื่อเรื่องความปลอดภัยก่อน ผังเมืองต่อให้ดียังไงมันก็ตายนะ เพราะระบบมันไม่สมบูรณ์

คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบมันใช้ไม่ได้ไม่มีคุณภาพ ไม่มีวินัย แล้วจากนั้นผังเมืองมันจะช่วยลดความเสี่ยง ช่วยทำให้รถไม่ติด ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตไปอีกขั้นหนึ่ง

ขั้นแรกเราต้องรอดตายก่อน ปลอดภัยก่อน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”