bg-single

ยิวกร่าง – จีนโกง | สุรชาติ บำรุงสุข

11.09.2026

ปัญหา “ความมั่นคงข้ามชาติ” รูปแบบใหม่ที่ไทยต้องเผชิญอาจมีหลายเรื่อง หลายประเด็น แต่ประเด็นที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือ การมาของ “คนเข้าเมือง” ที่เข้ามาสร้างปัญหา และมีผลกระทบกับความมั่นคงของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ถ้าในระยะเวลาที่ผ่านมา โลกตะวันตกเผชิญกับปัญหาผู้อพยพและ/หรือผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไทยก็กำลังเผชิญกับการมาของผู้อพยพทั้งในแบบเข้าเมืองถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และปัญหาของ “คนเข้าเมือง” กำลังกลายเป็นเรื่องที่มีความ “ร้อนแรง” ในตัวเองอย่างมาก เพราะคนเหล่านี้กำลังแสดงตนว่า เขาเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่คนไทยทำอะไรไม่ได้

หากกล่าวให้ชัดเจน ปัญหาความมั่นคงไทยใน 2 ส่วนของกรณีคนเข้าเมืองก็คือ เรื่องของ “จีนโกง” หรือที่เราเรียกกันว่า “จีนเทา” ที่เข้ามาก่ออาชญากรรม พร้อมกับการสร้างชุมชนจีนเทาในไทย และอีกส่วนเป็นเรื่องของ “ยิวกร่าง” ที่พยายามเข้ามาขยายอิทธิพลและชุมชนในไทย

ปัญหาทั้ง 2 ประการนี้ กำลังสะท้อนถึงประเด็นความมั่นคงใหม่ที่รัฐและสังคมไทยกำลังเผชิญในปัจจุบัน และเป็นปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยเผชิญมาก่อน เพราะภัยคุกคามเช่นนี้ไม่ได้ปรากฏรูปแบบที่ชัดเจนเช่นในลักษณะของสงครามชายแดน ที่เป็นการคุกคามด้วยการใช้กำลังทหาร และภัยเช่นนี้ไม่มีมิติทางอุดมการณ์ ที่เป็นความขัดแย้งของชุดความคิดทางการเมืองเช่นในยุคเก่า

ต้องยอมรับว่า ปัญหา 2 ประการนี้ เป็น “ภัยคุกคามใหม่” ที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน และเป็นความท้าทายอย่างมากต่อภาครัฐและสังคมไทยในการจัดการปัญหาเช่นนี้

จีนเทา-จีนดำ-จีนโกง

หากเราคลี่ตัวปัญหาออกจากกันแล้ว เราจะเห็นได้ชัดว่าในกรณีของ “จีนเทา” นั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน การพนัน และอาจรวมถึงการค้ามนุษย์ ดังจะเห็นได้ว่า ฐานหลักของกลุ่มอาชญากรรมในลักษณะเช่นนี้อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่กำลังโอบล้อมประเทศไทยทั้งทางตะวันออกและตะวันตก (ต่างจากยุคอาณานิคมที่สยามถูกโอบล้อมจากมหาอำนาจตะวันตกทั้ง 2 ด้าน)

การหลอกลวงทางไซเบอร์หรือ “แก๊งค์สแกมเมอร์จีน” นั้น สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมากทั้งในระดับรัฐ และในส่วนของบุคคลและครอบครัว และแก๊งค์จีนเทายังขยายอิทธิพลเข้ามาในสังคมไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการฟอกเงิน และการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อที่จะเปิดช่องทางเอื้อให้พวกเขาได้ฉกฉวยเอาประโยชน์ต่างๆ จากสังคมไทย และยังรวมถึงการสร้าง “พ่อทิพย์” ในสังคมไทย เพื่อให้ลูกจีนเหล่านั้น ได้สิทธิ์ในการครอบครองดินแดนเช่นลูกหลานคนไทย จนอาจต้องกล่าวว่า อาชญากรจีนเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ “จีนเทา” แล้ว แต่การกระทำด้านลบหลายอย่าง ทำให้อาจต้องเรียกพวกเขาว่า “จีนดำ”

ปฏิบัติการที่สำคัญของพวกเขาคือ การใช้ “เงินเทา-เงินดำ” เพื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในไทย การกระทำเช่นนี้จึงไม่ต่างจากการ “ยึดครองดินแดน” ของประเทศเราในอีกแบบหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารในรูปแบบของสงคราม หรือใช้กำลังของพลพรรคที่นิยมจีนเช่นในอดีต เพราะการสร้างอิทธิพลผ่าน “สีเทา-สีดำ” เช่นนี้ ดึงเอากลุ่มอิทธิพลทางธุรกิจและกลุ่มข้าราชการเข้าสู่วงจรนี้ด้วย

หากมองในเรื่องของนโยบายต่างประเทศแล้ว เราคงคาดหวังได้ยากที่จะให้รัฐบาลชุดนี้ เปิดการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลจีน เพราะดังที่เราทราบดี รัฐบาลไทยมีท่าทีแบบ “หงอจีน” และมองจีนเป็น “พี่ใหญ่” ที่ไทยมีสถานะเป็นเสมือน “รัฐลูกน้อง” จึงไม่กล้าที่จะแสดงออกต่อสิ่งที่บรรดา “จีนเทา-จีนโกง” ดำเนินการในสังคมไทย หรือรัฐบาลไทยไม่กล้าส่งสัญญาณความไม่พอใจในเรื่องนี้กลับไปยังรัฐบาลปักกิ่งบ้าง

ในอีกส่วน ก็อาจเป็นหนทางของการปล่อยให้บรรดาจีนโกงเหล่านี้ ออกไปเปิด “ปฏิบัติการโกงนอกบ้าน” เพราะอาชญากรเหล่านี้ในอีกทางหนึ่ง ช่วยในการขยายอิทธิพลของกลุ่ม “จีนผิดกฎหมาย” เพื่อเข้าครอบครองดินแดนของไทย โดยไม่ต้องอาศัยกำลังทหารในรูปแบบของสงครามกองโจรแต่อย่างใด

ยิวกร่าง

ปัญหาคู่ขนานกับการขยายอิทธิพลและการเข้าครอบครองทรัพย์สินของกลุ่มอาชญากรจีนในสังคมไทยคือ การปล่อยปะละเลยของภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ “กลุ่มทุนยิว” เข้ามาขยายอิทธิพลในสังคมไทย จนถึงขั้นตั้งศาสนสถาน สุสาน และสร้างชุมชนยิวในสังคมไทย จนเสมือนเป็นสัญญาณถึงความพยายามในการสร้าง “นิคมชาวยิว” ขึ้นในไทย โดยชาวยิวที่มีอำนาจเงินอาศัยกฎหมายไทยเพื่อให้ตนได้รับสัญชาติไทย

เราคงต้องยอมรับว่า การเข้ามาสร้างชุมชนของชาวยิวเหล่านี้ เป็น “สิ่งแปลกปลอม” ในสังคมไทยอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น ดังนั้นในสภาวะเช่นนี้ รัฐบาลควร “ตัดไฟแต่ต้นลม” ด้วยการเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจำกัดการขยายตัวของชุมชนยิวในไทย และการขยายอิทธิพลผ่านอำนาจทางเศรษฐกิจของ “กลุ่มทุนยิว” ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม จนรัฐไทยไม่สามารถแก้ไขได้ และต้องยอมให้เกิด “นิคมยิว” อย่างแปลกแยก

สังคมไทยคงต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว เพราะมีสัญญาณเตือนจากภาพข่าวทีวี เนื่องจากการขยายชุมชนยิวในไทย ดูจะไม่แตกต่างจาก “การขยายนิคมชาวยิว” เช่นที่บรรดา “ยิวขวาจัด” รุกเข้าไป และขับไล่ชาวปาเลสไตน์ที่เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

การทำร้ายชนพื้นเมืองดั้งเดิม และการทำลายที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ เป็น “ข้อเตือนใจ” ผู้มีอำนาจและชนชั้นนำในสังคมไทย ถ้าท่านทั้งหลายยังมีใจเหลืออยู่บ้างแล้ว ก็ควรจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเมืองบ้าง

การขยายการครอบครองพื้นที่ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน กำลังเป็นข่าวใหญ่ในเวทีโลก และเป็นปมปัญหาที่ทำให้รัฐยุโรปตะวันตกบางส่วนมีปัญหากับอิสราเอล ซึ่งปัญหาเช่นนี้ชวนคิดว่า ในอนาคตคนไทยอาจจะถูกขับไล่ออกจากประเทศไทย เพราะคนยิวได้ขยายอิทธิพลเข้ามาสร้าง “ชุมชนยิว-นิคมยิว” และถือว่า พื้นที่นี้เป็นดังดินแดนของพวกเขาไปแล้ว เพราะเป็นที่รับรู้กันว่า ยิวสายขวาจัดมีประสิทธิภาพในการขยายพื้นที่และอำนาจในการครอบครองดินแดน ด้วยการใช้เงินซื้อ … ยิวกร่างจึงไม่ต่างจากจีนโกง ที่อาศัยเงินเบิกทาง

สังคมไทยไม่ควรจะอยู่เฉย และควรสนับสนุนให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งในการแก้ปัญหาเช่นนี้ อย่าปล่อยให้ปัญหา “ยิวกร่าง” ฝังรากลงในสังคมไทย จนแก้ไม่ได้ อันจะนำไปสู่การครอบครองดินแดนในไทย จนสุดท้ายประเทศไทย “อาจจะ” ต้องกลายเป็น “ดินแดนพันธสัญญาเดิม” ของชาวยิว พร้อมกับประกอบสร้างความเชื่อขึ้นมาสนับสนุนการขยายดินแดนเช่นนั้น … ก็หวังว่า จะไม่มีเรื่องเล่าว่า ไทยเกี่ยวข้องกับตำนานของ “โมเสส”

ดังนั้น เราคงได้แต่หวังว่า รัฐบาลไทยจะไม่มีความรู้สึกแบบ “ยอมจำนน” หรือยอมเป็น “เบี้ยล่าง” ให้ยิวแบบไร้ศักดิ์ศรี และอย่างน้อย กระทรวงต่างประเทศไทยต้องลดความกลัวสถานทูตอิสราเอลในไทยลงบ้าง

ความท้าทายในอนาคต

ทั้งหมดนี้ กำลังชี้ให้เห็นถึงภ้ยความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่รัฐและสังคมไทยกำลังเผชิญในปัจจุบัน หรือที่เรียกในทางทฤษฎีว่าเป็นปัญหาแบบ “Non-Traditional Security” และต้องกล่าวว่า ในบริบทของดินแดนนั้น ไทยกำลังเกิดสภาวะ “เสียดินแดน” ในแบบที่เราไม่รู้ตัว ต่างจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสิ้นเชิง และถ้าปัญหานี้ยังดำเนินต่อไปอย่างไม่มีจุดหยุดได้แล้ว ก็อาจเกิด “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” ขึ้นในไทยได้ไม่ยาก เพราะพื้นที่เหล่านั้นในปัจจุบัน ไม่ได้เปิดให้คนไทยเข้าไปได้แต่อย่างใด

ดังนั้น ถ้าจะบอก “เสียไม่ได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว” ก็อยากจะบอก “เสียแล้วครับ” … เสียให้ทั้ง “จีนโกงและยิวกร่าง” เพียงแต่รัฐหรือสังคมไทยวันนี้ จะตื่นจากภวังค์หรือยังเท่านั้นเอง !

หมายเหตุผู้เขียน:

บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นด้วยทัศนะแบบ “ชาตินิยมสุดโต่ง” จนไม่สามารถยอมรับ “คนนอก” (xenophobia) ได้ หากแต่สภาวะของปัญหาข้ามชาติใน 2 ประเด็นนี้ กำลังมีความรุนแรง จึงควรที่ต้องยุติปัญหาในเบื้องต้น !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยิวกร่าง – จีนโกง | สุรชาติ บำรุงสุข
G2, M7 และโลกที่เหลือ (2) : อธิปไตยดิจิทัลและกลไกส่วนต่างอำนาจของ M7
20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)
เบื้องลึก ทรัมป์สั่งยึดน้ำมันสำรอง เวเนซุเอลา
ไล่ล่าหาความจริง… จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (2)
นิวยอร์กเดินหน้าแบน AI งดใช้ในโรงเรียนชั่วคราว
ครบรอบ 25 ปี 9/11 มะกันยังเตรียมไม่พร้อม
อนุรักษนิยมโบกมือลารัฐบาล
‘รบ.อนุทิน’ พลิกเกมปรับกลยุทธ์สื่อสาร ผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.’ ตั้ง ‘หมอเอก’ โฆษกรัฐคนใหม่
เพื่อน
วิญญาณโง่เขลาและเดียวดายจำนวนหนึ่ง | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
คอนเทนต์ความตาย | กวีกระวาด : พจน์ พันธา