bg-single

พลิกโฉมงานตุลาการไทย ไม่ต้องมาศาลก็พึ่งศาลได้ ฟังก์ชั่นสุดล้ำคนไทยต้องรู้

11.09.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของไทยได้ขยับไปพร้อมกันหลายวงการ แม้แต่ “กระบวนการยุติธรรม” กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่าจับตามอง

โดยเฉพาะยุทธศาสตร์สำนักงานศาลยุติธรรมในการยกระดับองค์กรสู่ “ศาลอิเล็กทรอนิกส์” (E-Court) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อทลายทุกข้อจำกัดและเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน

เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

ที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ได้ฉายภาพแนวทางการนำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและทนายความอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2560-2562

โดยพัฒนาระบบให้เป็นทั้ง “หน้าบ้าน” สำหรับประชาชนและทนายความ

และ “หลังบ้าน” สำหรับบุคลากรศาล เพื่อรองรับการดำเนินคดีที่เปลี่ยนจากระบบเอกสารไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์

หนึ่งในระบบสำคัญคือ E-Filing ที่เปิดให้ยื่นฟ้องคดีผ่านระบบออนไลน์

จากเดิมที่ต้องจัดทำเอกสารเป็นกระดาษและเดินทางมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ศาลเอง

สำนักงานศาลยุติธรรมมีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันเข้าสู่ E-Filing รุ่นที่ 4 เริ่มใช้งานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบจัดทำสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์

จากเดิมสำนวนคดีเป็นเอกสารกระดาษและต้องเดินทางไปยังห้องเก็บสำนวนเพื่อขอตรวจดู

ปัจจุบันสามารถจัดเก็บและเปิดดูข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้

ช่วยลดทั้งภาระเจ้าหน้าที่และระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูล

ขณะเดียวกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ศาลต้องเร่งปรับตัว

จนมีระบบน้องใหม่อย่างการสืบพยานออนไลน์มาใช้เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาบางประเภทสามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้

โดยไม่จำเป็นต้องให้คู่ความหรือพยานเดินทางมายังศาล ลดค่าใช้จ่ายและอุปสรรคการเดินทาง

เผ่าพันธ์มองว่า เมื่อรวมการให้บริการทั้งส่วน “หน้าบ้าน” และ “หลังบ้าน” เข้าด้วยกัน

ทำให้ศาลยุติธรรมสามารถก้าวเข้าสู่รูปแบบที่เรียกว่า “ศาลอิเล็กทรอนิกส์” มากขึ้น

อีกระบบสำคัญที่พัฒนาขึ้นเองคือ CIOS (Court integral online service) หรือระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม

มีจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่น เนื่องจากสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้พัฒนาระบบด้วยตัวเอง

ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้สอดคล้องความต้องการประชาชนและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

เดิม CIOS เป็นเพียงระบบบริการข้อมูลคดี เปิดให้ประชาชนและทนายความเข้ามาตรวจสอบข้อมูลว่าคดีอยู่ในขั้นตอนใด หรือศาลมีคำสั่งอย่างไร แต่ยังไม่สามารถยื่นคำร้องผ่านระบบได้

เมื่อเข้าสู่ล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด ประชาชนไม่สามารถเดินทางมายังศาลได้ตามปกติ

สำนักงานศาลยุติธรรมจึงนำ CIOS มาปรับปรุงและเชื่อมต่อกับระบบ E-Filing

เพิ่มช่องทางให้สามารถยื่นคำร้องต่อศาลผ่านระบบออนไลน์ได้

ก่อนพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นระบบบริการออนไลน์ที่มีฟังก์ชั่นหลากหลายมากขึ้น

หนึ่งในบริการที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาดังกล่าวคือ Take it down คือการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้สั่งลบหรือระงับการเผยแพร่คลิปลามกหรือการคุกคามทางเพศจากระบบคอมพิวเตอร์

เป็นช่องทางให้ผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ระงับหรือนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องออกจากระบบออนไลน์ได้

แนวคิดของ Take it down เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศในชั้นกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งผู้แทนไปให้ข้อมูลด้วย

เดิมกฎหมายสามารถกำหนดความผิดและบทลงโทษผู้กระทำได้

แต่ปัญหาสำคัญคือ แม้ผู้กระทำจะถูกดำเนินคดี ภาพหรือข้อมูลผู้เสียหายที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์อาจยังคงอยู่

การลบเนื้อหาจึงเป็นอีกปัญหาที่ต้องมีมาตรการรองรับ

จึงเสนอให้มีมาตรการเพิ่มเติมจนนำไปสู่การบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/4

เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ สำนักงานศาลยุติธรรมสามารถพัฒนาระบบรองรับการยื่นคำร้องได้ภายในเวลา 1 เดือน

จุดเด่น Take it down คือประชาชนดำเนินการได้ด้วยตัวเองผ่านระบบ CIOS เพียงยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่น Thai ID โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ยื่นคำร้องออนไลน์ไม่ต้องมาศาล

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนใช้ช่องทางดังกล่าวได้ด้วย

เพราะผู้เสียหายบางครั้งเป็นเยาวชน

ปัจจุบันระบบดังกล่าวใช้กับศาลอาญา โดยการไต่สวนสามารถผ่านระบบออนไลน์ และยื่นคำร้องนอกเวลาทำการของศาลได้ เนื่องจากลักษณะเรื่องเร่งด่วนและต้องแข่งกับเวลา

การใช้งานขณะนี้ยังอยู่ในระดับหลักร้อยคำร้อง และมีทั้งกรณีที่เข้าเงื่อนไขและไม่เข้าเงื่อนไข

ขณะที่คำร้องที่เข้าเงื่อนไข ศาลจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการ

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจใน CIOS คือ Know Your Cases หรือ “คันฉ่อง” เกิดจากปัญหาสำนักงานศาลยุติธรรมมองเห็นจากโครงสร้างประชากรประเทศ

คนจำนวนไม่น้อยมีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น

เมื่อเกิดคดีความการส่งหมายศาลอาจยังอ้างอิงที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ทำให้ไม่ทราบว่าถูกฟ้อง

ทำให้ขาดนัดในคดีแพ่ง เกิดต้นทุนทั้งต่อประชาชนและกระบวนการยุติธรรม

เพราะเมื่อคดีเดินหน้าไปแล้ว บุคคลดังกล่าวอาจกลับมาขอให้พิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองถูกฟ้อง ส่งผลให้ศาลต้องกลับมาดำเนินกระบวนการบางส่วนซ้ำอีกครั้ง

“คันฉ่อง” จึงถูกออกแบบให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของตัวเองว่ามีคดีหรือข้อมูลใดอยู่ในระบบศาลบ้าง

เปรียบเสมือนกระจกที่ทำให้ประชาชนมองเห็น “ตัวเอง” ในระบบยุติธรรม

จุดสำคัญของบริการนี้ไม่ได้อยู่เพียงความสะดวก แต่เป็นการทำให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง

และเริ่มตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2572 ศาลยุติธรรมมุ่งพัฒนาสู่ความยุติธรรมดิจิทัล มีจุดมุ่งหมายเป็นผู้นำด้านการอำนวยความยุติธรรมดิจิทัลบนพื้นฐานความปลอดภัยและเชื่อถือได้

ปลายทาง “ศาลอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ใช่เพียงแค่มีระบบทันสมัย แต่คือการทำให้ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่แห่งหนไหน หรือมีสถานะใดในสังคมเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเสมอภาค สะดวก และปลอดภัย อย่างแท้จริง

บรรยายภาพ : เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2557 จุดเปลี่ยนชีวิต ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ จากนักเรียนนอก สู่นักการเมือง ‘สีส้ม’
เทศน์ ‘สนุก’ | ธงทอง จันทรางศุ
เดนตายในผ้าเหลือง ปฏิบัติการลับของทหารญี่ปุ่นในไทยสมัยสงครามโลก (1)
แก๊งคอลฯ ล็อกเป้าใหม่ ‘Gen Z’ เตือนภัยวัยโจ๋ เก่ง ‘TECH’-อ่อนโลก ปีเดียว 2 หมื่นคดี-700 ล้าน
พลิกโฉมงานตุลาการไทย ไม่ต้องมาศาลก็พึ่งศาลได้ ฟังก์ชั่นสุดล้ำคนไทยต้องรู้
ภัยคุกคามกฎหมาย | เหยี่ยวถลาลม
วัดพุทไธศวรรย์ แหล่งซ่องสุมกำลัง ของ “สยาม” ท้าวอู่ทอง | สุจิตต์ วงษ์เทศ
ยิวกร่าง – จีนโกง | สุรชาติ บำรุงสุข
G2, M7 และโลกที่เหลือ (2) : อธิปไตยดิจิทัลและกลไกส่วนต่างอำนาจของ M7
20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)
เบื้องลึก ทรัมป์สั่งยึดน้ำมันสำรอง เวเนซุเอลา
ไล่ล่าหาความจริง… จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (2)