THE WHISPER MAN | ‘เพื่อนในจินตนาการ’
ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
The Whisper Man เป็นการเก็บเล็กผสมน้อยจากหนังเขย่าขวัญเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องหลายต่อหลายเรื่อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เห็นชัดเจนมาก คือ The Silence of the Lamb ซึ่งถือเป็นต้นแบบของฆาตกรโรคจิตสุดอันตรายที่ถูกจองจำไว้ในห้องขังเดี่ยวที่มีมาตรการแน่นหนาเป็นพิเศษ แบบที่ไม่เปิดโอกาสให้เข้าถึงตัวได้
แอนโทนี ฮอบกินส์ ในบทบาทของฮันนิบาล เล็กเตอร์ ยังอยู่ในความทรงจำอันตราตรึงของแฟนหนังมาจนทุกวันนี้
แม้เพียงสบตาด้วยหรืออยู่ในระยะเอื้อมมือถึงก็เปิดช่องให้เกิดอันตรายได้สุดสุด หรือคนจิตอ่อนอาจขวัญหนีดีฝ่อไปเลย
การที่นักสืบสาวมือใหม่ คือ คลารีส สตาร์ลิง (โจดี้ ฟอสเตอร์) ขอเข้าพบฮันนิบาล เล็กเตอร์ ฆาตกรในตำนาน เพื่อขอสัมภาษณ์และขอความเห็นจากฆาตกรผู้ต้องขัง เกี่ยวกับคดีรายใหม่ที่เกินสติปัญญาของตำรวจ จึงเป็นฉากที่เลียนแบบกันมาอย่างปฏิเสธได้ยาก

ใน The Whisper Man มีฆาตกรต่อเนื่องที่ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ไร้ศีลธรรม ไร้ความเมตตาปรานีใดๆ ทั้งสิ้น และเหยื่อของบุคคลคนนี้ล้วนเป็นเด็กทั้งสิ้น
ฆาตกรคนนี้ชื่อ แฟรงก์ คาร์เตอร์ (ไมเคิล คีตัน) ถูกจองจำอยู่ในคุกเป็นเวลานับสิบปีแล้ว
ทว่า กว่าสิบปีต่อมา คดีเด็กหายและพบเป็นศพในภายหลังก็ยังเกิดขึ้นในเมืองเดียวกันนั้น
ความเป็นไปได้มากคือ ฆาตกรปัจจุบันเป็นนักฆ่าเลียนแบบสไตล์ของแฟรงก์ คาร์เตอร์ และนักสืบ อแมนดา เบ็ก (มิเชลล์ โมนาแกน) เห็นความเชื่อมโยงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เบ็กจึงไปขอความช่วยเหลือจากอดีตนักสืบ ปีเตอร์ วิลลิส (โรเบิร์ต เดอนีโร) ซึ่งเป็นคนจับตัวแฟรงก์ คาร์เตอร์ เข้าคุกไปได้ และเป็นบุคคลคนเดียวที่แฟรงก์ยอมพบและพูดจาด้วย
แต่ปีเตอร์ผู้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ก็ปฏิเสธคำขอร้องของเพื่อนตำรวจด้วยกันอย่างไม่มีเยื่อใย เนื่องจากเขาไม่อยากมีอะไรเกี่ยวพันกับแฟรงก์จอมโหดอีกต่อไป
ตราบจนเมื่อคดีเด็กหายเข้ามาใกล้ถึงตัวเอง


ทอม เคนเนดี้ (อาดัม สก็อต) นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จ เพิ่งจะย้ายมาเช่าบ้านอยู่ในเมือง พร้อมกับลูกชาย เจค (แอคสตัน ลูกา ปอร์โต) เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศอันหดหู่ของครอบครัว
ภรรยาของทอม ซึ่งเป็นแม่ของเจค เพิ่งจะตายจากไปด้วยโรคร้าย และยังไม่สามารถทำใจก้าวข้ามความผูกพันอาลัยรักได้
เจคเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และพูดจาอยู่กับเพื่อนที่ไม่มีตัวตน ขณะเดียวกับที่มีเรื่องเล่าอันชวนสยองเกี่ยวกับ “ชายผู้ส่งเสียงกระซิบ” ผู้มาเคาะหน้าต่างเพื่อให้เด็กเปิดรับ
อยู่มาวันดีคืนดี เจคก็หายตัวไปโดยไร้ร่องรอยของคนร้ายผู้ลักพาตัว ภายใต้สายตาของ “กล้องพี่เลี้ยงเด็ก” ในห้อง
คราวนี้คดีเด็กหายซึ่งดูจะมีร่องรอยลายเซ็นของฆาตกรต่อเนื่องคนเดิม กลับไปถึงมือปีเตอร์อีกครั้ง คราวนี้ด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวในฐานะที่ปีเตอร์เป็นปู่ของเจค เด็กที่หายไป
และปู่กับหลานไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนเลย เนื่องเพราะทอมตัดสัมพันธ์กับพ่อของตัวเองมานานหลายปี
นั่นทำให้ปีเตอร์ยอมตกลงไปพบและพูดคุยกับฆาตกรตัวร้ายที่เขาเคยเป็นตำรวจที่ทำคดีอย่างทุ่มเทจนจับตัวได้และส่งเข้าคุกไป แต่ก็ส่งผลถึงความสัมพันธ์อันขาดสะบั้นในครอบครัวของตัวเองไปด้วย


หนังดูจะพยายามสอดใส่ความซับซ้อนด้านจิตวิทยาในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกชายเข้ามา และสร้างเหตุผลเบื้องหลังอันสลับซับซ้อนให้แก่ตัวละคร
ทว่า ความคลุมเครือในเหตุผลเบื้องหลังทำให้เรื่องราวและตัวละครอันซับซ้อนดูขาดน้ำหนักและความน่าเชื่อ แม้จะใช้นักแสดงฝีมือยอดเยี่ยมมาสวมบทบาท แต่ก็ดูเหมือนว่าตัวนักแสดงเองก็ยังไม่ค่อยเชื่อในบทบาทของตัวเองด้วยซ้ำ
เรื่องราวของปริศนาฆาตกรรมและแรงจูงใจจึงดูเหมือนเอามาต่อเรียงเข้าด้วยกันหรือผูกไว้ด้วยกันเพียงหลวมๆ ไม่ได้มีการขมวดปมให้แน่นหนา หรือแม้บางตอนจะพยายามขมวดปมให้เข้มข้น แต่ก็กลับดูเบาหวิวและขาดน้ำหนักอันน่าเชื่อถือและลงตัว
ความรู้สึกโดยรวมๆ จึงเหมือนดังที่บอกไว้แต่แรก คือ เก็บเล็กผสมน้อย แตะโน่นนิดนี่หน่อย เอาชิ้นส่วนจากหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มาประสมหรือปะเข้าไว้ด้วยกัน โดยปราศจากแกนกลางที่เป็นแก่นเรื่องที่ต้องการนำเสนอ
ปราศจากการพัฒนาตัวละครให้แน่นหนาและลุ่มลึก
เป็นหนังของเน็ตฟลิกซ์ที่ลงทุนด้วยการขายดารามีชื่อ
ใครมีเวลาเหลือมาก ก็เชิญดูได้ ได้เห็นนักแสดงฝีมือดีมากหน้าหลายตาที่มีผลงานโดดเด่นมาแล้วในอดีต
แต่ถ้าใครกลัวเสียเวลาอันมีค่า ก็ปล่อยผ่านได้โดยไม่ต้องเสียดายอะไรเลย


THE WHISPER MAN
กำกับแสดง
James Ashcroft
แสดงนำ
Robert DeNiro
Adam Scott
Michelle Monaghan
Michael Keaton
Hamish Linklater
Owen Teague
