วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
คอลัมน์ โล่เงิน
31 พฤษภาคมทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก แต่ปรากฏว่าหลายเวทีพูดถึงบุหรี่ไฟฟ้ากำลังวิกฤต แพร่ระบาดหนักในเยาวชน
งานวิจัยอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ในเยาวชนไทย 4 คน สูบบุหรี่ไฟฟ้า 1 คน
ล่าสุด คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดข้อมูลเด็กไทยอายุ 10 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 1.7 ล้านคน
เพิ่มขึ้นจากประมาณ 700,000 คน เมื่อ 5 ปีก่อน ผู้สูบส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและอายุต่ำกว่า 30 ปี
ตัวเลขน่าตกใจคือ เด็กและวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี กว่า 400,000 คน กำลังติดนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้า
มากกว่าครึ่งเป็น ‘นักสูบหน้าใหม่’ เริ่มสูบภายในปีที่ผ่านมา
สะท้อนว่า “แพ็กเกจจิ้ง” การออกแบบให้ดูน่ารัก พกพาสะดวก เข้าถึงได้ง่าย
โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้เป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบที่ตามมาคือ ปัญหาสุขภาพเยาวชนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป
สารพิษจากบุหรี่ไฟฟ้าสะสมในร่างกาย และควันบุหรี่มือสองส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง
ที่สำคัญ สามารถเติมสารเคมีแปลกปลอมออกฤทธิ์จิตประสาทได้ อันตรายกว่าบุหรี่มวนทั่วไป
เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า
บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา
มอบ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เป็นฝ่ายเลขานุการศูนย์
ปฏิบัติการที่ผ่านมาพบวิวัฒนาการความรุนแรงบุหรี่ไฟฟ้า
นอกจากออกแบบล่อตาล่อใจดึงดูดผู้สูบหน้าใหม่ ทั้งกล่องขนม หรือแปลงร่างเป็น Toy Pod น่ารัก หลีกเลี่ยงการสังเกตจากผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่แล้ว
ยังมีการสารเสพติดมาผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เช่น พอตเค หรือบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมเคตามีน
และกำลังระบาดคือ “บุหรี่ซอมบี้” นั่นคือผสมสารเอโทมิเดต (Etomidate) ยาเสพติดประเภทสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2
เมื่อสูบเข้าไปจะมีอาการมึนงง ง่วงซึมอย่างรุนแรง ควบคุมสติไม่ได้คล้ายกับ “ซอมบี้”
ร้ายแรงกว่านั้น ผู้เสพอาจตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดได้
พบนักเที่ยวกลางคืนตามสถานบันเทิงต่างๆ ฮิตใช้กัน
เป็นภัยสังคมรูปแบบใหม่ที่กำลังทวีความรุนแรง
ขณะนี้ ศปบย.ตร.ได้สั่งการให้จับกุมการผลิต นำเข้า จำหน่าย ผู้ครอบครองสารตัวนี้แล้ว
ที่
ผ่านมา ศปบย.ตร.ได้ปฏิบัติการล้างบางร่วมกับหน่วยงานต่างๆ
– 28 เมษายน ร่วมกับ บก.สส.บช.น. จับกุมเครือข่ายจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านเว็บไซต์ชื่อ Shisha Chic เข้าตรวจค้นโกดัง ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จับผู้ต้องหา 7 ราย ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 250,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท สอบสวนพบว่าเครือข่ายนี้มียอดสั่ง ส่งสินค้าแต่ละวันมากกว่า 1,000 ชิ้น มีเงินหมุนเวียนวันละหลายล้านบาท
– 30 เมษายน ศปบย.ตร., บก.ปคบ. และ บช.ก.ทลายเครือข่ายผลิตและขายบุหรี่ไฟฟ้า ไลฟ์ขายทาง TikTok ตรวจค้นบ้านเช่าใน อ.เมืองสมุทรสาคร จับกุม 3 ผู้ต้องหา ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 5,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท และยังตรวจอุปกรณ์ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า คล้ายเปิดเป็นโรงงานผลิตบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า ที่ผ่านมาไม่เคยตรวจพบการกระทำความผิดแบบนี้ในประเทศมาก่อน
– 8 พฤษภาคม สนธิกำลัง บช.สอท.จับกุมเครือข่ายขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านไลน์แอด ในชื่อ “Heaven” เข้าค้นโกดังสินค้า เขตประเวศ กทม. ยึดกว่า 200,000 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์สำหรับบรรจุและจัดส่ง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์บิลส่งพัสดุ ยึดรถยนต์ 3 คัน พร้อมป้ายทะเบียนสำหรับสับเปลี่ยนหมายเลข
– 31 พฤษภาคม จับมือ บก.สส.ภ.1 รวบเครือข่ายขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ ตรวจค้นโกดังสินค้า แหล่งพัก และจัดส่ง ใน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหา 5 ราย ยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 65,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท
จ
ากการจับกุมที่ผ่านมา ศปบย.ตร.เห็นว่า ยังขาดกฎหมายระบุให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นความผิดในตัวเองเหมือนกับยาเสพติด ปัจจุบันต้องใช้กฎหมายเรื่องอื่นๆ มาช่วยในการบังคับ เช่น กฎหมายศุลกากร กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค อัตราโทษก็ไม่สูงมาก
จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการระดับนโยบายหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ทั้งเรื่องการพัฒนาปรับปรุงกฎหมายและกำหนดมาตรการปราบปรามให้มีประสิทธิภาพและเป็นทิศทางเดียวกัน
ดังนั้น พล.ต.อ.นิรันดร ในฐานะ ผอ.ศปบย.ตร จึงได้เชิญหน่วยงานต่างๆ มาร่วมประชุมหารือ เมื่อ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา มี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ที่ประชุมเห็นว่าจำเป็นต้องยกระดับการประสานงานป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นกลไกในระดับชาติ
สำหรับอีกปัญหาที่เผชิญขณะนี้คือ ที่มาเลเซีย บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีการผลิตและส่งมาขายได้โดยถูกกฎหมายในฐานะต้นทาง
ทำให้การสกัดกั้นจากต้นทางเป็นเรื่องยาก แค่สกัดกั้นเมื่อของถึงปลายทางแล้ว
จึงเป็นช่องทางให้ผู้กระทำผิดสะสมสินค้าเพื่อเตรียมลักลอบนำเข้าได้ง่าย
ที่สำคัญยังมองว่าเป็นการลงทุนคุ้มความเสี่ยง เพราะขายได้ราคาสูง แต่อัตราโทษไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับคดียาเสพติด
รูปแบบการลักลอบนำเข้ามักมาในลักษณะ “สำแดงเท็จ” ปะปนกับสินค้าถูกกฎหมายผ่านตู้คอนเทนเนอร์ ขนส่งมาทางเรือจากต่างประเทศ ตรวจพบที่ท่าเรือแหลมฉบัง ชลบุรี
หรือขนส่งปะปนมากับสินค้าอื่นๆ เช่น มากับรถขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย
รวมถึงลักลอบนำเข้าตามช่องทางธรรมชาติ เป็นต้น
จากนั้นจะถูกส่งไปพักที่โกดังแถบปริมณฑล รอกระจายสินค้าไปยังผู้ซื้อ โดยใช้ระบบขนส่งพัสดุเอกชน
ผู้ซื้อจะเข้าไปในช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ พบทั้งรูปแบบเว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, ไลน์, TikTok
เพื่อปิดสกัดวงจรนี้ แนวทางสืบสวน ศปบย.ตร.จะเน้นสืบจากช่องทางจำหน่ายออนไลน์
ย้อนกลับไปจนถึงจุดกระจายสินค้าและโกดังเก็บสินค้า การเอ็กซเรย์การขนส่งร่วมกับไปรษณีย์และขนส่งเอกชน
แล้วดำเนินคดีผู้มีส่วนร่วมทั้งกระบวนการ พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
รวมถึงการจัดตั้งทีมสืบสวนเชิงลึกแกะรอยเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์กลุ่มทุนเหล่านี้
หั
วใจความสำเร็จยับยั้งบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่จับกุม
ต้องปรับเปลี่ยนค่านิยมวัยโจ๋ให้เห็นถึงพิษภัยด้านสุขภาพ และการบังคับใช้กฎหมายต้องเฉียบขาด
เมื่อยกเป็น ‘ระดับชาติ’ แล้ว ทุกหน่วยต้องแสดงความ ‘เอาจริง’ บังคับใช้บทลงโทษขั้นสูงสุดโดยไม่ยกเว้น
เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้ผู้กระทำความผิดเกรงกลัวและไม่กล้าเสี่ยง ทั้งหมดเพื่อปกป้องเยาวชน อนาคตของชาติ
