bg-single

เพื่อนข้างบ้าน | เรื่องสั้น : มีนา ฟ้าศุกร์

24.07.2026

บ้านของฉันกับของเพื่อนบ้าน มีแค่ผนังคอนกรีตกั้น พื้นที่ว่างหน้าบ้านเป็นที่จอดรถ ยาวจากตัวบ้านไปถึงประตูเหล็ก ด้านซ้ายด้านขวามีกำแพงกั้นเป็นเขตบ้านใครบ้านมัน ด้านบนของกำแพงมีเหล็กกั้นเป็นช่องๆ ถ้ายืนก็จะมองเห็นภายในบริเวณบ้านข้างๆ สามารถพูดคุยทักทายกันผ่านช่องนี้ได้ มีประตูหน้าบ้านสร้างเป็นรั้วเหล็กสี่บานแยกซ้ายขวาพับเปิดปิดเข้าหากันได้

ที่ฉันอยู่นี้ไม่ใช่มีแค่บ้านฉันกับเพื่อนข้างบ้านแค่สองหลัง ฉันมองไปฝั่งตรงข้ามมีบ้านอีกหลายหลังที่สร้างในแบบเดียวกัน มีกำแพงกั้นระหว่างบ้านเหมือนกัน จำนวนหลังคาเรือนในหมู่บ้านนี้น่าจะเกิน 200 หลังคาเรือน

ฉันจำได้ดีว่าตอนที่ซื้อบ้านหลังนี้เมื่อปี 2544 สมัยที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ มันเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างฉันกับสามี ที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง หลังจากเช่าบ้านคนอื่นอยู่มาหลายปี อีกอย่างนับว่าเป็นความโชคดี ที่เราทั้งคู่สอบติดเข้ารับราชการแทบจะพร้อมกัน ฉันได้บรรจุก่อนสามี 5-6 เดือน ส่วนสามีหลังจากบรรจุแล้วต้องไปรับราชการอยู่ต่างจังหวัด เสาร์อาทิตย์จึงกลับมาบ้านครั้งหนึ่ง

การตัดสินใจซื้อบ้านครั้งนั้นนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของเราทั้งสองคน แม้ว่าเราจะต้องกันเงินเดือนส่วนหนึ่งของเราสองคนมาผ่อนชำระเดือนละเจ็ดพันกว่า ระยะเวลาสามสิบปี ถ้านับถึงเวลานี้ก็ 25 ปีแล้ว แรกๆ ก็กระเบียดกระเสียรหน่อยเพราะเงินเดือนของฉันและสามียังไม่มากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้พอจะชักหน้าถึงหลังได้แล้วเพราะเงินเดือนของเราสองคนขึ้นทุกปี เหลืออีกแค่ 5 ปี ครอบครัวเราจะได้ปลดภาระหนี้นี้เสียที

แม้ว่ามันจะเป็นบ้านทาวน์เฮาส์หลังเล็กๆ ขนาด 17 ตารางวา แต่มันก็เหมาะกับครอบครัวของฉัน พ่อ แม่ ลูก ตอนที่มาอยู่ใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดีไปหมด เดินจากบ้านไปปากซอยหน้าบ้านที่ติดถนนใหญ่ไม่เกินครึ่งกิโลฯ มีรถเมล์วิ่งผ่านสองสายที่ฉันสามารถนั่งรถไปทำงานได้ทั้งไปและกลับ ตลาดสดก็อยู่ไม่ไกลจากบ้าน หน้าปากซอยก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถ้าไม่อยากเดินก็ใช้บริการได้ส่งถึงหน้าบ้าน เห็นไหมอะไรๆ ก็ดีไปหมด

ยกเว้นเพื่อนข้างบ้านนี่แหละ

เพื่อนข้างบ้านที่อยู่ด้านขวามือของบ้านฉัน เป็นคู่สามีภรรยา และมีลูกเล็กผู้ชายสองคนอายุน่าจะไล่เลี่ยกัน 2-3 ขวบคนหนึ่ง คนโตอายุประมาณ 5-6 ขวบ ภรรยาอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร ส่วนสามีทำงานอะไรไม่รู้ แต่ฉันเห็นขับรถกระบะคันเก่าๆ ออกจากบ้านไปทุกวัน จนเย็นค่ำนั่นแหละถึงได้กลับมา บ้านซ้ายมือไม่มีคนอยู่คงซื้อไว้เก็งกำไรมากกว่า

ตอนแรกก็คุยกันดีหรอกตามประสาบ้านใกล้เรือนเคียง แต่สิ่งที่ครอบครัวฉันได้ยินและรับรู้เกือบจะตลอดระยะเวลา หลังจากที่สามีย้ายกลับมาประจำอยู่ที่ทำงานใกล้ๆ บ้านเมื่อสี่ห้าปีที่ผ่านมา ฉันและครอบครัวได้ยินเสียงสามีภรรยาคู่นี้ ทะเลาะกันได้ทุกวัน จริงๆ ก็เป็นเรื่องของพวกเขา แต่สิ่งที่มันรบกวนคือเสียงทะเลาะโหวกเหวกโวยวายลั่นบ้าน ถึงจะมีผนังบ้านกั้นขวางไว้ แต่เสียงนั้นก็ทะลุผนังหนาๆ ผ่านมารบกวนการหลับการนอนของครอบครัวฉัน จะให้ทำอย่างไรได้ฉันยอบรับมาตั้งแต่ต้นตอนที่ซื้อบ้านใหม่ๆ ว่าพวกเราต้องรับสภาพให้ได้ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรก็ตาม ในเมื่อเราไม่มีปัญญาซื้อบ้านเดี่ยวๆ ที่ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมาเกี่ยวดองข้องแวะกัน

ตื่นเช้ามาไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา ฉันออกจากบ้านไปทำงาน เดินผ่านหน้าบ้านสามีภรรยาคู่นั้นไป ไม่คิดแม้แต่จะมองหน้าหรือพูดจาใดๆ แม้ว่าฉันจะเห็นตัวภรรยาเดินออกมาตากเสื้อผ้าที่หน้าบ้าน

คงจะรู้ตัวฉันเห็นเธอก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา

นั่นคือความไม่ลงรอยกันเหตุการณ์แรกที่ฉันกับครอบครัวต้องทน แต่เหตุการณ์ที่ไม่ลงรอยกันก็คงไม่พ้นเรื่องการเมือง แม้ว่าครอบครัวฉันและพวกเขาจะไม่ค่อยได้สนทนาปราศรัยกันเท่าไหร่ แต่ฉันก็พอจะรู้จุดยืนของครอบครัวนั้น ฉันจำได้ดีเมื่อปี 2551 มีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสื่อกระแสหลักในการถ่ายทอดการชุมนุมอยู่ทุกวัน ฉันได้ยินเสียงโทรทัศน์ทะลุผ่านกำแพงมาอีกแล้ว จนฉันไม่ต้องเปิดโทรทัศน์ที่บ้านก็รู้ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร ส่วนครอบครัวฉันก็แอบเอาใจอีกฝ่ายให้เหตุการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี

ภายหลังจากมีคำวินิจฉัยคดียุบพรรคแกนนำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลอีก 2 พรรค อันเนื่องมาจากกรณีทุจริตการเลือกตั้ง และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศยุติการชุมนุมทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง และเหตุการณ์บ้านฉันก็สงบลงเช่นกัน เพราะเพื่อนบ้านยุติการดูถ่ายทอด ที่ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนมาถึงเดือนธันวาคม ไม่รู้ครอบครัวฉันทนมาได้อย่างไรตั้งเกือบปี

ฉันรู้แล้วเพื่อนข้างบ้านถือข้างฝ่ายไหน แต่ครอบครัวฉันก็สงวนท่าทีว่าอยู่ฝ่ายไหน ไม่ใช่อะไรหรอก “ครอบครัวฉันรู้อะไรของพวกเขาได้ แต่ไม่อยากให้พวกเขารู้อะไรของพวกเรา” ขนาดนี้ก็มองหน้ากันไม่ติดแล้ว ไม่อยากเพิ่มระยะห่างของพวกเราให้ไกลออกไปอีก

เหตุการณ์ทางการเมืองผ่านมาหลายเหตุการณ์ มีการรัฐประหารนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2549 หลังการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่และรับช่วงต่อจากพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง ทำให้สมัคร สุนทรเวช ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสมัครเป็นนายกฯ ได้เพียงสองร้อยกว่าวัน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ เพราะไปทำหน้าที่พิธีกรรายการชิมไปบ่นไป นายกฯ คนต่อมา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่เกิดการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรอีกครั้ง และปิดล้อมอาคารรัฐสภาเพื่อไม่ให้นายสมชาย เข้าไปแถลงนโยบายได้ เป็นเหตุให้มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญการวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนและพรรคอื่นๆ เนื่องจากกรณีทุจริตการเลือกตั้ง และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเหตุให้นายสมชาย พ้นจากตำแหน่งไปโดยปริยาย ก่อนที่ประชุมสภาจะมีมติเลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ คนต่อมา เมื่อเดือนธันวาคม 2551 จนปี 2553 เกิดการประท้วงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ การชุมนุมยืดเยื้อมาหลายเดือนจนมีเหตุการณ์สลายการชุมนุมทำให้มีคนเสียชีวิตหลายราย จนเดือนธันวาคม 2554 รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง และยุติการชุมนุมประท้วง

ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2554 พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 265 ที่นั่ง ยิ่งลักษณ์ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสืบต่อจากนายอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2554 นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

และถูกรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

ฉันรู้ว่าครอบครัวเพื่อนข้างบ้านมักจะอยู่คนละฝ่ายกับครอบครัวฉันตลอด เพราะฉันได้ยินเขาพูดคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นว่าเขาชอบฝ่ายไหนไม่ชอบฝ่ายไหน นั้นก็เป็นสิทธิ์ของพวกเขา ฉันคงไม่อยากไปร่วมสนทนาด้วย ขนาดพูดคุยกันธรรมดายังไม่อยากคุย ขืนไปคุยเรื่องการเมืองบ้านคงได้ลุกเป็นไฟทั้งสองฝ่าย

ข้างบ้านฉันไม่มีเสียงทะเลาะให้ครอบครัวฉันได้ยินมานานแล้ว เพราะตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 ฉันก็ไม่เห็นสามีของเธอแล้ว แว่วๆ มาว่าแอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย ถึงขนาดต้องเลิกรากันไปไม่กลับมาบ้านหลังนี้อีก แต่ใช่ว่าครอบครัวฉันจะเข้าสู่ภาวะปกติเสียที่ไหน มีเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้งฉันจนขี้เกียจจะจำ แล้วเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันปวดหัวก็เกิดขึ้นอีก

สายๆ วันเสาร์ที่ผ่านมา จู่ๆ มีเสียงกดกริ่งอยู่หน้าบ้าน ฉันเดินออกไปเห็นตำรวจสองนายยืนอยู่ที่หน้าประตู ยกมือทำท่าเคารพก่อนแจ้งวัตถุประสงค์ของการมา

“มีคนไปแจ้งว่าได้กลิ่นรบกวนน่ะครับ” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้น

“กลิ่นอะไรเหรอคุณตำรวจ” ฉันถามด้วยความสงสัย ตำรวจอีกนายรีบตอบแทน

“เขาแจ้งว่าบ้านคุณพี่ทำกับข้าวกลิ่นไปรบกวนบ้านเขาน่ะครับ”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครแจ้ง ฉันเห็นผู้หญิงเจ้าของบ้านข้างๆ ออกมายืนเมียงๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านเหมือนกัน แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา คงมาดูเหตุการณ์ว่าตำรวจจะจัดการปัญหาที่ตัวเองแจ้งไปอย่างไร

“แล้วคุณตำรวจจะให้ฉันจัดการยังไงคะ”

แต่คำพูดที่ตำรวจนายหนึ่งพูดออกมาทำให้ฉันอึ้งไปครู่หนึ่ง และตำรวจคงคิดว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดล่ะมั้ง

“คุณพี่ก็ทำเมนูอะไรก็ได้ที่กลิ่นมันไม่ไปรบกวนบ้านอื่นน่ะครับ”

ฉันคิดอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกไป สงสัยจะให้บ้านฉันทำไข่เจียวกับต้มจืดกินไปตลอดชีวิตล่ะมั้งตราบใดที่ยังอาศัยอยู่บ้านหลังนี้

เพื่อตัดความรำคาญ สุดท้ายฉันปรึกษากับสามีว่าให้เขากู้เงินสหกรณ์มาต่อเติมครัวหลังบ้าน เป็นที่ซักล้างเดิมโล่งๆ ไม่มีหลังคา จ้างช่างมาก่ออิฐปิดด้านข้างซ้ายขวา และด้านหลังที่ติดกับบ้านหลังอื่น มุงหลังคา ทำที่วางเตาแก๊ส เครื่องครัวอื่นๆ ซิงก์ล้างจาน และที่ขาดไม่ได้ตัวที่เป็นปัญหากับเพื่อนข้างบ้าน คือฮู้ด เครื่องดูดควันและขจัดกลิ่น ครอบครัวฉันต้องลงทุนเป็นหลักแสน เพื่อตัดปัญหาและความรำคาญกับเพื่อนข้างบ้าน หลังจากทำครัวเสร็จ งบประมาณที่กู้มายังเหลือ ไหนๆ ก็ไม่มองหน้ากันแล้ว ไม่อยากมองข้ามรั้วไปเห็นอีกฝั่ง สามีจ้างช่างคนเดิมทำแนวรั้วข้างบ้านทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เป็นเหล็กกล่องเชื่อมเป็นโครงตั้งขึ้นไปบนกำแพง เลยแนวรั้วเหล็กเดิมอยู่ในฝั่งบ้านตัวเอง ไม่อยากรุกล้ำไปอีกฝั่งกลัวจะเกิดปัญหาอีก ช่างใช้ไม้ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ตีขึ้นไปเป็นตารางหมากรุก เป็นช่องๆ ให้ลมพัดผ่านได้ไม่ร้อน ทาสีชมพูอ่อนๆ สบายตา ใช้เวลา 2-3 วันก็เสร็จ มันใช้ปิดกั้นการมองเห็นหน้าของเพื่อนข้างบ้านได้ ถ้าไม่ตั้งใจมองลอดช่องกำแพงรั้วที่ทำใหม่เข้าไป เสียอย่างเดียวมันกันเสียงไม่ได้ ขนาดกำลังทำเพื่อนข้างบ้านยังมายืนเมียงๆ มองๆ ไม่วางตา

ครอบครัวฉันต้องเป็นฝ่ายเกรงใจและตั้งรับพฤติกรรมของเพื่อนบ้านตลอดเวลา วันดีคืนดีฉันได้ยินเสียงเคาะตึงๆ ที่ผนังในห้องนอนของฉัน เหมือนเป็นการเตือนฉัน ไม่เข้าใจเหตุผลและพฤติกรรมของเพื่อนข้างบ้าน มารู้อีกทีวันรุ่งขึ้นว่าวันนั้นสามีฉันเจาะผนังตอกตะปูคอนกรีตเพื่อแขวนนาฬิกาที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ฉันได้แต่เตือนสามี

“ทำอะไรๆ ก็ระวังหน่อยแล้วกันพี่ สงสัยมันจะบ้า” ฉันบอกสามี และสบถออกไปอย่างเหลืออด

ยังๆ ไม่จบ ฉันมานั่งคิดอยู่ว่าทำไมครอบครัวฉันกับครอบครัวเพื่อนข้างบ้าน มันช่างประจวบเหมาะอะไรกับเหตุบ้านการเมืองเสียจะทุกเรื่อง หลังจากสามีของเธอหายไปเมื่อตอนรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554

หลังจากวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีคนต่อมานางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ตอนนี้เพื่อนข้างบ้านของฉันยิ่งมีปัญหาตามมาอีกยังไม่จบไม่สิ้น ดูๆ ไปมันก็คล้ายกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้เหมือนกัน

นั่งดูข่าวแต่ละช่องที่เสนอข่าวประเทศเพื่อนบ้านที่รุกล้ำแผ่นดินของเรามาหลายปี สู้รบกันไปสู้รบกันมามีแต่ความสูญเสีย หันมามองเพื่อนข้างบ้านไม่ต่างกันเลยวันดีคืนดีเธอก็ซื้อกระถางต้นไม้มาวางไว้หน้าบ้าน เกินอาณาเขตหน้าบ้านตัวเองเลยมาหน้าบ้านของฉันจนถอยรถเข้าออกยาก

“นี่เธอกระถางต้นไม้นี่เอาออกได้มั้ย มันวางเกินมาหน้าบ้านฉัน เอารถเข้าออกยาก”

นั่นเป็นคำพูดประโยคแรกที่ฉันได้พูดกับเพื่อนข้างบ้านนับตั้งแต่มาอาศัยอยู่ตอนยุครัฐบาลทักษิณ แต่พูดไปก็เหมือนลมพัดออกจากปากไปเฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบกลับมา เธอวางมือจากการจัดกระถางหน้าบ้าน ทำท่าถมึงทึงใส่ เดินกระแทกเท้าเข้าบ้านไปอย่างไม่พอใจ จนวันหนึ่งเธอออกไปทำธุระนอกบ้าน ฉันกับสามีเลยช่วยกันยกกระถางกลับไปวางไว้หน้าบ้านของเธอ เย็นวันเดียวหลังจากที่เธอกลับเข้าบ้าน ฉันได้ยินเสียงลอดกำแพงที่เราสร้างไว้เข้ามา

“ใครวะเดี๋ยวเจอกัน” กระแทกเสียงเข้มลั่นซอยบ้าน

ครู่เดียวหลังจากที่เธอเดินออกไป ก็กลับมาพร้อมกับประธานหมู่บ้าน คุ้นๆ เหตุการณ์แบบนี้ฉันกับสามีเพิ่งนั่งดูข่าวว่าประเทศเพื่อนบ้านกำลังยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยอ้างว่าทหารไทยรุกล้ำอธิปไตย ลักทรัพย์สิน และละเมิดสิทธิมนุษยชน

นี่ถึงขนาดต้องเอาคนกลางมาไกล่เกลี่ยเลยเหรอ เมื่อทั้งครอบครัวฉันและเธอต่างก็โต้เถียงกันอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายประธานหมู่บ้านก็เดินจากไปเมื่อเห็นว่าต่างคนต่างแรง ตัดสินปัญหาอะไรไม่ได้

ในที่สุดครอบครัวฉันก็ชนะ กระถางต้นไม้บ้านนั้นไม่ได้กลับมาวางรุกล้ำอาณาเขตหน้าบ้านฉันแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อวาน ฉันนั่งดูข่าวโทรทัศน์เห็นช่องหนึ่งเอาโพสต์ของชาวบ้านคนหนึ่งที่โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กชื่นชมเพื่อนข้างบ้านที่แสนดี ในเนื้อข่าวบอกว่าเจ้าของโพสต์เพิ่งมาซื้อบ้านหลังนี้ อยู่ได้ไม่นานก็มีคุณลุงคุณป้าสามีภรรยาที่อยู่ข้างบ้านมาแนะนำตัวเองออกปากว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกได้ นั้นทำให้เจ้าของโพสต์มีความรู้สึกดีที่เจอเพื่อนบ้านที่ดี จนวันหนึ่งเธอสังเกตว่าหน้าบ้านของเธอสะอาดไม่มีเศษขยะ ใบไม้ใบหญ้าเลยสักวัน นึกสงสัยจึงเปิดดูกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เห็นคุณลุงคุณป้ามายืนกวาดขยะหน้าบ้านให้เธอทุกวัน เธอจึงเดินไปขอบคุณในน้ำจิตน้ำใจที่มีให้แก่กัน ตอนนี้ถึงขนาดไว้เนื้อเชื่อใจมอบให้กุญแจบ้านให้ เผื่อคู่สามีภรรยาจะเข้ามาทำความสะอาดบ้านให้ ตอนนี้ทั้งสองครอบครัวมีอะไรก็ช่วยเหลือแบ่งปันกัน

นั่งดูแล้วก็นึกอิจฉาบ้านคนนั้นจัง มีเพื่อนบ้านดีๆ แบบนี้ กลับมาดูเพื่อนข้างบ้านฉันแล้วต้องปลง แล้วประเทศเพื่อนบ้านทำไมไม่เป็นเหมือนสามีภรรยาคู่นี้บ้าง ที่ทำให้ประเทศเราไว้เนื้อเชื่อใจ ตอนนี้ก็มีแต่หวาดระแวงกันไปมา

ข่าวนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 จากกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมเรื่องคลิปเสียงที่คุยกับเจ้าของประเทศเพื่อนบ้าน ยังดีที่วันที่โทรทัศน์ถ่ายทอดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีแพทองธารพ้นจากตำแหน่ง ฉันอยู่ที่ทำงาน ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ยินเสียงเฮลั่นบ้าน ของเพื่อนข้างบ้านแน่นอนเพราะฉันรู้ว่าเธออยู่ฝ่ายไหน

นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ข่าวทหารไทยยังคงตรึงกำลังอยู่ในจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่กำลังรอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ตอนนี้เหมือนกำลังฝุ่นตลบ ยังไม่รู้ใครจับขั้วกับใครเพื่อจะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ฝุ่นควันความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านไม่มีทีท่าว่าจะจางหายเช่นกัน และข่าวเศร้ากับทหารบ้านเรา เดินลาดตระเวนเหยียบกับระเบิดอีกแล้ว ไม่รู้เสียขาเสียอวัยวะเป็นคนที่เท่าไหร่ไม่รู้

กลับมาดูเพื่อนข้างบ้านฉันอีกสักเหตุการณ์หนึ่ง มันก็พอจะเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ของบ้านเรา สงสัยเพื่อนข้างบ้านคงจะเหงาหลังจากสามีเธอไม่กลับมาสิบกว่าปีแล้ว ฉันเห็นเธอไปเอาหมาเอาแมวที่ไหนไม่รู้มาเลี้ยง ได้ยินเสียงเห่า เสียงร้องของทั้งหมา และแมวลั่นไปหมด หมาพันธุ์พูเดิล ตัวเล็ก ขนสีขาวสั้นหยิกปุกปุย ฉันเห็นมันชอบวิ่งออกมาที่ถนนหน้าบ้าน บางทีมันสั่นหัวสั่นหางวิ่งมาทักทายฉันตอนเดินออกไปทำงาน ถ้าเจ้าของมันทักทายฉันบ้างก็คงจะดี บรรยากาศอาจจะดีขึ้นมาบ้าง

เพิ่งดูข่าวทหารขาขาดไปเมื่อวันสองวันจากการเหยียบกับระเบิด ฉันเดินพ้นรั้วบ้านมาได้หน่อยเดียว ใต้เท้าสัมผัสได้กับความลื่นเละ ยกเท้าขึ้นดูฉันเหยียบกับระเบิดเข้าให้แล้ว แม้ว่ามันจะทำให้ฉันไม่สูญเสียอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดก็ตาม แต่มันทำให้ฉันต้องเสียเวลา กลับเข้ารั้วบ้านใช้สายยางฉีดน้ำล้างขี้หมาที่อยู่ใต้เท้า เอารองเท้าผึ่งแดด ไขประตูบ้าน เปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ไม่อย่างนั้นคงได้เหม็นไปทั้งรถโดยสาร

ฉันไม่อยากจะโทษเจ้าของบ้านหรอก ที่เลี้ยงแล้วไม่ดูแล หวังว่าคงจะไม่โทษหมาบ้านอื่นหรอกนะ เพราะฉันก็เห็นมีแต่หมาบ้านเธอตัวเดียวนี่แหละ ถึงแม้ฉันไม่ได้รังเกียจสัตว์เลี้ยงอย่างหมากับแมว แต่ขอบ่นหน่อยเพื่อคนข้างบ้านจะได้ยิน

“ไหนๆ จะเลี้ยงแล้วก็ช่วยดูแลหน่อยเหอะ อย่าให้มาขี้หน้าบ้านคนอื่น”

ข่าวการทำพฤติกรรมยั่วยุของประเทศเพื่อนๆ ยังได้ยินอยู่ทุกวัน บางทีก็มีการลาดตระเวนแนวเขตที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิด แต่ละฝ่ายก็รู้ว่าอาณาเขตประเทศตัวเองว่าอยู่ตรงไหน แต่ที่บ้านฉันกับเพื่อนข้างบ้านสิ มีกำแพงรั้วกั้น มีผนังบ้านติดกันอยู่คนละฝั่ง บางครั้งก็ทำอะไรเสียงดังไปบ้าง ฝ่ายนั้นก็จะทำเสียงดังกลับมาเหมือนเป็นตอบโต้ หลายปีแล้วครอบครัวฉันทำใจได้แล้วในเรื่องนี้ คงหาทางที่จะลงรอยกันยาก

เรื่องหมามาขี้หน้าบ้านฉันเหมือนจะจบไปแล้ว ฉันไม่เห็นหมาเดินมาหน้าบ้านฉันอีก คงเป็นเพราะเจ้าของล่ามมันไว้ไม่ให้วิ่งออกมาเพ่นพ่านให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก แค่นี้ก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

แต่ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นอีก ตอนนี้ไม่ใช่หมาแต่เป็นแมว 3-4 ตัวอายุประมาณ 2-3 ปี เดินกันเพ่นพ่านในเขตรั้วบ้านฉัน เพิ่งดูข่าวทหารประเทศเพื่อนบ้านเดินลาดตระเวนล้ำแดนเข้ามา ตอนนี้บ้านฉันมีแมวลาดตระเวนมาในเขตบ้านฉัน บางตัวฉันเห็นเดินไปในแปลงผักที่ฉันปลูกผักไว้ตรงลานดินถัดจากลานจอดรถ ไม่เดินเปล่าแถมมาวางกับระเบิดฝังกลบเรียบร้อยในแปลงผักบ้านฉัน ทั้งฉี่ทั้งขี้เหม็นคลุ้งไปหมดจนแสบจมูก ฉันต้องเอาน้ำส้มสายชูผสมน้ำใส่กระบอกฉีดไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เห็นมีคนบอกว่าแมวจะไม่มาขี้อีกถ้าได้กลิ่นน้ำส้มสายชู แต่ไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่า ฉันอยู่บ้านนี้มาเกือบจะยี่สิบห้าปี ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้เพื่อนข้างบ้านเลย แต่ทำไมเพื่อนข้างบ้านมักทำความเดือดร้อนให้บ้านฉันไม่หยุดไม่หย่อน

“นั่นๆ ดูสิ! แม่แมวกระโดดขึ้นหลังคารถสามีฉัน เพิ่งจะไปทำสีมาใหม่ด้วย”

ฉันตะโกนลั่นบ้านอย่างเหลืออดกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ก่อนเดินออกจากรั้วบ้านไปเรียกเจ้าของบ้านให้มาจับแมวออกไป เจ้าขอบ้านหน้าเสียรีบวิ่งมาอุ้มแมวทั้งหมดออกไปจากรั้วบ้านฉัน

“ขอโทษๆ”

อยู่เป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ได้สนทนาปราศรัยกันมาหลายปี ฉันเพิ่งได้ยินคำขอโทษจากเธอก็ครั้งนี้นี่แหละ ดูข่าวไม่เคยได้ยินคำขอโทษใดๆ สักครั้งจากปากของประเทศเพื่อนบ้านตอนที่ทำผิดต่อประเทศของเรา

ประเทศเรากำลังจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคที่ได้จำนวนผู้แทนราษฎรที่มาเป็นอันดับสาม ฝุ่นควันของการจับขั้วทางการเมืองเพิ่งจะจาง แต่ฝุ่นควันสงครามที่ชายแดนยังไม่จบสิ้น รอนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาจัดการกับปัญหาชายแดน จะมีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านอีกหรือไม่ยังไม่รู้

แต่เพื่อนข้างบ้านฉัน ไม่รู้ว่าส่งทูตสันถวไมตรีมาที่บ้านของฉันหรือเปล่า

สายๆ วันอาทิตย์ขณะที่ครอบครัวฉันกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน จู่ๆ ลูกสาวก็ร้องลั่นวิ่งออกไปหน้าประตูมุ้งลวดหน้าบ้าน

“แม่ๆ แมวที่ไหนไม่รู้มาอยู่หน้าบ้านเรา”

ลูกสาวเปิดประตูบ้าน นั่งลงใช้มือลูบคลำอยู่ที่ตัวแมว ขนสีดำ ผอมโซ อายุประมาณ 2-3 เดือน ร้องเหมียวๆ อยู่เป็นระยะ

“เล่นไม่ได้นะลูก หนูเป็นภูมิแพ้”

ฉันออกปากเตือน เพราะลูกสาวเป็นภูมิแพ้มาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ตอนนี้อยู่มัธยมปลายแล้ว ก็ยังไม่หาย บ้านฉันไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลยไม่ว่าหมาหรือแมว ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยรังเกียจพวกมัน แต่ไม่คิดว่าจะเลี้ยงด้วยซ้ำ

“หนูเลี้ยงได้มั้ยคะแม่ นะคะแม่”

ลูกสาวคะยั้นคะยอ จับมือฉันเหมือนขอร้องแกมบังคับ

“เรายังไม่รู้เลยลูก ว่าแมวบ้านใคร”

จะว่าเป็นแมวบ้านข้างๆ คงไม่ใช่ เพราะบ้านนั้นไม่มีลูกแมว สุดท้ายฉันก็ทนการรบเร้าของลูกสาวไม่ไหว ครอบครัวเราได้มีสมาชิกใหม่เข้ามายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากที่ไหน ฉันหาข้าวหาน้ำให้มันกิน มันกินอย่างตะกลามเหมือนไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน

ฉันถามไปถามมาปรากฏว่าเป็นแมวของเพื่อนข้างบ้าน รู้จากเพื่อนบ้านอื่นว่าเธอไปเอามันมาจากบริเวณศาลพระภูมิหน้าหมู่บ้านไม่รู้ว่าใครมาทิ้งเอาไว้ เธอเห็นเลยสงสารเก็บมาเลี้ยงนอกจาก 4-5 ตัวที่มีอยู่แล้ว ฉันบอกให้ลูกตัดใจเพราะฉันกำลังจะอุ้มไปคืนให้เจ้าของบ้าน

“เอาไปเลี้ยงไหมล่ะหนูที่บ้านน้ามี 4-5 ตัวแล้ว”

ไม่รู้ว่าครอบครัวเราญาติดีกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอมองหน้าลูกสาวฉัน คงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ลูกสาวฉันมีต่อลูกแมว จึงเอ่ยปากยกลูกแมวให้ หรือนี่จะเป็นจุดสิ้นสุดของการบาดหมางกันมาหลายปีที่สองครอบครัวมีต่อกัน ลูกสาวฉันกล่าวขอบคุณเธอ เอื้อมมือมาอุ้มลูกแมวที่อ้อมแขนของฉัน ฉันส่งยิ้มให้เพื่อนข้างบ้าน

และฉันก็เห็นรอยยิ้มจากเธอเช่นกัน

ตอนนี้ลูกแมวอยู่กับครอบครัวฉันได้สามสี่เดือนอ้วนท้วนสมบูรณ์ เป็นที่รักของคนในครอบครัว ความบาดหมางใจระหว่างเพื่อนข้างบ้านนับวันจะค่อยๆ ลบเลือน

หลังจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ได้เพียง 3 เดือน ประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ได้จำนวนผู้แทนราษฎรเป็นอันดับหนึ่งจนได้จัดตั้งรัฐบาล และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่สอง ได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ที่จะเข้ามาดูแลปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้ด่านชายแดนทุกด่านยังไม่ได้เปิด นักเรียนที่เคยได้รับทุนเรียนฟรีที่ประเทศไทยก็ถูกระงับและกลับไปเรียนที่ประทศตัวเองหมดแล้ว

นั่นเป็นปัญหาระดับประเทศก็ให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขปัญหากันไป ถึงอย่างไรตอนนี้ประตูรั้วหน้าบ้านของฉันกับเพื่อนข้างบ้านถูกเปิดออกแล้ว เราพูดคุยและสนทนากันเป็นปกติ ต่างคนต่างลืมความบาดหมางที่เคยเกิดขึ้น และตอนนี้ครอบครัวฉันก็ได้เลี้ยงดูลูกแมวบ้านของเธออย่างดี จนตอนนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์ โดยฉันไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายจากเธอสักบาท

ครอบครัวฉันคงไม่คืนทูตตัวน้อยให้เธอหรอก เพราะถือว่ามันเป็นทูตสันถวไมตรีที่มาเชื่อมความสัมพันธ์ให้กับครอบครัวเราทั้งสองให้กลับมาเหมือนเดิม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เพลงหวานที่ปักกิ่ง ยาขมที่กรุงเทพฯ ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ธงทอง จันทรางศุ | อัพสกิล รีสกิล
ไม่ยุติธรรมก็ไม่สงบ | เหยี่ยวถลาลม
ย้อนเส้นทางรักวันแรก ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ สู่วันฉลองวิวาห์- โชคดีต่างเป็นคู่ชีวิตกันและกัน
เจ้าฟ้าและสามัญชน | จดหมายรัก
นอนมาตามลือ ‘สำราญ’ ผงาด ผบ.ตร.คนที่ 16 ฝ่าด่านอาวุโส ยุทธศาสตร์ 7 ปี สัญญาณแรงจาก ‘บ้านใหญ่สีน้ำเงิน’
สรุปกรณี ‘ครูทราย’ สูญเสียสามี คลิปเขย่าดุลพินิจแพทย์ หมอไม่ตรวจ-หัวใจวายดับ ผู้คนกังขาระบบคัดกรอง
Music, when soft voices die | กวีกระวาด : เวิ้งหมาบ้า
เพื่อนข้างบ้าน | เรื่องสั้น : มีนา ฟ้าศุกร์
เข็น
ก่องข้าวน้อยฆ่ารัฐบาล
ขายสิทธิ์เข้าถึง ‘ทรูธ โซเชียล’ เมื่อ ‘ทรัมป์’ ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว