ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บ้านคอนโดมิเนียมช่วงโค้งสุดท้ายเข้าไตรมาส 4 ของปี 2569
การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง เข้าที่เข้าทางกันเป็นส่วนใหญ่
บริษัทอสังหาฯ ขนาดกลางและเล็กใครจะหยุดเพื่อ “จำศีล” ก็หยุดกันไปแล้ว
บริษัทอสังหาฯ ใดมีสต๊อกสร้างเสร็จเหลือขายก็ระบายสต๊อกกันมาตั้งแต่ต้นปีน่าจะเคลียร์กันไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว
ต่อจากนี้ไปจะเป็นการปรับตัวเล่นตามกำลังซื้อที่ยังมีอยู่ในตลาดตามความถนัดของแต่ละบริษัท
กลุ่มแรก เปิดโครงการใหม่ตอบสนองกำลังซื้อจริงที่ยังมีในตลาด
บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ที่การเงินเข้มแข็งและมีความพร้อม เช่น เอพี, แสนสิริ, ศุภาลัย, เอสซี แอสเสท โครงการเปิดตัวใหม่ปี 2569 โดยเฉพาะที่เพิ่งมีการแถลงแผนการเปิดตัวใหม่ปลายไตรมาส 4 เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นได้ชัดเจนว่าเลือกเปิดโครงการในทำเลและในระดับราคาที่ยังมีความต้องการซื้อ
บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่เหล่านี้มีโครงการครอบคลุมทำเลต่างๆ จำนวนมาก มีข้อมูลงานวิจัยสนับสนุน และที่สำคัญที่สุด มีโครงการที่ Sold Out ขายหมดในปีนี้จำนวนไม่น้อย ยืนยันกำลังซื้อที่ยังมีอยู่จริงของแต่ละทำเลและระดับราคา
ขณะเดียวกันก็สร้างจุดขายใหม่ๆ ของโครงการตามทิศทางตลาดและพฤติกรรมผู้ซื้อ อาทิ เรื่อง welness, longevity, ESG, green
นอกจากนี้ บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงยอดรายได้ที่จะเกิดการรับรู้ในอนาคต 1-2 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องมีโครงการใหม่ที่เหมาะสมและเป็นไปได้ ทยอยเปิดตัวไว้
กลุ่มสอง เป็นอสังหาฯ อีกกลุ่มหนึ่งที่เปิดโครงการใหม่ รวมทั้งการนำเอาโครงการสร้างเสร็จเหลือขายในสต๊อกมาขายให้กับนักลงทุนรายย่อยที่มีเงินเก็บออม ซื้อเพื่อนำไปให้เช่า
เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำต่อเนื่องมา 10 ปี รายได้คนส่วนใหญ่ในระบบไม่เพิ่ม ยิ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมายังชะลอตัวอย่างหนัก หนี้ครัวเรือนสูง ธนาคารไม่ปล่อยกู้สินเชื่อรายย่อยที่อยู่อาศัยอัตราส่วนสูงมาก ทำให้คนทำงานมนุษย์เงินเดือนจำนวนมากที่ต้องการที่อยู่อาศัย แต่ไม่สามารถซื้อเป็นของตัวเองได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้บริการที่อยู่อาศัยให้เช่า
ตลาดที่อยู่อาศัยเช่าจึงเติบโตมากมายในช่วง 2-3 ปีมานี้
คนทำงานมีรายได้ประจำทำงานในเมือง มีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท มักจะเช่าห้องชุดคอนโดฯ ที่เดินทางไปทำงานสะดวก โดยเฉพาะคอนโดฯ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ความต้องการนี้ช่วยระบายสต๊อกห้องชุดสร้างเสร็จแล้วจำนวนมาก
บริษัทอสังหาฯ เจ้าของโครงการคอนโดฯ เปิดให้คนเช่าห้องที่ยังขายไม่หมด เมื่อคนเช่าเต็มก็ขายห้องต่อให้กับนักลงทุนรายย่อยที่มีเงินออมและยังสามารถกู้ธนาคารเพิ่มเติมได้บางส่วน โดยมีผลตอบแทนเป็นค่าเช่ารายเดือนที่ให้อัตราตอบแทนสูงกว่าการฝากธนาคาร ที่ยอมรับกันทั่วไปประมาณ 4-5% ต่อปี
ขณะเดียวกัน ก็มีนักพัฒนาอสังหาฯ บางรายที่ทำโครงการคอนโดฯ ใหม่ย่านชานเมืองในปริมณฑล ในระดับราคาต่ำเพียง 1 ล้านกว่าบาทถึง 2 ล้านบาท เพื่อตอบสนองกลุ่มคนทำงานชานเมืองที่ต้องการที่อยู่อาศัย
ในย่านนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกหรือ EEC รายได้คนทำงานลดลง กำลังซื้ออสังหาฯ หดตัว บริษัทอสังหาฯ ปรับตัวนำเอาที่สร้างเสร็จแล้วมาปล่อยเช่า ขณะเดียวกัน มีโรงงานใหม่ๆ จากจีนเกิดขึ้น มีความต้องการที่อยู่อาศัยให้เช่า
บริษัทอสังหาฯ ก็ปรับตัวจากทำโครงการเพื่อขายมาเป็นทำโครงการให้เช่า
20 ปีผ่านมา ตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เศรษฐกิจประเทศไม่มีอะไรดีขึ้น
การเมืองถอยหลังเข้าคลองไปไกลลิบ
10 ปีหลังเศรษฐกิจและการผลิตไทยปรับตัวไม่ทันโลก
รายได้ที่แท้จริงของคนในระบบไม่เพิ่ม หนี้สินครัวเรือนภาคประชาชนสูง หนี้สินสาธารณะติดเพดาน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในตลาดคือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีกำลังซื้อ
บ้านคอนโดฯ สินค้าอสังหาฯ ที่เป็นสินค้าที่ราคาสูงสุดกว่าสินค้าใดๆ จึงประสบปัญหากำลังซื้อ
จึงต้องเสาะหากำลังซื้อแม้เพียงเล็กน้อยที่มีอยู่ในตลาด
