โนสนโนแคร์ กกต.เดินหน้ารับรอง 396 ส.ส.แบ่งเขต ท่ามกลางปมเลือกตั้งสุดว้าวุ่น ไม่หวั่นถูกร้อง ‘โมฆะ’
ในประเทศ
โนสนโนแคร์กกต.เดินหน้ารับรอง 396 ส.ส.แบ่งเขตท่ามกลางปมเลือกตั้งสุดว้าวุ่นไม่หวั่นถูกร้อง ‘โมฆะ’
ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ผ่านพ้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มาเกือบ 3 สัปดาห์ แต่ดูเหมือนว่าสารพัดปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ หลายต่อหลายเรื่องยังไม่ได้รับการชี้แจงหรือคำอธิบายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดเลือกตั้งโดยตรงให้กระจ่างชัดเจนหรือหมดข้อสงสัยได้เลย
โดยเฉพาะปมร้อนเรื่อง “บาร์โค้ด” (Bar Code) และ “คิวอาร์โค้ด” (QR Code) ที่พิมพ์อยู่บนบัตรเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งวิเคราะห์กันไปหลายแง่มุมว่า สรุปแล้ว การเลือกตั้งปี 2569 ยังอยู่ภายใต้หลักการ “ออกเสียงโดยตรงและลับ” อยู่หรือไม่ หากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เมื่อสแกนแล้วสามารถเชื่อมโยงหรือเช็กย้อนกลับไปได้ว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองใด
เรื่องนี้นักวิชาการทั้งด้านกฎหมาย กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ต่างออกมาให้ความเห็นประเด็นการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักกฎหมายระดับต้นๆ ของประเทศ ทั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ก็แสดงความเห็นประเด็นการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งเช่นกัน
แน่นอนว่า ประเด็น บาร์โค้ด (Bar Code) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่พิมพ์อยู่บนบัตรเลือกตั้ง กลายเป็นชนวนเหตุให้มีผู้ยื่นคำร้อง “ฟ้อง 7 เสือ กกต.” และเลขาธิการ กกต.ถึง 3 ศาล คือศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง
โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีผู้ยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 หรือไม่
ซึ่งขั้นตอนขณะนี้ ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ขีดเส้นให้สำนักงาน กกต.ยื่นชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา ภายในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง และพิจารณาวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน มีผู้ยื่นฟ้อง กกต.และเลขาธิการ กกต.ต่อศาลปกครองกลาง โดยมองว่า กกต.จัดการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีรหัสบาร์โค้ด โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การจัดการเลือกตั้งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสั่งให้บัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตเป็นบัตรเสีย และไม่ให้นับเป็นคะแนน
เช่นเดียวกับที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ร.อ.ยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ ยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กับพวกที่เป็น กกต.เเละ เลขาฯ กกต.รวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยศาลรับคำฟ้องไว้เเละนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องในวันที่ 17 มีนาคม
นอกจากนี้ คดีฟ้องร้องต่อศาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งจากท่าทีของพรรคประชาชน (ปชน.) เตรียมฟ้อง กกต. เพื่อเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยมองว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ น่าจะเป็นประเด็นว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยลับ
รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภา นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ เตรียมเข้าชื่อเพื่อเสนอคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยต่อกระบวนการการเลือกตั้ง เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ส่อไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาสั่งให้การเลือกตั้ง ส.ส.รอบนี้เป็น “โมฆะ”
ทั้งนี้ ความวุ่นวายเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ปัญหาส่อลุกลามบานปลายเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่ง กกต.กำหนดให้มีการนับคะแนนใหม่ 1 หน่วย และออกเสียงลงคะแนนใหม่ 3 หน่วยเลือกตั้ง ทว่าหน่วยเลือกตั้งซึ่งสื่อมวลชน นักการเมือง นักวิชาการ นักกฎหมาย และภาคประชาชนให้ความสนใจไปร่วมสังเกตการณ์กันเป็นจำนวนมากคือ การนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร และการออกเสียงประชามติใหม่ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้งและเขตออกเสียงประชามติที่ 15 ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น.
ไฮไลต์คือการเฝ้าจับตาดูว่า “บัตรเลือกตั้ง” ที่ใช้สำหรับการลงคะแนนใหม่ในครั้งนี้นั้น ยังมี “บาร์โค้ด” เหมือนกับวันเลือกตั้งที่ 8 กุมภาพันธ์อยู่หรือไม่
แต่ทว่าการลงคะแนนใหม่มีการสังเกตการณ์แล้วพบว่า บัตรเลือกตั้งสีชมพู (เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ) บริเวณด้านล่างบัตรยังคงมีการพิมพ์บาร์โคดเช่นเดิม แต่กลับไม่ปรากฏหมายเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เป็นประเด็นเกิดข้อถกเถียงขึ้นมาอีกครั้งว่า บัตรเลือกตั้งที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว อาจเป็นบัตรที่ผิดระเบียบของ กกต.หรือไม่ และเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตหรือไม่
ทั้งนี้ สำหรับบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่นั้น มีรายงานจากวงในสำนักงาน กกต.ให้คำตอบว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่นั้นมีการจัดพิมพ์ใหม่ เป็นไปตามระเบียบ กกต. เนื่องจากบัตรที่เหลือจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้นถูกเจาะทำลายหมดแล้วเป็นไปตามแนวระเบียบทุกครั้งที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้น
อีกทั้งมีรายงานด้วยว่า กกต.ยังเชื่อมั่นว่า การที่มีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด และรหัส 9 ตัวบนส่วนของเล่มที่ เลขที่ บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ถูกมองว่าทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นใครและลงคะแนนให้ใครนั้น ถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง “การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ”
ขณะที่การออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แม้จะปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัวที่ส่วนของต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้ “เทคนิคพิเศษ” ในการจัดพิมพ์โดยรหัสต่างๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 กุมภาพันธ์
ดังนั้น การจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 จึงทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า สำนักงาน กกต.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอ กกต.เห็นชอบให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเพื่อดูว่ามีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดหรือไม่ แล้วนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่า สามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิ์ที่เป็นเจ้าของบัตรเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่
เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ มีความตั้งใจจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562
ท่ามกลางปัญหาวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้ ขณะนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่สังคมยังสงสัยและคาใจว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความ “สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม” หรือไม่ 7 เสือ กกต.และผู้บริหารของสำนักงาน กกต.ก็ยังไม่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือให้คำอธิบายใดๆ เพิ่มเติมเลย
แต่ทว่ากลับเดินหน้าประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ล็อตแรก 396 เขต แบบรวดเร็ว เพียง 17 วันนับจากวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ กกต.ไม่มีการเปิดเผยผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์ ต่อสาธารณชนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม กระบวนการรับรอง ส.ส.เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่ กกต.ต้องดำเนินการ ส่วนในแง่ของผลคดีและคำร้องที่ฝ่ายต่างๆ ยื่นตรวจสอบนั้น ทาง กกต.ก็ต้องทำหน้าที่ชี้แจงต่อไป และเร่งพิสูจน์ให้ประชาชนและสังคมได้เข้าใจอย่างกระจ่างและชัดเจนว่า การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ กระบวนการทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเที่ยงธรรม
เพื่อเรียกศรัทธาและความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้!?!
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
