bg-single

เนแน่วแน่ หนูนายกฯ นานนาน

09.10.2026

ในประเทศ

ก็ไม่เกินจริงไปนักที่คนชอบเปรียบเปรยว่า “ถนนทุกสายเวลานี้มุ่งสู่บุรีรัมย์…”

ในสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วม กทม. ปริมณฑล และโดยเฉพาะภาคตะวันออก เช่น ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นายกฯ ก็ยังอุตส่าห์ปลีกเวลาเดินทางไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งพรรคภูมิใจไทย

แต่ก็คงรู้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์ตามมา เลยสั่งจัดงานให้เล็กลงเน้นเป็นการภายใน ขณะที่นายกฯ ก็แอ๊กชั่นขึงขัง นั่งประชุมสั่งการแก้ปัญหาน้ำท่วมมาจากบุรีรัมย์ ให้คนเห็นว่าเกาะติดงานตลอดเวลา

ส่วนไฮไลต์ของงานที่สังคมจับตาในทุกๆ ปีก็คือ ครูใหญ่เนวินจะอวยพรอะไรกับนายกฯ เพราะที่ผ่านมา 2 ปี อะไรที่เคยพูด เป็นจริงตามนั้นทั้งหมด

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ตุลาคม 2567 คราวนั้นก็อวยพรผูกข้อมือระบุว่า “ผูกให้เป็นนายกฯ ผูกให้ยิ่งใหญ่ ผูกให้แข็งแรง”

ต่อมาปี 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้เป็นนายกฯ สมดังอวยพร

และในครั้งวันเกิด 4 ตุลาคม 2568 ครูใหญ่เนวินก็อวยพรว่า “ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 4 ปี”

เลือกตั้งกุมภาพันธ์ในปี 2569 พรรคภูมิใจไทยก็ชนะถล่มทลาย ได้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย

แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปีนี้ครูใหญ่เนวินเรียกเสียงฮือฮา อวยพรว่า “ให้ได้เป็นนายกฯ 2 สมัย เป็นจนเบื่อไปเลย” เล่นเอานายอนุทินถึงกับเขิน ก่อนตอบเชิงหยอกล้อว่า “เบื่อแล้ว”

ในเชิงการข่าว คำอวยพรของครูใหญ่เนวินต่อนายอนุทินอาจดูทีเล่นทีจริง พูดเพื่อให้กำลังใจในสภาวะวิกฤตรุมล้อมรัฐบาล

แต่ก็ดังที่ยกตัวอย่างคำพูดของครูใหญ่เนวินในอดีต ว่าผลสุดท้ายก็เป็นจริงตามนั้น

เป็นการยืนยันว่าเขาคือผู้มีอำนาจตัวจริงแห่ง “ระบอบสีน้ำเงิน” ผู้มีประสบการณ์การเมืองโชกโชน เป็นเบื้องหลังในการตั้งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 คน

และกำลังมีเส้นกราฟชีวิตพุ่งขึ้นสูงสุดในวันนี้

ถามว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้ครูใหญ่เนวินเอ่ยวาจาอวยพรให้นายกฯ หนูเป็นนายกฯ จนเบื่อไปเลย ก็ต้องดูจากสถานะที่เห็นและเป็นไปของระบอบสีน้ำเงินเวลานี้

1.ชูธงจารีตนิยมไทยแบบสุดลิ่มทิ่มประตู

สีน้ำเงินเคยเดินร่วมทางการเมืองกับทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากการเลือกตั้ง เคยเห็นแล้วว่านายกฯ ที่ไม่ชูธงอนุรักษนิยม นำมาสู่จุดจบที่ไม่สวยงาม

จึงได้เห็นนายอนุทินมีสายสัมพันธ์กับชนชั้นนำในสังคมไทยอย่างแนบแน่น แนบแน่นยิ่งกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่คนมองว่าเป็นพรรคการเมืองอุดมการณ์อนุรักษนิยมเสียอีก

พร้อมกันนั้น ค่ายสีน้ำเงินก็ทำการอุดจุดอ่อนเรื่องฝ่ายความมั่นคง โดยการไฟเขียวให้อำนาจเหล่าทัพบริหารจัดการกันเองแบบสบายใจเฉิบ

อยากช้อปปิ้งซื้ออาวุธ บริหารจัดการสงครามกับเพื่อนบ้านในรูปแบบใดก็เชิญ

2.”ระบบบ้านใหญ่” สไตล์สีน้ำเงิน

ทยอยเก็บสะสมบ้านใหญ่แต่ละหลังนับตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งปี 2562 กระทั่งร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ก็ทำให้มีทรัพยากรไปสะสมฐานเสียงบ้านใหญ่ อิทธิพลท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น

ใครที่ออกจากพรรคในภายหลังก็ทำการกำราบ ดัดนิสัยจนแทบไม่มีที่ยืน

“กลุ่มการเมืองเสี่ยแป้งมันแห่งโคราช” คือตัวอย่างนี้

ส่วนใครที่จงรักภักดีทำงานให้ ก็ตอบแทนอย่างงดงาม โดยไม่สนพรรษาทางการเมือง ไม่สนที่มาที่ไปในชีวิต ตัวอย่างก็คือ “กลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ”

จนวันนี้ค่ายสีน้ำเงินคือศูนย์รวมเครือข่ายอำนาจบ้านใหญ่ที่แข็งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่

3.ลดศักยภาพ “คู่แข่ง” ทางการเมือง

แม้จะชนะมาถล่มทลาย แต่ระบอบสีน้ำเงินก็เปิดให้คู่แข่งเข้าร่วมแชร์อำนาจ ดึงเพื่อไทยที่เคยต่อสู้กันอย่างดุเดือดในสนามเลือกตั้งมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

มอบโควต้า 5 กระทรวงให้เพื่อไทย โดยเป็นงานด้านสังคมที่โอกาสในการบริหารจัดการทรัพยากรน้อยกว่ากลุ่มกระทรวงอื่น ทำให้การสะสมผลงานเพื่อใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ไม่ง่ายนัก

นอกจากนี้ ยังใช้นิติสงครามเป็นเครื่องมือต่อรองกับผู้นำจิตวิญญาณค่ายสีแดง กดไว้ไม่ให้มีความพยายามจะกลับเข้ามามีอำนาจ หรือแสดงวิสัยทัศน์จนเกิดภาพเชิงลบต่อความนิยมรัฐบาล

“ระบอบสีน้ำเงิน” เดินตามการเมือง “ระบอบทักษิณ” เพียงแต่พยายามปิดจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลยุคไทยรักไทยไม่สามารถควบคุมได้ แต่ระบอบสีน้ำเงินทำได้…

นอกจากนี้ ยังเล่นเกมคุมค่ายสีเขียวไม่ให้เติบโต โดยการปฏิเสธไม่ให้ร่วมรัฐบาล (ทั้งที่ค่ายสีเขียวเคยถอยออกจากค่ายสีแดงเพื่อมาร่วมตั้งรัฐบาลอนุทิน) เพื่อตัดกำลัง บั่นทอนทรัพยากรให้ร่อยหรอให้มากที่สุด หลังเคยแสดงอาการเป็นคู่แข่งในศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา

โดยหวังว่าเมื่อค่ายสีเขียวกระสุนร่อยหรอ กลุ่มบ้านใหญ่ก็จะถอนตัว จนทำให้ไม่มีทรัพยากรสนับสนุนเพียงพอในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

แต่ก็ยังเล่นบทเก็บค่ายสีเขียวไว้ วางสถานะให้ค่ายสีเขียวเป็นฝ่ายคอยรอร่วมรัฐบาล กดดันทางอ้อมกระทบชิ่งมายังค่ายสีแดงให้อยู่กับร่องกับรอย อย่าดื้อดึง ไม่งั้นเจอค่ายเขียวเสียบ

4.”อยู่เป็น” กับรัฐธรรมนูญฉบับมรดกรัฐประหาร

โชว์ศักยภาพนักการเมืองรุ่นเก๋าชั้นเซียน อ่านกติกาการเมืองในรัฐธรรมนูญปี 2560 แบบมองขาด นำมาซึ่งชัยชนะทางการเมืองทุกเกมกระดาน

ตั้งแต่สนาม “สภาล่าง” ก็สามารถคว้าชัยชนะแบบถล่มทลายจนวันนี้กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มีมือสนับสนุนเกือบ 300 เสียง

ขณะที่ฝั่งสภาบนก็เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเข้าไปใหญ่ สามารถส่ง ส.ว.สีน้ำเงินเข้าครองเสียงข้างมากได้เกิน 80% จนกลายเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก เกราะป้องกันระบอบสีน้ำเงินจากทุกภยันตรายทางการเมือง กี่นิติสงครามก็การันตี ทำอะไรระบอบสีน้ำเงินไม่ได้

ตรงกันข้ามกับฝ่ายค้านอย่างค่ายสีส้ม ที่โดนกลไกนิติสงครามกดไม่ให้ขยับขยายวาระทางการเมืองได้ ขณะที่ฝากสนามเลือกตั้ง สีส้มก็ทำคะแนนได้แค่เขตเมือง ซึ่งนั่นก็ไม่พอให้สามารถชนะการเลือกตั้งจนมีเสียงข้างมากได้

เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคม ระบอบสีน้ำเงินก็ฉลาดที่จะใช้กลไกรัฐผ่อนหนักปัญหาให้กลายเป็นเบา เพื่อบรรเทาหรือกดไม่ให้ความไม่พอใจปะทุขึ้น

ที่ครูใหญ่เนวินอวยพรให้เป็นนายกฯ 2 สมัยจึงมีที่มาที่ไป ยิ่งหากมองจากโครงสร้างการเมือง

1. ครม.หนูยังอยู่ในอำนาจได้อีก 3 ปี ยังมีโอกาสใช้งบประมาณอีกมากในการฟื้นฟูคะแนนนิยม

2. สภาผู้แทนฯ สีน้ำเงินก็ยังมีเวลาอีก 3 ปีที่จะออกกฎหมายไปรองรับการเติบโตทางการเมืองค่ายสีน้ำเงิน วาระสำคัญสุดก็เช่น ปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2560

3. อย่าลืมบทบาท ส.ว.สีน้ำเงิน ที่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแต่งตั้งองค์กรอิสระไปแล้วมากมาย การยังเหลือวาระอีก 3 ปีแปลว่า ส.ว.สีน้ำเงินจะสามารถแต่งตั้งองค์กรอิสระที่ทยอยหมดวาระได้จนครบ 100%

จากนั้นก็นับไปอีก 7 ปี กว่าคนเหล่านี้จะหมดวาระ และก็เป็น 7 ปีที่สร้างความอุ่นใจให้ระบอบสีน้ำเงิน จะเป็นฐานอำนาจสำคัญไปอีกอย่างน้อย 1 ทศวรรษ ดังนั้น คำอวยพรให้อนุทินอยู่ 2 สมัยจึงไม่เกินจริง

นี่คือความแน่วแน่ของเนวิน ส่งต่อให้เสี่ยหนูนั่งนายกฯ อีกน้านนาน… (หรือในอนาคตเกิดนายกฯ อนุทินเบื่อจริงๆ ก็ยังมีไชยชนก ชิดชอบ มารับช่วงต่อแบบสบายใจ)

แต่กำแพงที่ดูแข็งแรง ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกเซาะกร่อน

ปัญหาความชอบธรรมทางการเมืองที่นับวันยิ่งลดน้อยลงไปทุกทีจากสายตาประชาชน ปัญหาทุจริตรายวันผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ปัญหาอาชญากรรมรายวัน การจัดการภัยพิบัติที่ขาดประสิทธิภาพ

วิกฤตการเมือง วิกฤตสังคม วิกฤตเศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่โครงสร้างอำนาจของรัฐกลับไม่สามารถรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ไม่ทันต่อความต้องการ

รูปธรรมก็คือวิกฤตน้ำท่วมล่าสุด ต่อให้มีครูใหญ่เนวินอีก 10 คน ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยพยุงสถานะรัฐบาลให้กลับมาได้ไหม

บางทีอำนาจอยู่ได้ด้วยการใช้กลไกรัฐ มากกว่าอยู่ได้เพราะความชอบธรรมทางการเมืองจากประชาชน ก็เป็นความเปราะบางอย่างหนึ่ง

เป็นความเปราะบางที่รอวันแตกหัก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เนแน่วแน่ หนูนายกฯ นานนาน
ชะตากรรม Thai PBS-สสส. ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินวิจารณ์ ‘คนดี’ ได้เต็มที่ ทว่า ‘สื่อสาธารณะ’ ต้องไม่ตาย
ส.ว.สีน้ำเงินยื่น ป.ป.ช.สอบจริยธรรม เอาคืน ‘สิทธิโชติ’ กกต.เสียงข้างน้อย แก้เกมเปิดเผยมติ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน จุก ชายคา
‘ขวาไทย’ ในอีก 50 ปีต่อมา | ปราปต์ บุนปาน
11 ตุลาคม 2569 เลือกตั้งประกันสังคม ปราการสุดท้ายของการปฏิรูปแนวหน้าของการปฏิวัติสังคมไทย
50 ปี 6 ตุลา | ชีวิตนักโทษการเมือง : สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | สถานะ หลักศิลา กลางน้ำเชี่ยว สถานะ  ปิยบุตร แสงกนกกุล