bg-single

‘น้ำเงิน’ นี้ สี ‘ขาว’

18.09.2026

ในประเทศ

หวยการเมืองที่รอกันมา 2 ปีกว่าๆ ออกเป็นที่เรียบร้อย

คดีประวัติศาสตร์กรณีโกงเลือก ส.ว.ที่จมอยู่ในชั้น กกต.มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางการจับตาจากสังคม พลันปรากฏผลวินิจฉัยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

เป็นไปตามคาด เลขที่ออกไม่ใช่หวยล็อก 229 ไม่ใช่เลขเด็ด 21 เอาผิดกรรมการบริหารพรรคตั้งแต่นายกฯ จนถึงรัฐมนตรี

แต่เป็นหวยอั้น มติเอาส่งฟ้อง “26 ส.ว. สีน้ำเงินอ่อน” พร้อม “36 ผู้รับจ๊อบลงสมัครรับเลือกตั้ง” และ “ผู้เล่น” ตัวประกอบอีกสิบกว่าคน รวม 77 คน

เป็นการแถลงผลการวินิจฉัยคดี ที่ก่อให้เกิดเรื่องเซอร์ไพรส์หลายเรื่อง

เซอร์ไพรส์ที่ 1 สรุปแล้วจำนวนผู้ที่อยู่ในข่ายที่ กกต.ไล่สืบสวนสอบสวน มีถึง 427 คน ไม่ใช่ 229 คน ตามที่เป็นข่าวต่อเนื่องกันมาเป็นปีๆ

นี่คือตัวอย่างความผิดปกติเล็กๆ ในการไม่เปิดเผยขั้นตอนการสอบสวนไต่สวน ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไร แต่ กกต.ไม่เคยพูดจา บอกกล่าวอะไรกับสังคมเลย

ราวกับพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง

เซอร์ไพรส์ที่ 2 หลังจากที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ขนาดนัดแถลงชัดเจนในวันนี้ ประธาน กกต.ก็ยังล่าช้าอีกเป็นชั่วโมง ปล่อยให้สื่อทั้งประเทศรอจนเหงือกแห้ง กว่าจะลงมาแถลงข่าว

แต่การแถลงก็มีลักษณะเหมารวมตีขลุม แถลงทีละข้อกล่าวหา แต่ไม่ยอมเปิดเผยมติของกรรมการในแต่ละข้อให้ชัดเจน ทำให้ไม่รู้ว่าในข้อกล่าวหาต่างๆ กรรมการคนใดยืนอยู่ในจุดใด ทั้งที่ข้อกล่าวหาก็ไม่ได้มากมาย มีแค่ 7 ข้อ

มิหนำซ้ำ ประธาน กกต.ยังใช้เวทีแถลงข่าววิจารณ์นักวิชาการที่ออกมาตั้งคำถาม กกต.ก่อนหน้านี้ว่าไม่อยู่ในหลักการ

กกต.เองต่างหากที่เป็นฝ่ายปิดเงียบ ไม่เปิดบ้านให้ใครเข้าไป และไม่ยอมออกจากบ้านมาพบผู้คนเลยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

เซอร์ไพรส์ที่ 3 กกต.เลือกที่จะไม่ฟ้องนักการเมืองระดับกรรมการบริหารพรรคเลยแม้แต่คนเดียว

เป็นอะไรที่แสนจะเซอร์ไพรส์ ถ้ามีคนรับเล่นพนันก็คงทายถูกรวยกันทั้งประเทศ ทั้งที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เสนอให้ฟ้องกว่า 229 คน กกต.ก็เลือกยกคำร้อง ไม่ฟ้องบิ๊กนักการเมืองรัฐบาลแม้แต่คนเดียว

ใครจะเชื่อว่า กระบวนการใหญ่โตขนาดนี้ไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง?

เซอร์ไพรส์ที่ 4 ตัวที่มาเปลี่ยนเกมจากหน้ามือเป็นหลังมือที่ กกต.อ้างก็คือ การกลับคำให้การของพยาน 3 ปาก ทำให้พยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือ

นำมาสู่การการสรุปว่า เมื่อพยานกลับคำให้การ ไม่น่าเชื่อถือทำให้ขบวนการฮั้วเลือก ส.ว. ขบวนการจัดทำโพยฮั้ว ส.ว. ที่ทำให้การเลือก ส.ว.ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ จึงไม่มีอยู่จริง

ที่ประหลาดใจคือ กกต.มิได้แถลงให้เห็นถึงความพยายามของ กกต.เองที่ต้องทำตามหน้าที่ นั่นคือ การใช้อำนาจไต่สวนสอบสวน หาพยานหลักฐานอย่างถึงพริกถึงขิง เพื่อนำมาประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นองค์รวม ให้ภาพของคดีมีความชัดเจนมากขึ้น

กลับกลายเป็นว่า เพราะพยาน 3 ปาก “กลับคำให้การ” เรื่องการกระทำเป็นขบวนการเลยไม่น่าเชื่อถือ

แต่ก็ต้องฟ้องร้อง ส.ว.ปลายแถว ผู้สมัครรับจ๊อบบางคนต่อไป เพราะมีหลักฐานทางการเงินที่เด่นชัด!

เซอร์ไพรส์ที่ 5 กกต.เสียงข้างน้อยฮึดสู้

“สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กรรมการการเลือกตั้ง 1 ใน 2 เสียงข้างน้อย กลายเป็นข่าวดังในพริบตา หลังจากออกมาแถลงข่าว ข้องใจการแถลงข่าวของประธาน กกต. ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะแจ้งมติของเสียงข้างน้อยโดยเฉพาะข้อ 1-2 ที่ให้เอาผิดคณะกรรมการบริหารพรรค

มากกว่านั้น สิทธิโชคยังเล่าถึงเหตุผล กระบวนการไต่สวน วิธีคิดและการต่อสู้ทางคดีทั้งหมดให้ผู้สื่อข่าวฟังอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก

ยืนยันว่าจากการพิจารณาคดีนี้ตั้งแต่ต้น ยังไงก็ต้องสั่งฟ้องนักการเมืองใหญ่ของประเทศ เพราะหลักฐานแน่นหนา เห็นชัดเรื่องการทำโพยเป็นขบวนการเชื่อมโยงทั้งประเทศ เมื่อประกอบกับหลักฐานโทรศัพท์-เส้นทางการเงิน การนัดประชุมที่โรงแรมเดียวกัน พบว่าโยงกันทั้งหมด จึงต้องส่งฟ้อง

มากกว่านั้น เขาย้ำว่าการพิจารณาต้องมองเป็นภาพรวม

“…เราหยิบเล็กหยิบน้อย มาประกอบให้เห็นว่าช้างทั้งตัวเป็นอย่างไร ไม่ใช่จับแค่งวงแล้วบอกนี่ไม่ใช่ช้าง ก็ถูก มันไม่ใช่ช้างมันแค่งวง เมื่อไหร่เราจับทุกอย่างมาผสมกัน นั่นแหละคือช้าง…” สิทธิโชคกล่าว

เป็นเซอร์ไพรส์ชนิดสับละเอียด สับแม้แต่พยานที่กลับคำให้การ สิทธิโชคยืนยันว่า การกลับคำให้การก็ต้องดูคำให้การกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงด้วย มิใช่กลับคำให้การแล้วทุกอย่างจะไม่ถูกนำมาคิด

เขาระบุว่า ในความจริงคดีนี้ยังมีพยานหลักฐานอื่นๆ อีกมาก ยังไม่นับว่า 3 คนที่กลับคำให้การก็เป็นข้อมูลเท็จหลายเรื่อง เช่น การกลับคำให้การว่าไม่มีโพย ทั้งที่กล้องวงจรปิดจำนวนมากก็เผยให้เห็นชัดว่ามีหรือการอ้างว่าโดนข่มขู่ ก็ย้อนแย้งเพราะพยานบางคนเป็นถึง ส.ส.จังหวัดใหญ่ บางคนก็เป็นพ่อตานักการเมืองดังระดับชาติ ใครจะกล้าขู่

แต่ที่น่าตกอกตกใจคือ กกต.สิทธิโชคเปิดเผยว่า บางเส้นทางการเงินที่จะสาวไปถึงนักการเมือง กลับต้องยุติลง เช่น เส้นทางการเงินกลุ่มสุราษฎร์ธานี กกต.มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่สอบสวนต่อ ทำให้การหาพยานหลักฐานต้องยุติลง

“อย่าง วรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียรเป็นมือจ่ายโอนเงินไปสุราษฎร์ฯ เป็นแสนๆ ผมก็อยากรู้ว่ารับมาจากใคร คนโอนเป็นใครจะได้ไปต่อ ผมก็ถามคณะที่ 26 แต่ได้รับแจ้งว่า กกต.มีมติ 4 : 3 ไม่รับเส้นเงินนี้ มันจึงไปต่อไม่ได้ ได้แค่นี้” สิทธิโชคระบุ

ปฏิบัติการครั้งนี้ของ กกต.สิทธิโชค ได้รับเสียงปรบมืออย่างมากจากสังคม ว่าเป็น กกต. 1 ใน 2 คนที่ยังมี “ต่อมเอ๊ะ” อยู่

ขั้นตอนหลังจากนี้คงต้องรออีก 60 วัน สำหรับการร่างคำร้องก่อนยื่นให้ศาลฎีกาฯ พิจารณา ซึ่งหากศาลรับก็จะต้องมีขั้นตอนการสืบพยาน ไต่สวน และวินิจฉัยอีกราว 1 ปี

เป็นอันว่าค่ายสีน้ำเงินก็อยู่ไปยาวๆ ส.ว.สีน้ำเงินหลักจากที่ได้แต่งตั้งองค์กรอิสระไปแล้วมากกว่า 12 คน ก็จะมีคิวให้พิจารณาแต่งตั้งต่อเนื่องอีกเพียบ ระบอบสีน้ำเงินได้รับการฟอกขาวไปแล้วอีก 1 คดี

รัฐบาลก็ได้เฮ ผลลัพธ์ก็เป็นตามที่นักการเมืองค่ายสีน้ำเงินให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้จริงๆ ว่า รัฐบาลไม่เกี่ยวกับฮั้ว ส.ว.

ด้านนายกฯ และรัฐมนตรีบางคนก็ขยับส่งทนายความฟ้องร้องเอาผิดแกนนำไอลอว์ทันที

เหมือนเรื่องจะจบแฮปปี้เอนดิ้งสำหรับผู้มีอำนาจ แต่ในมุมฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ ต่างประสานเสียงตรงกันว่า นี่แค่เริ่มต้น

ทั้งสองพรรคต่างระดมทีมกฎหมายหลังการวินิจฉัยและเห็นตรงกันว่าจะฟ้องร้องเอาผิด กกต.

คดีฮั้ว ส.ว.จึงเป็นสงครามที่ยังไม่ถึงตอนจบของค่ายสีน้ำเงิน

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการรอดพ้นจากการส่งฟ้องศาลฎีกาของผู้นำค่ายสีน้ำเงิน สร้างความเข้มแข็งทางการเมืองมากขึ้นให้กับรัฐบาล สะท้อนให้เห็นว่ามีการสนับสนุนมีฐานอำนาจค้ำยัน ระดับที่มีม็อบลงถนนยังไม่สะเทือน

แต่ความใสสะอาดปลอดโปร่งทางคดีความ เป็นเพียงการขจัดอุปสรรคในทางกฎหมายเท่านั้น ในมิติทางการเมือง อาจมิได้ปลอดโปร่ง ขาวสะอาดเช่นที่ผู้มีอำนาจคาดหวัง

เพราะจนถึงวันนี้เอง มีการขยับของปัญญาชนฝ่ายอนุรักษนิยมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน วันนี้กลับแสดงออกในการรับไม่ได้กับคดีฮั้ว ส.ว. และการปกครองของรัฐบาล

ตั้งแต่การวิจารณ์ผลเลือกตั้งแบบไม่ลับของนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ต่อมาด้วยการวิจารณ์ระบบ ส.ว.ของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกฯ รัฐบาลอนุทิน 1 ต่อด้วยการวิจารณ์การฮั้ว ส.ว.ของนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ขนาดนักเรียน วปอ. ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นระดับ “อีลีต” ของสังคม ไม่ค่อยเตะการเมือง ในปีนี้ยังเสนอให้เปลี่ยนระบบเลือก ส.ว. บอกชัดว่า ระบบเดิมมีปัญหา

ไม่นับการลงถนนของกลุ่มเสื้อเหลืองเก่า ที่วันนี้เริ่มจับไมค์วิจารณ์รัฐบาลตรงไปตรงมามากขึ้นเรื่อยๆ

นี่คือตัวอย่างการตั้งคำถามจากฝั่งอนุรักษนิยมด้วยกันเอง

ดังนั้น แม้รัฐบาลจะมีรอดพ้นภัยในคดีฮั้ว ส.ว. แต่นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสมรภูมิการเมืองครั้งใหม่

การเมืองของผู้มีอำนาจวันนี้จึงเป็นเหมือนสติ๊กเกอร์ท้ายรถแก้เคล็ดตามหลักโหราศาสตร์สีรถที่คนไทยนิยม

แม้จะมีสติ๊กเกอร์ติดบอกคนอื่นว่ารถคนนี้สี… ตามความต้องการของเจ้าของรถ

แต่คนทั้งโลกเขาก็เห็นอยู่ ว่ารถคันนี้จริงๆ แล้วสีอะไร

รถสีน้ำเงินที่ติดสติ๊กเกอร์สีขาว ก็ยังเป็นสีน้ำเงินวันยังค่ำ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กกต. ลุยไฟ ปล่อยผี ‘ภูมิใจไทย’ ทำ ‘หนู’ ติดปีก! สีน้ำเงินได้เขียว เสริมพลังแข็งแกร่ง ซ่อน ‘ระเบิดเวลา’ นอกสภา
สแกมเมอร์ในกัมพูชา
ความเสี่ยงเอไอ จีนยังร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาไม่ได้
ประชุมบริกส์ครั้งที่ 18 ดันบทบาทซีกโลกใต้บนเวทีโลก
E-DUANG | ปรากฎการณ์ น้ำเงิน”แท้” ปรากฏการณ์ น้ำเงิน”กว่า”
ช้างเน่าทั้งตัว ใบบัว กกต.ปิดไม่มิด
‘น้ำเงิน’ นี้ สี ‘ขาว’
การต่อสู้ระลอกถัดไป (ของผู้สูงวัย) | ปราปต์ บุนปาน
NAY x TangBadVoice และ R∀PCON : แร็ปบันทึกยุคสมัย
จากของดีท้องถิ่นสู่เมนูสร้างอาชีพ “ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ปี 4
เจาะยุทธวิธีตำรวจกองปราบฯ ปฏิบัติการกวาดลานวัดพุทไธศวรรย์ เปิดแผนประทุษกรรม ‘สมีโชติ-สีกาเอ๋’
พล.ต.ณัฏฐ์ วอนคนไทย รักชาติ-เสพข่าวชายแดนอย่างมีสติ ติงสื่อโซเชียลอย่าปลุกปั่นสร้างข่าวปลอมให้คนตระหนก