bg-single

ฐากูร บุนปาน | 2563 มาแล้ว ตั้งหลักกันให้ดีเสียแต่เนิ่นๆ

06.01.2020

ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา เที่ยวแจกจ่ายและแนะนำมิตรสหาย-ผู้รู้จักมักคุ้นทั้งหลายให้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งตัวเองกำลังติดงอมแงม

หนังสือ “ตะวันลับแห่งต้าถัง” หนังสือประวัติศาสตร์ฉบับเรียบเรียงใหม่

ผุ้เขียนภาษาจีนคือ “จ้าวอี้” ผู้พากย์ไทยคือ “คุณเรืองชัย รักศรีอักษร”

ที่เขาบอกกันว่าเรื่องจริงสนุกกว่านิยาย หนังสือเรื่องนี้ก็เข้าข่ายนั้นด้วย

อ่านเถอะครับ รับรองไม่ผิดหวัง

เมื่อคนทั่วไปพูดถึงราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ก่อให้เกิดยุครุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

ช่วงเวลาจำเพาะส่วนมากก็คือครึ่งแรกของราชวงศ์ โดยเฉพาะในยุคจักรพรรดิถังไท่จง หรือศักราช “เจินกวน”

คนส่วนใหญ่เรียนรู้ว่า “ความรุ่งเรือง” นั้นประกอบไปด้วยปัจจัยความสำเร็จอะไรบ้าง

มีคติและข้อคิดสอนใจอย่างไรบ้าง

มีหนังสือทั้งประวัติศาสตร์ และที่ถอดออกมาเป็นตำราการบริหารมากมายหลายเล่ม

แต่มีน้อยกว่าน้อยที่จะพูดถึง “ความเสื่อมโทรม” ไปจนกระทั่งนำไปสู่การดับสลายในช่วงครึ่งราชวงศ์หลัง

ซึ่งเป็นแก่นแกนหลักของหนังสือเล่มที่แนะนำอยู่นี่ละครับ

ที่บอกว่าสนุกนั้น เพราะประวัติศาสตร์จีนเขาบันทึกอะไรจริงจังต่อเนื่องมากว่า 4,000 ปี

มีทั้งเรื่องราวของความสำเร็จ-ความล้มเหลว ความรุ่งเรือง-ความเสื่อมโทรม ความดีงาม-ความเลวร้าย

และไม่ได้บันทึกกันแต่เรื่องราวของชนชั้นสูงเมือนประวัติศาสตร์ของบางสังคม

แต่เก็บรวบรวมไปถึงปูมสถิติทั้งหลาย ตั้งแต่ฝนชุกฝนแล้ง การเก็บเกี่ยวพืชผล การค้าการขาย ความเป็นอยู่ของชาวบ้านร้านตลาด ฯลฯ

ประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องมีมิติ มีชีวิต ไม่ให้แห้งแล้งจืดชืด

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน

บอกกับคนคอเดียวกันว่า อ่านไปอ่านมาแล้วทำไมไพล่ไปนึกถึงหนังสือ “การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี” ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขาก็ไม่รู้ได้

อาจจะเป็นเพราะแกนหลักของหนังสือพูดถึงความเสื่อมโทรมในประเด็นที่คล้ายคลึงกันก็ได้

นั่นคือความล่มสลายเกิดจากความเสื่อมโทรมของระบบ ไม่ใช่ความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ

แต่ส่วนใหญ่พอระบบเสื่อมโทรมลง คนก็จะเสื่อมทรามตามไปด้วย

เพราะอยู่ในระบบที่เสื่อมแล้ว ไม่มีอะไรรับประกันว่าทำดีจะได้ดี

ก็จะมีแต่คนเอาตัวรอดเป็นเรื่องปกติ

ลองหาอ่านกันดูเถอะครับ ทั้งสองเล่มนั้นแหละ

รับรองว่าทั้งสนุกและเปิดโลกทัศน์ดีนักแล

ความรู้สึกที่ได้อย่างหนึ่งเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ต้องอาศัยภาษิตจีนมาช่วยบรรยาย

ที่เขาบอกว่า “อ่านประวัติศาสตร์แล้วหลั่งน้ำตาแทนคนโบราณ” นั่นใช่เลยครับ

เวลามองย้อนหลังกลับไปแล้วเห็นอะไรชัดเจนกว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์

เพราะสามารถสรุปบทเรียนจากเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วได้

บางอย่างหรือหลายอย่างก็ให้นึกเสียดาย

คิดไปว่า “ถ้า” เป็นอย่างนั้น “ถ้า” เป็นอย่างนี้ จะดีกว่าหรือไม่

มีแต่ “ถ้า” อยู่เต็มไปหมดในหัว

และไหนๆ ก็ย้อนไปถึงราชวงศ์ถังกันแล้ว

ขออนุญาตย้อนต่อขึ้นไปอีกสักหน่อย

จบเอาตอนที่จักรพรรดิถังไท่จงกล่าวไว้อาลัยในพิธีศพของ “เว่ยเจิง” มหาอำมาตย์ผู้กล้าทักท้วงและทัดทานพระองค์มาตลอดรัชสมัยว่า

“ใช้ทองเหลืองเป็นกระจก ส่องดูรูปโฉมร่างกายให้ทราบว่าตนเองสวยงามหรืออัปลักษณ์

ใช้ประวัติศาสตร์เป็นกระจก ส่องให้รู้ถึงความเจริญหรือเสื่อมโทรมของบ้านเมือง

ใช้ความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นกระจก ส่องข้อดีข้อด้อยของตนเอง”

หนังสือบางเล่มนั้นรวบรวมเอาสองข้อหลังไว้ด้วยกัน

อ่านแล้วไม่ใช่แค่ “หลั่งน้ำตาแทนคนโบราณ” แต่ยังใช้เป็น “กระจกส่องความเจริญเสื่อมโทรม” ในปัจจุบันได้ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นประเทศ เป็นสังคม เป็นรัฐบาล เป็นเอกชน เป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว

เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต-ไม่ว่าจะของตัวเองหรือของผู้อื่น เป็นบทเรียนที่คุ้มค่า

ไม่รู้จักส่องกระจกสิครับ-อันตราย

หรือส่องไปแล้วโทษกระจกว่าบิดเบี้ยว-ยิ่งอันตรายกว่า

2563 มาแล้ว ตั้งหลักกันให้ดีเสียแต่เนิ่นๆ นะครับ

นรก อิส คัมมิ่ง ซูน

เขาว่ากันอย่างนั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ