bg-single

บทเรียนมหาวิปโยค ‘หาดใหญ่’ช่วยเหลือช้า-สูญหมื่นล้านรัฐบริหารจัดการล้มเหลว

28.11.2025

บทความพิเศษ |ศัลยา ประชาชาติ

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากการที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ได้กลายเป็น “มหาวิปโยค” อย่างไม่มีใครคาดคิด

โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ระบุว่า ถือเป็นปริมาณน้ำฝนตกหนัก สูงสุดในรอบ 300 ปี

มีปริมาณฝนสะสม 3 วันย้อนหลัง (19-21 พฤศจิกายน 2568) สูงสุดถึง 630 ม.ม. สูงกว่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ที่มีปริมาณฝนสะสมสูงสุด 428 ม.ม.

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องใน จ.สตูล พัทลุง และสงขลา มาจาก 3 สาเหตุ ได้แก่

1. ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงลานีญา ซึ่งกำลังจะหมดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยลมจะดึงความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาประเทศไทยมากกว่าปกติ

2. ระเบิดฝน (Rain Bomb) ที่ทำให้เกิดฝนตกแช่อยู่กับที่ จากปกติร่องมรสุมต้องเคลื่อนที่ไป ไม่ตกแช่อยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งนานๆ แต่กรณีของการเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.พัทลุง สงขลาหลายวันทำให้ปริมาณน้ำฝนมาก มีลานีญารวมอยู่ด้วย

3. โลกร้อน ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น เมื่อน้ำร้อนมากขึ้น ก็ระเหยมากขึ้น โดยอากาศที่ร้อนขึ้น 1 องศา น้ำระเหยมากขึ้น จุไอน้ำได้เพิ่มขึ้นได้ 7% และตกลงมาเป็นฝน และเป็นฝนที่ตกแช่อยู่ตรงจุดเดิม ทำให้สะสมปริมาณน้ำบนพื้นดิน

ทั้ง 3 สาเหตุส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ลงมาถึง 60% ของปริมาณน้ำฝนที่เคยใช้เวลาตกครึ่งปี

ที่สำคัญภูมิศาสตร์ของเมือง “หาดใหญ่” เป็นแอ่งกระทะจึงโดนหนักกว่า จ.สตูล และพัทลุง

ผศ.ดร.ธรณ์บอกว่า Rain Bomb กรมอุตุนิยมวิทยาทำนายล่วงหน้าได้ภายใน 2-3 วันเท่านั้น ไม่สามารถทำนานได้นานกว่านั้น

“โลกยิ่งร้อน ยิ่งเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน หากปีไหนเป็นช่วงลานีญา ยิ่งต้องระวัง ดังนั้น ทุกคนควรหาข้อมูลเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราจะเอาความคิดในอดีตว่าน้ำไม่เคยท่วมถึง น้ำมาไม่เร็ว เรายังมีเวลาเตรียมตัว ต่างๆ นานาเหล่านี้ มันต่างไปแล้ว โลกมันไม่เหมือนเดิมแล้ว หรือแม้กระทั่งการรับมือน้ำต่างๆ จะใช้ความคิดเมื่อ 20-30 ปีก่อนไม่ได้” ผศ.ดร.ธรณ์กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้บริหารภาคเอกชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สอบตก “ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง”

โดย ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นตอนนี้ประเมินเบื้องต้นกว่า 10,000 ล้านบาท ที่สำคัญขณะนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ตกค้างอยู่ตามโรงแรมต่างๆ นอกเมืองประมาณ 1,000 คน ยังไม่สามารถช่วยเหลือให้กลับบ้านได้ จากที่ช่วยเหลือกลับบ้านไปแล้วประมาณ 6,000 คน

ล่าสุด ทางสถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยก็โทร.ติดต่อเข้ามาหาโดยตรงเพื่อขอให้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ขณะที่กงสุลของประเทศมาเลเซียได้ไปรับผู้ช่วยทูตทหารจาก กทม.พร้อมประสานโดยตรงมา เพื่อลงพื้นที่มาด้วยตัวเอง เพื่อให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูต โดยมีทีมกู้ภัยจากมาเลเซีย พร้อมเรือ 4 ลำเข้ามา

แต่เนื่องจากปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ยังไม่ลดปริมาณลง และขยายเป็นวงกว้างทั้งพื้นที่รอบในและรอบนอกเมือง น้ำลึก ไหลเชี่ยว และแรง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

“ผมนำทีมเรือ 4 ลำของกู้ภัยมาเลเซียลงไปลุยเอง เพื่อชี้บอกเส้นทางให้กู้ภัยมาเลเซีย ปรากฏว่าเรือลำที่ผมนั่งไปชนกิ่งไม้ล่ม ผมก็ว่ายไปเกาะกิ่งไม้ เกือบตายแล้ว ลองคิดดูภาครัฐล้มเหลวในการบริหารจัดการขนาดไหน กงสุลมาเลย์ และสถานทูตสิงคโปร์ควรติดต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ทุกคนกลับมาติดต่อโดยตรงที่ผม บอกตรงๆ การบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐล้มเหลวมาก ไม่มีศูนย์บัญชาการบอกให้ไปช่วยนักท่องเที่ยว พอไปถึงอีกทีมไปช่วยออกมาแล้ว มันเสียเวลาแทนที่จะไปช่วยอีกทาง”

สถานการณ์ที่มีผลกระทบรุนแรงเนื่องจากน้ำท่วมขยายเป็นวงกว้าง ทำให้หมู่บ้านจัดสรรชั้นเดียวหลายแห่งใน อ.หาดใหญ่ถูกน้ำท่วมมิด หลายคนต้องปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคา ขณะที่คนมีบ้าน 2 ชั้นบางบ้านบอกเหลืออีก 1-2 ขั้นบันไดน้ำจะขึ้นชั้น 2 แล้ว ขณะที่การระดมให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไม่เพียงพอ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากติดค้างอยู่ตามบ้าน และบางพื้นที่เรือกู้ภัยปกติไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

โดยพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. พื้นที่ที่น้ำลึก แรง เชี่ยว ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือ ส่งน้ำและอาหารได้เลย ทำให้คนอดข้าวมาหลายวันแล้ว

2. ไม่สามารถอพยพออกมาได้ แต่ส่งน้ำและอาหารเข้าไปได้

3. พื้นที่ที่อพยพได้ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากติดค้างอยู่ตามบ้าน และบางพื้นที่เรือกู้ภัยปกติไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวกับว่า ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ปริมาณน้ำยังขึ้นสูงต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีฝนตกๆ หยุดๆ ทำให้ปริมาณน้ำไม่ลดลง ประกอบกับยังมีมวลน้ำจาก อ.สะเดาไหลมาสมทบ ส่งผลให้ชุมชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำสูงเกินกว่า 3 เมตร บางบ้านน้ำท่วมถึงชั้น 2 แล้ว ไม่มีทางออก ขณะที่กระแสน้ำลึก เชี่ยว และรุนแรงมาก รวมถึงบริเวณริมคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ระดับน้ำสูงมาก ทำให้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จึงได้มีคำสั่งด่วนที่สุดให้เร่งอพยพประชาชนในเมืองหาดใหญ่ออกไปยังศูนย์อพยพที่จัดเตรียมไว้

หากประเมินความเสียหายเบื้องต้นตามที่เคยประเมินปี 2553 ขณะนี้พื้นที่เฉพาะ อ.หาดใหญ่แบ่งความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ธุรกิจต้องปิดกิจการไม่สามารถดำเนินการได้ 5-6 วันแล้ว เมืองหาดใหญ่ทั้งเมืองไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ความเสียหายตรงนี้ประมาณ 500-600 ล้านบาท 2. สินทรัพย์ อาคาร บ้านเรือน รถจมน้ำหมด มีต้นทุนในการบูรณะให้กลับมา มูลค่าความเสียหายตรงนี้หนัก ประเมินเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทแน่นอน

“เท่าที่คุยกับผู้ประกอบการหอการค้าในเครือข่ายด้วยกันแต่ละคนเสียหายหนัก เพราะไม่มีใครเตรียมตัวเลย ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างได้รับความเสียหาย บางคนคิดว่าอาศัยอยู่บริเวณที่สูงน้ำไม่เคยถูกน้ำท่วม ปีนี้ก็ท่วม ตอนนี้เจอสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมาย วิกฤตน้ำครั้งนี้มาหนักมาก น้ำขึ้นไม่หยุด ฝนตกๆ หยุดๆ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงเช้า ทำให้ปริมาณน้ำยังไม่ลดลง ประกอบกับยังมีมวลน้ำจาก อ.สะเดาไหลมาสมทบ” นายทรงพลกล่าว

บทเรียนหาดใหญ่ น้ำท่วมมหาวิปโยคครั้งนี้

คงถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปฏิวัติการทำงานอย่างสิ้นเชิง เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจาก “ภาวะโลกร้อน” และ Rain Bomb ที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ

การมุ่งทำ Net Zero เพื่อเชิงการค้าเพียงอย่างเดียว มีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตกันในกระดาษ คงไม่ใช่ทางออกในการลดภาวะโลกร้อน และแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศอย่างแท้จริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน