บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
เกือบเจ็ดวันแล้วที่มหาอุทกภัยหาดใหญ่เป็นฝันร้ายที่หลอกหลอกคนไทยทั้งประเทศทุกค่ำคืน และถึงแม้น้ำท่วมจะเกิดซ้ำซากในประเทศไทย แต่มหาภัยพิบัติหาดใหญ่รอบนี้อำมหิตที่บีบบังคับให้คนไทยต้องดูความตายของเพื่อนร่วมชาติด้วยความคับแค้นที่เราทำอะไรแทบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
เจ็ดวันที่น้ำท่วมหาดใหญ่ คือเจ็ดวันที่คนจำนวนมากตายโดยไม่ควรตาย บางคนตายเพราะขาดยา ขาดอาหาร จมน้ำตาย ติดเตียงตาย เด็กไม่มีนมกินจนตาย งูกัดตาย ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความตายที่ไม่ควรตาย และทุกคืนที่เราหลับคือทุกคืนที่เรารู้ว่ามีคนประเทศเดียวกันตายแบบนี้ตลอดเวลา
ผู้ว่าฯ สงขลาให้สัมภาษณ์ว่าหาดใหญ่มีคนต้องอพยพหนีน้ำ 80,000 คน โดยคนในเขตเทศบาลหาดใหญ่ 100% ต้องอพยพทั้งหมด แต่คนที่ไปถึงศูนย์พักพิงถึงวันพุธมีแค่ 1,000 คนเศษๆ ส่วนสิ่งที่ขาดแคลนคือเรือที่จะพาคนอีก 79,000 ซึ่งอยู่กลางฝนโดยไม่มีอาหารไม่มีน้ำไม่มียามาเกือบ 4 วัน
อย่างไรก็ดี ราชการไม่รู้ว่าคนทั้งหมดอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะเอาความช่วยเหลือไปให้อย่างไร ไม่รู้ว่าใครคือคนกลุ่มเปราะบางที่ต้องช่วยเป็นกลุ่มแรก หาเรือช่วยไม่ได้ ต่อให้มีเรือก็ไม่มีคนขับเรือที่รู้พื้นที่ตอนน้ำท่วมสูง 3 เมตร ส่วนเรือหลวงจักรีกว่าจะถึงพื้นที่ก็เย็นวันพุธหลังน้ำท่วม 5 วัน
ทุกนาทีที่ความช่วยเหลือไปถึงช้าคือทุกนาทีที่มีคนตาย เช่นเดียวกับทุกนาทีที่ความช่วยเหลือไปถึงเร็วคือทุกนาทีที่ชีวิตรอด ทุกวันที่หาดใหญ่จมบาดาลคือทุกวันที่คนเดือดร้อนแจ้งข้อมูลหาผมเยอะไปหมด และผมจำได้ไม่ลืมว่ามีอย่างน้อย 2 ครอบครัวที่วันอังคารรอดแล้ววันพุธคุณยายตายคาเตียง
พิธีกรบางพรรคโจมตีว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” แก้ปัญหาห่วยเมื่อเทียบกับ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชิรนวัตร และ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” แก้น้ำท่วมภาคเหนือและอยุธยา แต่การเทียบแบบนี้บ้าการเมืองจนเลอะ เพราะ “อุ๊งอิ๊ง” และ “ประยุทธ์” ล้วนแก้น้ำท่วมไม่ได้เรื่อง ลงพี้นที่ช้า ไม่ต้องพูดว่าน้ำท่วมอยุธยาและหาดใหญ่พื้นฐานต่างกันสิ้นเชิง
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ประเทศไทยเจอปัญหา “นายกฯ ห่วย” ใน “รัฐบาลห่วย” ภายใต้ระบอบการปกครองของ “รัฐห่วย” จนประเทศอยู่ภายใต้ “รัฐล้มเหลว” ไม่ว่าจะเปลี่ยนนายกฯ จากคุณประยุทธ์เป็นคุณเศรษฐา ทวีสิน หรือคุณแพทองธารหรือคุณอนุทินก็ไม่สามารถยุติภาวะ “รัฐล้มเหลว” ได้เลย
“รัฐล้มเหลว” เป็นคนละเรื่องกับ “รัฐบาลล้มเหลว” หรือ “นายกฯ ล้มเหลว” เพราะ “รัฐ” คือระบบปฏิบัติการพื้นฐานหรือ “โครงสร้าง” ที่ใหญ่กว่าตัวบุคคล นายกฯ ที่ดีหรือรัฐบาลที่เก่งในสังคมที่ “รัฐล้มเหลว” จึงอาจทำผลงานได้ห่วยได้ในสังคมที่ “รัฐล้มเหลว”
เพราะมีโครงสร้างที่ไม่เอื้ออะไรเลย
ปัญหาของหาดใหญ่คือ ฝนตกแช่ในพื้นที่เดิมติดต่อกันหลายวัน น้ำเต็มคลองจนระบบระบายน้ำพัง น้ำท่วมสูง 3 เมตรจนไม่รู้ใต้น้ำคืออะไร เรือเข้าไม่ได้ ไฟดับ สัญญาณโทรศัพท์พัง โรงพยาบาลล่ม หน่วยทหารเป็นผู้ประสบภัย ความช่วยเหลือเข้าไม่ได้ ขณะที่อยุธยาโครงสร้างพื้นฐานไม่พังทลาย
มหาอุทกภัยหาดใหญ่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 ทำลายโครงสร้างพื้นฐานประเทศอย่างย่อยยับ ความล้มเหลวของรัฐบาลในปี 2568 คล้ายกับความล้มเหลวของรัฐบาลในปี 2554 ที่ “รัฐ” บริหารสถานการณ์ก่อนน้ำท่วมไม่ได้จนสถานการณ์หลังน้ำท่วมเป็นนรกบนดิน
รัฐล้มเหลวแน่ๆ ในกรณีนี้เพราะคนที่ช่วยเหลือประชาชนก่อนรัฐคือ “จิตอาสา” หรือ “องค์กรอาสาสมัคร” และ “ส.ส.” ที่ต่างคนต่างเข้าพื้นที่ด้วยเครื่องมือและงบประมาณอันจำกัดจำเขี่ยที่ตัวเองมี ส่วนกองทัพซึ่งมีเครื่องมือช่วยประชาชนมากที่สุดกลับทำอะไรช้าที่สุดอย่างไม่ควรเป็น
ขณะที่รัฐบาลปี 2554 บริหารน้ำท่วมผิดพลาดจนคนตายไป 657 คน “รัฐ” ทั้งรัฐบาลส่วนกลาง, ข้าราชการ และกลไกส่วนท้องถิ่นในปี 2568 ก็บริหารสถานการณ์ผิดจนคนเกือบ 80,000 เสี่ยงตายเพราะขาดน้ำ ขาดยา และขาดอาหารจนกว่าความช่วยเหลือจะไปถึงโดยไม่รู้ว่าใครอยู่ที่ไหนเลย
ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาของการจัดการชัดๆ และทั้งหมดนี้เป็นปัญหาของ “รัฐบาลห่วย” ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วคือปัญหา “รัฐห่วย” หรือ “รัฐล้มเหลว” ที่ปกครองสังคมไทย ไม่ว่าจะเปลี่ยนนายกฯ ไปกี่คนหรือรัฐบาลไปกี่คณะ และต่อให้จะมีนายกฯ จากพรรคการเมืองหน้าเก่าๆ หรือทหารก็ไม่มีความต่างกัน
ด้วยความรู้ทัน บางพรรคที่ใช้ความล้มเหลวเรื่องหาดใหญ่ของ “รัฐบาลห่วย” เป็นเครื่องมือยกหางตัวเอง ผมย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือปัญหา “รัฐห่วย” หรือ “รัฐล้มเหลว” ที่ต้องทำมากกว่าการเปลี่ยนนายกฯ หรือเลือกไอ้โง่คนหนึ่งแทนไอ้งั่งอีกคน แต่ต้องเปลี่ยน “ระบบ” หรือโครงสร้างทั้งหมดพร้อมกัน
เพื่อให้เห็นภาพขึ้น คำเตือนว่าหาดใหญ่จะโดนฝนถล่มเกิดขึ้นครั้งแรกวันที่ 18 พฤศจิกายน โดย “เพจ” ชื่อ “ที’ ลมฟ้าอากาศ” แต่หน่วยงานรัฐโจมตีว่าคำเตือนนี้เป็น “เฟกนิวส์” ส่วนนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ทำคลิปในวันที่ 20 หรือ 2 วันก่อนฝนตกว่าหาดใหญ่จะเจอฝน 3-4 วันและน้ำไม่ท่วมแน่นอน
“หมอคณิน คะนึงวนิชกุล” แห่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์โพสต์ว่าขณะที่ “ส่วนกลาง” คือ “กรมอุตุฯ” เตือนประชาชนด้วยข้อความเหมือนทุกครั้งว่า “ระวังน้ำท่วมเฉียบพลัน” โดยไม่ได้สื่อให้เห็นว่าครั้งนี้อันตรายกว่าครั้งอื่น “เทศบาล” กลับขึ้น “ธงเขียว” บอกประชาชนว่าไม่มีอะไรน่ากังวล
วันศุกร์ 21 พฤศจิกายน เวลา 21.00 น. ขณะที่คอหงส์ซึ่งเป็นทางน้ำก่อนลงหาดใหญ่ขึ้น “ธงแดง” เทศบาลหาดใหญ่กลับบอกว่า “เอาอยู่” แต่หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นก็ขึ้น “ธงเหลือง” ในเวลาที่ถนนหลักน้ำท่วมจนถูกตัดขาด จากนั้นก็ขึ้น “ธงแดง” จนทั้งเมืองโกลาหลและบอกในวันอาทิตย์ 23 พฤศจิกายน ว่าน้ำรอระบายลงเร็ว
ตรงข้ามกับที่คุณธรรมนัส พรหมเผ่า บอกว่า “รัฐ” เตือนประชาชนแล้วว่าให้อพยพ แต่ไม่มีใครฟัง ข้อเท็จจริงคือระบบแจ้งเตือนของเทศบาลผิดแบบงูๆ ปลาๆ จนหาดใหญ่ราพณาสูร มีคนเกือบ 80,000 เสี่ยงชีวิตและรอการอพยพโดย “รัฐ” ไม่มีความสามารถอพยพประชาชนจนกว่าฝนจะหยุดและน้ำลดลง
ทั้งหมดนี้คืออาการของ “รัฐห่วย” หรือ “รัฐล้มเหลว” ระดับไม่มีปัญญาเตือนเรื่องพื้นฐานให้คนหนีตาย แต่ความล้มเหลวแบบนี้แก้ไม่ได้ด้วยการเปลี่ยนนายกฯ หรือรัฐบาล ถ้าไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะได้นายกฯ หรือรัฐบาลใหม่ที่ดีขึ้น และได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่เฮงซวยอย่างปัจจุบัน
นายกฯ คือคนที่ควรแก้ปัญหา “รัฐห่วย” หรือ “รัฐล้มเหลว” ให้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาประชาชน แต่คุณอนุทินช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ก็เหมือนอดีตนายกฯ คนอื่นที่ใช้ “ราชการ” เป็นกลไกลหลักโดยไม่สนใจกลไกอื่นๆ อย่างภาคประชาชน นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน จิตอาสา และนักธุรกิจ
คนแทบทุกกลุ่มในสังคมช่วยหาดใหญ่ทันทีที่เกิดมหาอุทกภัย แต่สามวันผ่านไปโดยรัฐบาลไม่มีปัญญาตั้งศูนย์กลางเพื่อประสานพลังในสังคมทั้งหมดให้แก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพขึ้น เรือท้องแบน รถกู้ภัย ทีมจิตอาสา ฯลฯ ทำงานบนความโกลาหลโดยไม่มีระบบบริหารจัดการของรัฐเลย
พรรคประชาชนพูดถูกว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ต้องมี “ฐานข้อมูลกลาง” ซึ่งจะทำให้คนนอกพื้นที่รู้ว่าใครควรไปไหน ใครรับผิดชอบช่วยใคร พื้นที่ไหนสำคัญสูงสุด คนกลุ่มเปราะบางอยู่จุดไหนบ้าง
แต่ “รัฐ”, “รัฐบาล” และองค์กรปกครองท้องถิ่นไม่ทำหน้าที่แม้แต่นิดเดียว
ทางแก้ของคุณอนุทินคือตั้ง ผบ.สส.เป็นผู้บัญชาการแก้สถานการณ์ แต่ ผบ.สส.ไม่มีกำลังคนและหน่วยงานในมือ ซ้ำยังไม่มีความเข้าใจว่าต้องร่วมมือกับภาคประชาชนที่ช่วยเหลือพื้นที่มาก่อน ผบ.สส.จึงไม่สามารถใช้กลไกรัฐทำงานที่ควรทำได้ แต่ไม่ยกระดับความร่วมมือภาคประชาสังคม
เมื่อ “รัฐบาล” ทำให้ “รัฐ” ทำงานไม่ได้ ภาษีที่ประชาชนก็สูญเปล่าไปโดยได้มาแค่ “รัฐ” และ “รัฐบาล” ที่ไม่มีปัญญาทำเรื่องที่ต้องทำอย่างการช่วยชีวิต ภาพเด็กทารกหรือคนแก่รอดตายเพราะจิตอาสาช่วยเป็นภาพผิดปกติ เพราะเท่ากับรัฐไม่ช่วยอะไร ส่วนรัฐบาลก็ห่วยจนเอกชนช่วยชีวิตประชาชนได้ก่อนรัฐบาล
มหาอุทุกภัยหาดใหญ่คือประจักษ์พยานของรัฐล้มเหลวที่ทั้งรัฐ, รัฐบาล, ข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้หาดใหญ่พังพินาศโดยไม่มีใครแสดงความรับชอบอะไรเลย
