E-DUANG : เส้นทางเดิน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กับ เส้นทาง สกลธี ภัททิยกุล

การที่กกต.กำหนดวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น”ผู้ว่าฯกทม.” ไม่ว่าจะเป็น”นายกเมืองพัทยา”มากด้วยความหมาย เปี่ยมด้วยความแหลมคม
ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสให้กับ นายสกลธี ภัททิยกุล หากแต่ยังท้าทายต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างเป็นพิเศษ
เนื่องจากวันที่ 22 พฤษภาคม ตรงกับ”รัฐประหาร”เมื่อปี 2557
อันมีผลสะเทือนโดยตรงต่อรัฐบาลที่มากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 ต้องถูกโค่น หากโครงการอีกหลายโครงการก็ถูกดับไปด้วย
นี่ย่อมกระทบกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนในการ เปลี่ยนโครงสร้างการคมนาคมขนส่งของประเทศ
ตรงกันข้าม รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 กลับเป็นผล
ดีกับการเคลื่อนไหวของ นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำมวลมหาประชาชนในการ”ชัตดาวน์”กทม.
นั่นคือได้รับตำแหน่งเป็น”รองผู้ว่าฯกทม.”และเสนอตัวกลับเข้ามาเป็น”ผู้ว่าฯกทม.”อย่างเต็มตัว
หากวัดจากความสัมพันธ์ที่ นายสกลธี ภัททิยกุล มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ไม่ว่าก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2565
ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อเดือน พฤษภาคม 2557 เป็นความสัมพันธ์ที่สดใส
ยิ่งเมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการกปปส.ใน การนำ นายสกลธี ภัททิยกุล ร่วมกับมวลมหาประชาชนในการดำเนินมิตรการ”ชัตดาวน์กทม.”ยิ่งมากด้วยความอบอุ่น
คำถามจึงอยู่ที่ว่า นายสกลธี ภัททิยกุล จะอาศัยปัจจัยเหล่านี้
มาสร้างคุณูปการและสร้างความนิยมในพื้นที่ได้อย่างไร
ในที่สุดแล้ว วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม ก็ดึงเอา นายสกลธี ภัททิยกุล เข้าไปปะทะโดยตรงกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างตรงตัวและรุนแรงยิ่งขึ้น
เนื่องจากเป็น”คู่ขัดแย้ง”ทั้งก่อนและหลังพฤษภาคม 2557
แม้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะพยายามเลี่ยงหลีก แต่เชื่อได้เลย ว่า นายสกลธี ภัททิยกุล จะไม่ยินยอม
วันที่ 22 พฤษภาคม จึงกลายเป็นประเด็น”ร้อน”ทางการเมือง
