E-DUANG : บทบาท คนเสื้อแดง สะพานเชื่อม จากเมษายน 2553-เมษายน 2565

งานรำลึก 12 ปี 10 เมษายน ณ อนุสรณสถาน 14 ตุลาคม 2516 สะท้อนให้เห็นบทบาทของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อย่างเด่นชัด
นั่นก็คือ บทบาทในสถานะแห่งการเป็น”สะพานเชื่อม”
ด้านหนึ่ง เป็นสะพานเชื่อมกับ”คนรุ่นเก่า” ไม่ว่าจะเป็นอย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ว่าจะเป็น นายวีระกานต์ มุกสิกพงศ์
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากคือการดำรง อยู่ในสถานะแห่งการเป็นสะพานเชื่อมกับ”คนรุ่นใหม่” ไม่ว่าที่อยู่ใน พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าที่อยู่ในพรรคก้าวไกล
เนื่องจากคนของพรรคเพื่อไทยอย่าง น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อย่าง น.ส.จิราพร สินธุไพร หรือคนของพรรคก้าวไกลอย่าง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ล้วนเคยสวมเสื้อแดงมาก่อน
คนเหล่านี้ดำรงอยู่อย่างเป็นเอกภาพกับบทบาทของ”คนเสื้อ แดง” คนเหล่านี้ดำรงอยู่อย่างเป็นเนื้อเดียวกันกับการเคลื่อนไหวใน
ทุกก้าวย่างของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ
ปรากฏการณ์ที่เห็นก็คือ การประสาน”คนเสื้อแดง”เข้ากับ”ราษ ฎร”และรวมถึง”ทะลุฟ้า”ได้อย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
มีความพยายามจะแยกบทบาทและการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ไม่ ว่าในนาม”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ไม่ว่าในนามของ”ทะลุฟ้า”ออกจาก”คนเสื้อแดง”
ภาพที่เห็นบนถนนราชดำเนินไม่ว่ที่อนุสรณสถาน 14 ตุลาคม ไม่ว่าที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยคือรูปธรรมอันเด่นชัด
นั่นก็คือ คบเพลิงแห่งการาต่อสู้อย่างวีระอาจหาญของคนเสื้อแดงเมื่อ 12 ปีก่อนได้วางอยู่บนมืออันแข็งแกร่งของเยาวรุ่นรุ่นใหม่ได้อย่างงดงามและมีพลัง
ประสบการณ์ของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน 2553 กลายเป็นปฏิมาอันสดใสยิ่งเมื่อนำมาวางอยู่ในความรับผิดชอบของ
การเคลื่อนไหวในนาม”ทะลุฟ้า”หรือแม้กระทั่ง”ทะลุโลง”
จากนี้จึงเห็นอย่างเด่นชัดว่า กระบวนการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนเกิดขี้น ดำรงอยู่และดำเนินไปเหมือน กับเป็น”สายธาร”อันเหยียดยาว
โดยมีจุดเริ่มต้นจาก”คณะราษฎร”เมื่อเดือนมิถุนายน 2475
จากนั้นก็ประสานเข้าเป็นการเคลื่อนไหวในเดือนตุลาคม 2516 และในเดือนพฤษภาคม 2535 กระทั่งในเดือนเมษายน 2553
รับช่วงต่อโดย”ราษฎร 2563”และ”ทะลุฟ้า” ในวันนี้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
