E-DUANG : ปรากฎการณ์ทาง “ความคิด” นำไปสู่ การจัดตั้ง “การเมือง”

เบื้องหลังการปรากฏขึ้นของ #กกต.ทำ- – -อะไร ในห้วงแห่งการเงื้อง่าราคาแพงกรณีการจะรับรอง หรือ ไม่รับรอง สถานะแห่งการ เป็นผู้ว่าฯกทม.ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ถามว่ามีกระบวนการ”จัดตั้ง” มีกระบวนการ”บริหาร”ในทาง การเมืองอย่างมี “รูปการณ์” หรือไม่
หากไปถามบรรดาคนที่เคลื่อนไหวอยู่ในโลกของ ”โซเชียลมีเดีย” ไม่ว่าจะผ่านแพล็ทฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ค ไม่ว่าจะผ่านแพล็ท ฟอร์มอย่างทวิตเตอร์ ไม่ว่าจะผ่านแพล็ทฟอร์มอย่างไลน์
ต่างยืนยันว่า ต่างคนต่างเคลื่อนไหว ดำเนินไปในแบบที่ นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศในห้วงแห่งการรณรงค์หาเสียง นั่นก็คือ ต่างมี ”อิสระ” มีความเป็นตัวของตัวเอง
เป็นตัวของตัวเองเช่นเดียวกับจำนวนคนกรุงเทพมหานครที่สำแดงผ่านบัตรเลือกตั้งกว่า 1.3 ล้านเสียงที่มอบให้กับ นายชัช ชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างมิได้นัดหมาย
การดำรงอยู่ของบัตรเลือกตั้งกว่า 1.3 ล้านบัตรแม้เป็นการ
ดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็น ”ตัวแทน” แต่เมื่อเป็นการดำรงอยู่อย่าง มีเอกภาพก็สามารถแปรเป็นพลานุภาพในทางการเมืองได้
ความเป็นอิสระ ความเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละคือ”พลัง”
หากมองจากกระบวนการที่พรรคอนาคตใหม่ชอบย้ำแล้วย้ำเล่านับแต่ก่อตั้งขึ้น ปรากฏการณ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คือเงาแห่งผลสะเทือนจากความสำเร็จในการปักธงทาง”ความคิด”
เมื่อใดที่ “ความคิด”อยู่ในความยึดกุม”ร่วม”ทางสังคม ความคิดก็ถูกแปรเป็น”การเมือง”อันทรงพลานุภาพ
บทบาทของ”ความคิด”จึงแปรเป็นเสมือนกับ “ระเบิด”
ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดความหงุดหงิดไม่พอใจ ส่งผลให้มีอา การกระบอกตาร้อนผ่าวอยู่อย่างไม่เป็นปรกติสุข แต่ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสกัดขัดขวาง
ยิ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ใช้ความเยือกเย็นสุขุมเปี่ยมด้วยคัมภีรภาพมาเป็นอาวุธแฝง ยิ่งสามารถสยบบรรดาปรปักษ์ที่มาก ด้วยอาการกระบอกตาร้อนผ่าวลงได้
กรณีของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงเป็น”กรณีตัวอย่าง”
อย่าได้แปลกใจหากสังคมจะเริ่มมองข้ามช็อตจากการเป็น”ผู้ว่าฯ กทม.”ไปยังสถานะและตำแหน่ง”อื่น”ในทางการเมืองซึ่งทรงความ หมายยิ่งไปกว่านั้น
คนแบบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต่างหากที่น่าจะหนุนเสริม
เพราะไม่เพียงแต่จะสามารถ”เชื่อม”คนรุ่นใหม่เข้ากับคนรุ่นเก่า หากแต่ยังมีความเข้าใจต่อทิศทางที่จะตามมาในอนาคตได้เป็นอย่างดี
นี่คือความหมายของ”ความคิด”อันนำไปสู่”การจัดตั้ง”ได้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
