E-DUANG : ความซับซ้อน กรณี น้ำท่วมใหญ่ จากยุค ยิ่งลักษณ์ ถึงยุค ชัชชาติ

ปฎิกิริยา เกรี้ยวกราด รุนแรง ในทางสังคม อันสะท้อนผ่านสถาน การณ์”น้ำท่วม”หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครในเดือนกันยายนต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ น่าศึกษาเป็นอย่างมาก
น่าศึกษาเพราะเท่ากับเป็น”เงาสะท้อน”ของสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนตุลาคม 2554 เป็นอย่างดี
เพียงแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2554 เป้าหมายคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะที่ในเดือนกันยายน 2565 เป้าหมายคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร
ขณะเดียวกัน หากศึกษารากฐานที่มาแห่งปฏิกิริยาและความไม่พอใจที่กระพือฮือโหมขึ้นเป็นอย่างสูงก็จะสัมผัสได้ในสายสัมพันธ์ทางการเมือง
นั่นก็คือ สายสัมพันธ์ทางการเมืองซึ่งแทบแยกไม่ออกจากที่ เคยดำรงอยู่ภายในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและที่เคยดำรงอยู่ภายในมวลมหาประชาชนกปปส.
ความร้อนแรงที่มีต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงไม่แตกต่างไป
จากความร้อนแรงที่มีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมองและประเมินว่า 2 คนนี้เป็นพวกเดียวกัน
นั่นก็คือ มองและประเมินว่าเป็นพวกที่ดำรงอยู่และต่อเนื่อง มาจากสิ่งที่เรียกว่า”ระบอบทักษิณ”ตัวแทนแห่ง”ทุนสามานย์”
กระนั้น ความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ในเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่องค์ประกอบของความรับผิดชอบที่แตกต่างออกไปจากเมื่อเดือนตุลาคม 2554
เนื่องจากตอนนั้นเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ขณะที่กทม.อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์
จึงโจมตีแต่”นายกรัฐมนตรี”แต่เว้น”ผู้ว่าฯกทม.”
ขณะที่สถานการณ์ในเดือนกันยายน 2565 ผู้ว่าฯกทม.เป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ แต่รัฐบาลกลับเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม และคนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบกรมชลประทานในสังกัดกระ
เกษตรและสหกรณ์อย่างเด่นชัด
กระบวนการฟาดกระหน่ำต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ที่ออกมาจากพรรคและกลุ่มการเมืองบางพรรคจึงเท่ากับเป็นการหยิกเล็บเจ็บถึงเนื้อ
เท่ากับขว้างงูไม่พ้นคอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ยิ่งเมื่อเผชิญกับฐานการเมืองอันแข็งแกร่งกว่า 1.3 ล้านคะ แนนเสียงของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยิ่งทำให้เกิดความซับซ้อน
ทั้งหมดนี้จะมีผลสะเทือนต่อการเลือกตั้งในกทม.แน่นอน
