bg-single

อย่าลืมปักษ์ใต้ ! | สุรชาติ บำรุงสุข

17.10.2025

    บทความนี้ขอใช้ชื่อเพลง “อย่าลืมปักษ์ใต้” เป็นการเริ่มเปิดประเด็น แต่อาจจะไม่ได้มีโอกาสชวนท่านผู้อ่านมาฟังเพลง หากอยากขอใช้ชื่อเพลงนี้ ส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลในยามที่ต้องอยู่กับ “กระแสกัมพูชา” ที่พัดแรงอย่างต่อเนื่อง จนดูเหมือนรัฐบาลอาจจะ “ลืมปักษ์ใต้” ไปแล้ว ทั้งที่ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงมีความรุนแรงมาโดยตลอด

    อย่างไรก็ตามในวันนี้ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 22 แล้วอย่างไม่เชื่อ และมีระยะเวลายาวกว่าสงครามคอมมิวนิสต์ในช่วงยุคสงครามเย็น ว่าที่จริงแล้ว ความรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าวเป็นปัญหาความมั่นคงที่ท้าทายรัฐบาลอนุทิน ไม่แตกต่างจากปัญหากัมพูชา

    หากแต่เพียงในภาวะปัจจุบัน กระแสสงครามกัมพูชากลบกระแสความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ไปโดยปริยาย จนสังคมและอาจรวมสื่อแทบจะไม่ได้หันไปสนใจปัญหาภาคใต้เท่าใดนัก ทั้งที่ยังมีปัญหาเกิดขึ้น และนายกฯ เพิ่งลงไปสั่งการเรื่องภาคใต้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็ดูจะไม่เป็นข่าวเท่าใดนัก

     ดังนั้น บทความนี้จะขอทดลองนำเสนอข้อสังเกตถึงรัฐบาลนายกฯ อนุทินในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

  1. คงต้องยอมรับว่า ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายกับทุกนายกรัฐมนตรี และกับทุกรัฐบาลไม่แตกต่างกัน เนื่องจากทุกนายกฯและทุกรัฐบาลนับตั้งแต่มกราคม 2547 จนถึงปัจจุบัน ยังคงต้องอยู่กับปัญหานี้
  2. การจะแก้ปัญหาภาคใต้ จำเป็นต้องมี “ยุทธศาสตร์” และนายกฯจะต้องเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ ไม่ใช่การออกยุทธศาสตร์โดยหน่วยราชการ (ดังจะเห็นได้ว่า จนบัดนี้เรายังรอ “ยุทธศาสตร์ สมช.” ที่มีการพูดถึงในรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งก็น่ายังไม่ออกมาจนปัจจุบัน)
  3. ความคาดหวังในรอบ 22 ปีคือ ยุทธศาสตร์จะต้องถูกออกแบบเพื่อให้เกิดเอกภาพและการบูรณาการในการทำงาน เพราะงานภาคใต้เป็นงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยราชการ และนายกฯ จะต้องแสดงบทบาทนำในการผลักดันยุทธศาสตร์นี้
  4. ยุทธศาสตร์นี้จะต้องช่วยตอบปัญหาพื้นฐานของการแก้ปัญหาบางประการ เช่น ข้อเสนอ สมช. จะยกเลิกกฎหมายพิเศษหรือไม่ จะยกเลิกตั้งด่านและจุดตรวจหรือไม่ หรือจะรับหรือไม่รับเอกสาร JCPP
  5. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน จชต. มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของรัฐบาล นายกฯ ควรหาเวลาและโอกาสในการทำความเข้าใจในเรื่องภาคใต้ ไม่ต่างจากปัญหากัมพูชา ที่ต้องการการทำความเข้าใจ และดังที่กล่าวแล้ว ปัญหาภาคใต้มีความยุ่งยากและซับซ้อนอย่างมาก
  6. ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของดินแดน และอธิปไตยแห่งดินแดนโดยตรง เพราะ BRN เรียกร้องการแบ่งแยกดินแดน มีนัยมากกว่าดินแดนที่เป็นข้อถกเถียงในบริบทของปัญหากัมพูชา (น่าสนใจว่า ฝ่ายขวาจัดไทยไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ต่างจากปัญหากัมพูชาที่ฝ่ายขวาจัด มักหยิบมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2551)
  7. นายกฯ ควรต้องคุยกับผู้นำมาเลเซีย เพื่อหาทางยุติปัญหา แต่ต้องคุยด้วยการมีความเข้าใจในเงื่อนไขและสถานการณ์ที่เป็นปัญหา เพราะรัฐบาลมาเลเซียก็เองมีปัญหาการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือที่ติดกับไทยด้วย
  8. รัฐบาลอาจจำเป็นต้องตั้งคณะผู้เจรจาฯ ด้วยเงื่อนไขการเมืองบางประการ แต่ต้องไม่คาดหวังว่า การเจรจาจะนำไปสู่การยุติปัญหาอย่างรวดเร็ว เพราะ BRN ในปัจจุบันยังมีศักยภาพในการก่อเหตุร้าย โดยเฉพาะการขยายการแสวงหาสมาชิกไปในหมู่เยาวชน
  9. การตั้งคณะผู้เจรจาฯ จะต้องไม่ใช่เงื่อนไขที่รัฐบาลไทยจะต้องยอมรับเอกสาร JCPP ที่ทำขึ้นโดยการผลักดันของ NGO ตะวันตกที่เยอรมนีและสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของ BRN และนายกฯ ควรประกาศท่าทีที่ชัดเจนที่จะไม่รับเอกสารนี้
  10. สถานการณ์ความรุนแรงใน จชต. ในปี 2568 มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากการก่อเหตุของ BRN ทั้งที่ในผ่านมาสถิติความรุนแรงมีแนวโน้มลดลง และรัฐบาลจะต้องคิดเตรียมการในเรื่อง “การสับเปลี่ยนกำลัง” ที่ อส. จากกระทรวงมหาดไทยจะเข้ารับหน้าที่แทนทหารในปี 2570 ซึ่งเป็นข้อบังคับใน “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จากยุค คสช. เรื่องนี้จะเป็นประเด็นสำคัญในอนาคตของการดูแลความปลอดภัยของพื้นที่
  11. จากลักษณะการก่อเหตุ เห็นได้ชัดว่ามุ่งกระทำกับพื้นที่ของเมือง ที่เป็นทั้งพื้นที่ทางเศรษฐกิจ และแหล่งชุมชน หรืออาจเรียกการกระทำนี้ว่าเป็น “การก่อการร้ายในเมือง” (Urban Terrorism) จึงต้องสร้างระบบ “ป้องกัน” เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่พื้นที่ที่มีความเปราะบางในชุมชนเมือง
  12. BRN ใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือบีบรัฐบาลไทย เพื่อให้เกิดการเจรจา เพราะเชื่อว่า ฝ่ายตนมีความได้เปรียบทางการเมือง อันเป็นผลจากปัจจัย 4 ประการ คือ การเคลื่อนไหวทางการเมือง การมีเสรีของปฏิบัติการทางทหาร  การสร้างแนวร่วมในเวทีสังคมภายใน และการสนับสนุนจาก NGO และองค์กรภายนอก
  13. ความได้เปรียบทางทหารของ BRN ที่สำคัญคือ การมีพื้นที่หลบซ่อนนอกเขตชายแดนไทย ดังนั้น เรื่องของ “การควบคุมชายแดน” (Border Control) จึงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะทางด้านนราธิวาส
  14. การหาสมาชิกของ BRN ผ่าน “การบ่มเพาะความรุนแรง” เป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องแก้ไข เพราะกระบวนการนี้คือ การนำเอาเยาวชนเข้าสู่ “วงจรความรุนแรง” และช่วยในการขยายสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งทำให้การก่อเหตุรุนแรงกลายเป็น “วงจร” ที่หยุดไม่ได้
  15. รัฐบาลอาจจะต้องกล้าแสดงออกในการใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการสนับสนุนของชาวต่างชาติ หรือควบคุมบทบาทแนวร่วมบางส่วนที่แสดงออกอย่างชัดเจนในการสนับสนุนต่อองค์กรก่อการร้าย BRN หรือนักการเมืองบางส่วนต้องทำความเข้าใจว่า BRN ไม่ใช่ขบวนการเสรีนิยมที่เรียกร้องหาเสรีภาพ แต่เป็นองค์กรก่อการร้ายที่มีวัตถุประสงค์ในการแบ่งแยกดินแดน

ท้ายบท

      ดังได้กล่าวแล้วว่า ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้มีความ “ยุ่งยากและซับซ้อน” กว่าปัญหากัมพูชามาก และท้าทายมากกว่าด้วย ดังนั้น การกำหนด “ยุทธศาสตร์เพื่อเอาชนะ BRN” จึงเป็นวาระที่สำคัญเสมอของคนที่เป็นนายกฯ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

       อีกทั้ง ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปีนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 22 แล้ว และยังมีแนวโน้มของการเป็น “สงครามยืดเยื้อ” ที่รัฐบาลในอนาคตยังต้องแบกรับภารกิจในการแก้ปัญหาต่อไป แน่นอนว่าสุดท้ายนี้ เรายังไม่เห็นแสงสว่างของสันติภาพที่ปลายอุโมงค์แต่อย่างใด !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?